บทที่ 10 ตอน Love of Different Age ตอนที่ 9
“โล่งอกไปที / โล่งอกไปที”
“ว่าแต่จะไม่ถามเหรอครับ ว่าพวกเขาเป็นใคร ทำไมถึงมาช่วยคุณชายเล็ก” แจ็คถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีความจำเป็นเลยสักนิด ฉันดูออกแต่แรก”
“พวกเรากลับกันเถอะ”
“ครับคุณชาย / ครับคุณชาย”
นภัทรหันมามองกลุ่มคนมาใหม่ที่เข้ามาช่วยทันเวลาโดยไม่ใส่ใจมากนัก พลางยักไหล่แล้วเดินออกจากตรอกมืดที่วางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรก
เขาสังเกตเห็นมาตั้งแต่ว่ามีคนหลายกลุ่มคอยสะกดรอยตาม แม้ว่าตอนแรกจะไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง แต่จากการต่อสู้เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาก็ทำให้รับรู้ว่าต้องเป็นกลุ่มของ คุณชายมอร์ซินและเลดี้คนนั้นแน่
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างรับรู้ตัวตนของกันและกัน ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก เขารู้ดีว่าคุณชายบ้านนั้นเองก็ต้องสังเกตได้เหมือนกัน
ตรู๊ด... ตรู๊ด...
(แม่)
“ได้ข่าวว่าถูกลอบสังหารตอนไปเที่ยว ลูกเป็นยังไงบ้าง” เนตรดาวถามด้วยความร้อนรนใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าการปล่อยลูกไปเที่ยวในครั้งนี้ของเธอจะเป็นภัยร้ายแรง
“ปลอดภัยดีครับ มีคนจากตระกูลอลันมาช่วยสมทบอีกแรงตามคำขอของคุณแม่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ ยังกังวลอะไรอีก” นภัทรตอบพลางหัวเราะร่า
บางครั้งเธอเองก็แอบคิดว่าเด็กคนนี้ใช่คนเดียวกับที่คลอดออกมาเมื่อแปดปีก่อนหรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตในช่วงวัยก็เถอะ
แต่นี่มันจะฉลาดมากเกินไปแล้วนะ ในอนาคตเธอจะรับมือกับลูกชายของตนเองได้ยังไง
“รู้ด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบาลงเล็กน้อย
“เดี๋ยวต่อไปผมจะยอมไปเที่ยวจักรวรรดิกับเขาในระหว่างอยู่ที่นี่ครับ แม่จะได้สบายใจขึ้น”
“โอเค ถ้าแบบนั้นแม่คงสบายใจขึ้นมาก แล้วเจอกันนะคะ ลูกรักของแม่”
“ครับ แล้วเจอกัน”
ติ๊ด!
“แจ็ค หาสถานที่ท่องเที่ยวให้ทั่วจักรวรรดิทั้งหมด ภายในหนึ่งปีพวกเราจะไปเที่ยวในดินแดนเหล่านี้ให้หมดเลย รวมถึงออกแบบให้ไม่เหนื่อยเกินไปอย่างที่เคยทำมาด้วยล่ะ”
“ครับ คุณชายเล็ก”
“กันต์ ลงไปที่ล็อบบี้ด้านล่างแล้วบอกพนักงานว่าถ้าคนจองห้องพักชื่อตามในกระดาษที่ฉันเขียนไป เชิญไปพบห้องอาหารที่จะจองเย็นนี้”
“ครับ คุณชายเล็ก”
ตรู๊ด... ตรู๊ด...
(พ่อ)
“อยากรู้ไหมว่าโทรมาทำไม”
“ถูกจับได้แล้วสินะครับ แล้วทางนั้นว่ายังไงบ้าง”
“บอกว่าตลอดหนึ่งปีจะอยู่เที่ยวให้ทั่วจักรวรรดิถึงจะกลับไทย เพราะฉะนั้นรอรับเทียบเชิญกินข้าวที่ล็อบบี้ได้เลย แต่ว่ารับแค่ฝั่งอลัน ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลอื่น
เด็กคนนั้นต้องการความสงบในการท่องเที่ยว ไม่ได้อยากเข้าสังคม ถ้าจะตามมาคุ้มกันก็ให้คนลงไปรอรับซะ”
“ครับพ่อ”
ติ๊ด!
เพราะแบบนั้นถึงยักไหล่ในตรอกแล้วบอกให้ลงไปรับคำตอบที่ล็อบบี้อีก ราวกับรู้ว่าอาศัยอยู่โรงแรมเดียวกัน อยากจะรู้เหลือเกินว่าทายาทลำดับสองของตระกูลนี้
กินอะไรเป็นอาหารกันแน่ ฉลาดเป็นกรดขนาดนี้ มีใครเคยบอกบ้างหรือเปล่าว่ามันโคตรน่ากลัวเลย เหมือนกำลังเต้นอยู่บนฝ่ามืออีกฝ่ายตามใจชอบยังไงไม่รู้
“ลงไปรับเทียบเชิญล็อบบี้ด้านล่าง”
“แต่ว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่นะขอรับ ท่านลอร์ด”
“นายไม่ได้ยืนฟังอยู่ข้างกันรึ ทางนั้นรู้ตัวแต่แรกแล้ว”
“ขอรับ ตามบัญชา”
บรรยากาศของการเชิญมาครั้งนี้ถูกจองไว้ล่วงหน้าทั้งโซน มีอาหารหลากหลายชนิด รวมถึงของว่างมากมาย แต่เขากลับหายใจไม่ทั่วท้องเลยสักนิด
“ไม่ได้เห็นท่านมอร์ซินประหม่าแบบนี้มานานมากแล้วขอรับ กลัวแขกคนนั้นงั้นรึ”
“มากกว่าความกลัวแต่เป็นความน่าเกรงขาม ฉลาดทันเกมไปทุกเรื่อง มากความสามารถจนลืมไปเลยว่าอายุสิบขวบ สมัยฉันยังไม่ขนาดนี้เลย”
“เหมือนจะมากันแล้วครับ ท่านมอร์ซิน”
ในระหว่างทางลงมาห้องอาหาร นภัทรพยายามทำใจให้มากที่สุดว่าตลอดระยะเวลาที่คุณชายบ้านนั้นอยู่ด้วยไม่เกินช่วงปิดเทอมเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ดร็อปเรียน
เพราะฉะนั้นนี่คือการอยู่ร่วมกันระยะสั้น ไม่มีระยะเวลาที่ยาวนานไปกว่านั้น และอีกไม่นานที่บ้านจะส่งพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลอีกคนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
“ขอกินข้าวก่อนนะครับ ห้ามชวนคุยตอนกินเด็ดขาด”
“จนกว่าจะกินขนมสองชิ้น ห้ามชวนคุยเด็ดขาด”
“ขนาดหมายังไม่มีใครรบกวนมันกินข้าว”
“พวกเราเป็นคน เพราะฉะนั้นห้ามรบกวนนะครับ”
ทั้งพ่อบ้านและมอร์ซินต่างพากันอึ้งในภาษาอังกฤษที่ใช้คำด่ามาจากรากศัพท์ภาษาบ้านเกิดของอีกฝ่ายแน่นอน แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา พร้อมกับเริ่มลงมือกินข้าวเหมือนกัน
“แจ็ค กันต์ พวกนายสองคนไปกินข้าวอีกโต๊ะ บิลฉันจะจัดการเอง”
“ครับ คุณชายเล็ก / ครับ คุณชายเล็ก”
“นายเองก็ไปหาข้าวกิน บิลเรียกเก็บที่ฉันเหมือนเดิม”
“ครับ ท่านมอร์ซิน”
โชคดีที่เรียนภาษาไทยมาบ้างเลยพอรู้ความหมายบางส่วน จึงเริ่มตัดสินใจทำตามอีกฝ่าย เพราะคิดว่าหลังจากกินอาหารจบลง
คงจะต้องมีการพูดคุยข้อตกลงอะไรบางอย่างจากทายาทตัวน้อยตรงหน้า รวมถึงหากไม่สามารถทำตามก็คงอดจะร่วมทริปการเดินทางครั้งนี้ มอร์ซินมีลางสังหรณ์แบบนั้น
“ผมไม่มีอะไรจะพูดมากมาย แต่เป็นข้อตกลงร่วมกันตลอดทริปในระหว่างเดินทางที่นี่ หวังว่าจะรักษาร่วมกันเป็นอย่างดี ไม่งั้นทางใครทางมัน”
“พูดถึงข้อตกลงของคุณมาได้เลย ผมพร้อมทำตามจนกว่าจะจบทริป” เขานั้นลางสังหรณ์แม่นในเรื่องทำนองนี้ เพราะฉะนั้นทำตามเด็กคนนี้แต่โดยดี
ก่อนที่อีกไม่กี่สัปดาห์เขาจะต้องไปอยู่อะคาดามี่อีกหลายเดือนและจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมา หากไม่มีเหตุจำเป็นหรือเรื่องคอขาดบางตายพอ
“หนึ่ง พวกเราจะร่วมกันจนกว่าคุณจะเข้าเรียนอะคาดามี่ ห้ามทำเรื่องผ่อนผันการเรียนหนึ่งเทอมนี้เพื่อท่องเที่ยวกับผมต่ออย่างเด็ดขาด”
