บทที่ 8 ตอน Love of Different Age ตอนที่ 7
“ขอโทษค่ะ ทำให้เสียบรรยากาศดื่มน้ำชาหมด” เธอพูดเสียงเบา
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ อีกเดี๋ยวคนของผมก็จะเอารองเท้าคู่ใหม่มาให้คุณผู้หญิงแล้ว แยกย้ายทางใครทางมันได้เลย รวมถึงคุณด้วยครับ คุณชายอลัน”
“ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับผมล่ะ ผมยังไม่ทันทำอะไรสักหน่อย”
เขาสะดุ้งทันทีเพราะถูกพูดถึง เป็นความจริงที่มอร์ซินไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ทันท่วงที ซึ่งแตกต่างจากคุณชายเล็กของบ้านภูทนินทร์
แต่ว่าเธอเป็นคนเข้ามาทักทายก่อนเองนะ ถึงจะบอกเป็นว่าที่คู่หมั้นก็เถอะแต่ยังไม่ได้หมั้นก็ไม่นับว่าเป็นคนรู้จักกันหรอก ในสังคมแบบนี้น้อยคู่มากที่รักกันจากใจจริง
“ผมจะอธิบายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ช่วยฟังกันทั้งคู่เลย ผมลาพักร้อนมาเพื่อเที่ยวเล่น ไม่ได้มาทำงานอะไรทั้งนั้น ไม่พบปะสังสรรค์กับใครทั้งสิ้น
เจตนาคือต้องการพักผ่อนคนเดียว และคุณก็ยังเข้ามายุ่งวุ่นวายกับการพักของผมตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา จนตอนนี้ยังมีคุณผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องอีก
ผมอยากพักที่หมายถึงพักจริงๆ ไม่ใช่ปวดประสาท”
“รองเท้ามาแล้วครับ คุณชายเล็ก”
“ไซส์พอดีแน่นอน ใส่ไปก่อนแล้วกันครับ”
“พวกเรา กลับกันเถอะ”
“ครับ คุณชายเล็ก”
ข่าวการพักผ่อนของแขกตระกูลอลันแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านในไม่กี่วัน ทำให้ตระกูลที่เลือกจงรักภักดีกับพวกเขาคัดเลือกคนเข้าหาอย่างแนบเนียน
เพื่อปกป้องทายาทจากแดนไกล แต่ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อนรับแต่ไม่ได้ผลักไสออกไป การมาร่วมขบวนท่องเที่ยวในครั้งนี้เพื่อร่วมกันปกป้องเด็กคนนี้
“ถูกไล่ซะแล้วค่ะ ลอร์ดอลัน”
“ถึงจะเป็นคำสั่งของท่านพ่อ แต่ก็ไม่สบอารมณ์จริงๆ เด็กคนนั้นต้องแง่ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้พูดออกมาแต่สายตามันหลอกไม่ได้เลย”
“พวกเราก็ไม่ได้หลอกนะคะ ฉันเป็นหนึ่งในคู่ดูตัวของท่านลอร์ดจริงๆ เท่าที่ทราบมานอกจากได้ทัศนศึกษากับทางโรงเรียนแล้ว ก็ไม่เคยได้พักผ่อนเลย ถูกโกรธแบบนี้ไม่แปลกใจเลยค่ะ”
“ช่วยไม่ได้ แอบตามคุ้มครองเงียบๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีเหตุอะไรแล้วกัน”
“รับทราบค่ะ ท่านลอร์ด”
“ผมมีเรื่องสงสัยครับ คุณชายเล็ก” กันต์อาสาเป็นหน่วยกล้าตายถามออกมา
“อะไรล่ะ”
“มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ ถึงพยายามจะไล่คุณชายอลันและคุณหนูคนนั้น”
“ฉันอยากพักผ่อนคนเดียว ถึงแม้ว่าจะมีพ่อบ้านกับเลขาช่วยอำนวยความสะดวกให้ก็ตาม แต่มันช่วยไม่ได้เพราะฐานะของฉันไม่ธรรมดา อาจจะถูกลอบสังหารได้”
“การที่ท่านได้รับความคุ้มครองจากตระกูลอลัน อาจจะทำให้การเดินทางครั้งนี้ปลอดภัยมากขึ้น” แจ็คพูดขึ้นมาเพราะรับรู้เจตนาแฝงของอีกฝ่าย
“ไม่จำเป็น พวกเราสามคนฝีมือและความสามารถไม่ธรรมดา ลำพังข้อมูลหน่วยข่าวกรองหลายแห่งพยายามสืบมันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ”
“คุณชายหมายความว่าพวกเราควรยืนหยัดด้วยตนเอง ถ้ามีใครมาลอบสังหารสินะ” กันต์สรุป
“ใช่ ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม พวกเราไม่แพ้หรอก”
ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นภัทรรู้สึกมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ย้ายโรงแรมทุกสัปดาห์แถมแหล่งห้องพักยังใกล้สถานที่เที่ยวอีกด้วย
ทำให้การเดินทางไม่เหนื่อยมากเกินไปนัก สามารถเดินสำรวจและทำความรู้จักเส้นทาง ไม่กลายเป็นทัวร์ชะโงกด้วยระยะเวลาไม่กี่วันแต่แพลนบอกเยอะมากกับสถานที่
ได้ซื้อของอย่างใจคิดเยอะแยะเต็มไปหมด บางสถานที่เหมือนเหยียดเชื้อชาติก็เลยชูตรากลุ่มการค้าของบริษัทไป การตอบรับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันควัน
“เอ๊ะ! ทำไมถึงมียอดเงินเข้าบัญชีของผม ยังไม่สิ้นเดือนเลยนี่ครับ” แจ็คถามด้วยความแปลกใจ
“นั่นมันเงินตระกูลที่จัดการทุกเดือนผ่านแม่ฉัน แต่เมื่อกี้มันบัญชีส่วนตัวของฉัน ให้เป็นโบนัสค่าความพยายามและใส่ใจไม่ให้ฉันเหนื่อยจากการเดินทางมากเกินไป”
นภัทรกดโอนเงินออนไลน์หนึ่งล้านบาทแบบไม่ต้องคิดอะไร เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานด้วยใจแบบนี้ นี่เป็นค่าตอบแทนความเหนื่อยและจงรักภักดีต่อตระกูล
“มองหน้าฉันทำไม นายไม่ได้เป็นคนจัดตารางการเดินทางสักหน่อย นายเป็นคนดูแลเรื่องอื่น”
“ไม่ลำเอียงเกินไปเหรอครับ คุณชายเล็ก” กันต์บ่น
“เงินเดือนนายมากกว่าแจ็คไม่ใช่หรือไง จะบ่นทำไม” นภัทรตอบพลางยักไหล่
“ทำเกินไปแล้วครับ คุณชาย” กันต์ยังคงบ่นต่อ
“จะบ่นอะไรนักหนา จะพาไปซื้อของด้วยกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาถ้าไม่ใช้ของที่คนในตระกูลซื้อให้ไม่ได้รับอนุญาตให้ใส่ในงานทางการไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ครับ / ใช่ครับ”
“อยากรู้ไหมว่าทำไมตลอดระยะเวลาสิบปีถึงไม่เคยได้รับอนุญาต”
“อยากรู้มากๆ ครับ ถ้าบอกว่าไม่อยากคนจะแปลกมาก” แจ็คบอกพลางถือแท็บเล็ตรอพิมพ์อย่างตั้งใจ
“ผมเป็นคนไทยครับคุณชาย ได้โปรดบอกที มันสำคัญกับชีวิตมาก”
“ในงานทางการทั้งหลายมีสายตาของคนจับจ้องอยู่มากมาย พ่อแม่รำคาญเรื่องคนคอยจับผิด เลยตัดปัญหาด้วยการหาเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เข้ากับงานต่างๆ เอาไว้ตลอด
อย่างน้อยงานทางการก็มีอย่างต่ำสี่งานขึ้นไป ขอเพียงใส่ชุดและเครื่องประดับให้เข้ากับงานที่บอกน่าจะเพียงพอแล้ว นอกนั้นเสื้อผ้าสามารถซื้อใส่เองได้ถ้าอยู่ในคฤหาสน์
ถึงตระกูลจะหาชุดสูทประจำฤดูไว้ให้แล้วอย่างละเจ็ดชุด แต่ในวันธรรมดาทั่วไปก็ใส่ชุดลำลองสบายๆ บ้างได้ แต่ก็ยังให้เลือกแบรนด์ตามที่บอกอยู่ดี เพราะพวกนายคือหน้าตาของฉัน ถ้าใส่ของถูกเกินไปก็จะโดนจับตามองอีก”
“พูดง่ายๆ ก็คือพยายามใส่แบรนด์ที่กำกับไว้ให้ทั้งงานทางการและไม่ทางการ เพื่อตัดปัญหาคนปากมากบอกว่าไม่เหมาะสมหรือซอมซ่อใช่ไหมครับ” แจ็คบอกระหว่างฟังเนื้อหาทั้งหมด
“ใช่ มันโคตรน่ารำคาญที่บางครั้งก็แค่อยากซื้อเสื้อผ้ายกโหลในราคาส่งแบบคนธรรมดาทั่วไป แต่บางคนดันบอกว่าทำตัวยากจน ของบางอย่างไม่ได้อยากซื้อหรือเปลี่ยนบ่อยเลยสักนิด
