บทที่ 5 ตอน Love of Different Age ตอนที่ 4
อลัน เลอร์ มากาเร็ต ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน เป็นเพื่อนสนิทของผู้นำตระกูลภูทนินทร์คนปัจจุบัน มีความสัมพันธ์ทั้งเพื่อนสมัยเด็กที่สนิทสนมกันมาอย่างยาวนานและพันธมิตรทางการค้าที่แข็งแกร่งมาตลอดนับสิบปี
“ยินดีต้อนรับนะคะ สามีของฉันได้บอกไว้หมดแล้วเหมือนกัน ขอต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวของเรานะ” เชนเนสเอ่ยต้อนรับ
อลัน เลอร์ เชนเนส นายหญิงตระกูลคนปัจจุบัน ภริยาของผู้นำคนปัจจุบัน มีความสัมพันธ์เป็นสหายร่วมรบกับนายหญิงตระกูลภูทนินทร์คนปัจจุบัน
เป็นความลับที่เธอถูกเชิญเข้าร่วมองค์กรอิสระ มีเพียงสมาชิกในองค์กรเท่านั้นที่จะรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน รวมถึงถูกปิดเป็นความลับกับตระกูล ไม่เว้นแม้กระทั่งสามีและลูกของเธอ
“ยินดีต้อนรับนะ หวังว่าจะสนุกกับการมาเที่ยวครั้งนี้” มอร์ซินเอ่ยทักทาย
อลัน เลอร์ มอร์ซิน อายุสิบห้าปี บุตรคนเล็ก ทายาทลำดับที่ห้าของตระกูล ระดับการศึกษามัธยมปลายปีที่ห้า สถานะ สอบผ่านระดับมัธยมปลายได้หนึ่งชั้นปี
“สวัสดีครับ ท่านผู้นำ นายหญิง คุณชายอลันตระกูลอลัน นภัทร ภูทนินทร์ ลูกชายคนเล็กจากตระกูลครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านครับ ฝากตัวกับข้ารับใช้ทั้งหมดด้วยนะ”
คำกล่าวแนะนำตัวของบุตรคนเล็กของตระกูลนั้นทำให้ทุกคนเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมสำนักข่าวเกี่ยวกับการจัดสอบเลื่อนระดับถึงประกาศรายชื่อของเด็กคนนี้ยาวนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
ไม่ได้มีเพียงความสามารถในการสอบเลื่อนระดับที่มากกว่าคนอื่นในรอบห้าทศวรรษ* การแสดงออก กิริยา ท่าทาง วาจา เพียบพร้อมมากกว่าเด็กวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
“เดี๋ยวอาให้ลูกชายแนะนำคฤหาสน์ไปก่อนนะ แล้วเจอกันอาหารมื้อเย็น”
“เดี๋ยวฉันเองก็ขอตัวไปจัดการงานที่ค้างไว้ก่อนเหมือนกัน แล้วเจอกันมื้อเย็นนะคะหนูภัทร”
“เดี๋ยวผมพาแนะนำแต่ละส่วนของคฤหาสน์ให้นะครับ คุณชายภูทนินทร์” มอร์ซินบอกผายมือไปทางขวา
เขาลองฝึกพูดภาษาไทยภาคปฏิบัติดู แม้ว่าจะลองลงเรียนแบบระยะสั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหน ทดลองพูดกับเจ้าของภาษาอาจจะดีที่สุด
“ได้ครับ เอ๊ะ! คุณพูดภาษาไทยได้เหรอ!” นภัทรตกใจจนเผลอพูดตาม
คนอายุน้อยกว่าทั้งตกใจปนดีใจ เพราะไม่คิดว่าในต่างแดนจะมีคนพูดภาษาตนเองได้ ไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ได้นิดหน่อยครับ ถ้าคำไหนพูดไม่ได้อาจจะพูดภาษาอังกฤษแทน”
มอร์ซินตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพเพราะในเอกสารระบุว่าอีกฝ่ายอายุน้อยกว่า ถึงจะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่สนิทกันมากแค่ไหนแต่ถูกพูดถึงมาตลอดนับตั้งแต่เกิดมา
“ครับ ขอโทษครับ...พอดีตื่นเต้นไปหน่อย”
นภัทรกลับมาอยู่ในท่าทีสุภาพตามคนอายุมากกว่า เป็นธรรมชาติของคนไทยที่เวลาเห็นคนต่างชาติพูดภาษาบ้านเกิดแล้วจะตื่นเต้น เพราะฉะนั้นกลับมาตั้งใจฟังดีกว่า
“ขอบคุณนะครับที่อธิบายให้ฟังทั้งหมด”
ถึงปากจะบอกว่าขอบคุณแต่ในใจไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด ไม่มีทางที่จะจดจำสถานที่ขนาดใหญ่โตมโหฬารนี้ได้ภายในครั้งเดียวหรอก
ยังไงซะเขาก็กะจะพักที่นี่แค่คืนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นจะออกไปพร้อมกับพ่อบ้านส่วนตัวและเลขาประจำตัว มาเที่ยวก็คือมาเที่ยวไม่ได้มาจมปลักกับดินแดนในบ้านคนอื่น
“เดินชมจนทั่วแล้วหรือยัง ชอบที่นี่หรือเปล่า” มากาเร็ตถาม
“ครับ ขอบคุณครับคุณอา”
“คิดจะอยู่ที่นี่กี่วันล่ะ”
“แค่กๆๆ ผมตั้งใจค้างแค่คืนเดียวครับ วันพรุ่งนี้จะออกไปเที่ยวตามสถานที่แนะนำตามเว็บไซต์ที่เคยค้นหาไว้ให้หมดเลย ได้รับสิทธิในการพักผ่อนทั้งที
ผมอยากใช้ให้คุ้มค่าเท่าที่จะเป็นไปได้ คิดว่ากว่าจะเที่ยวชมสถานที่หลักๆ ครบก็น่าจะเกือบครึ่งเดือน ไม่รบกวนคุณอาทั้งสองนานหรอกครับ”
ไม่รู้หรอกนะว่าครอบครัวของเพื่อนพ่อตั้งใจจะทำอะไร แต่ยังไงก็ไม่ยอมจะอยู่ที่นี่เด็ดขาด การสานสัมพันธ์อันดีกับคนรู้จักขอลาขาด ยังไม่พร้อมเข้าสังคมตอนนี้
