บท
ตั้งค่า

อิไล EP.5

ในที่สุดการเดินทางของอิไลก็มาถึงกรุงลอนดอน หรือเมืองหลวงของประเทศอังกฤษในช่วงบ่าย ถึงแม้จะใช้เวลาในการเดินทางเพียงถึงสามชั่วโมงเศษ แต่เขาก็ต้องรีบหาที่พักราคาถูกทันที เพื่อจะประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ทว่ากว่าเขาจะหาที่พักได้ สีของท้องฟ้าก็เกือบมืดพอดี

เวลานี้ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเสียแล้ว หลังจากได้ห้องพักตามที่ต้องการ ซึ่งค่อนข้างมีทุกอย่างครบ ทั้งสะอาดและราคาถูก คนตัวเล็กวางกระเป๋าเพียงใบเดียวของตนไว้บนโต๊ะข้างเตียงที่ไม่ใหญ่มาก ก่อนจะไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น

ในขณะที่เจ้าตัวกำลังเช็ดผมเปียกของตนจากการอาบน้ำ ด้วยผ้าขนหนูของทางโรงแรม เขาก็คิดได้ว่าต้องรีบติดต่อกับคนสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้ก่อน ไม่อย่างนั้น ตนคงจะพลาดการสัมภาษณ์งานในครั้งนี้อีกเป็นแน่

มือเรียวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ตั้งโต๊ะของทางโรงแรม ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับกระเป๋าที่พกติดตัวมา ปลายนิ้วจิ้มกดเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้นัดสัมภาษณ์ตนในวันพรุ่งนี้ ไม่นานปลายสายก็รับ

“สวัสดีครับ คุณเซอร์วินเทรียหรือเปล่าครับ?” อิไลรีบเอ่ยถามทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ของตนด้วยความตื่นเต้น

“สวัสดีครับ ผมไทเลอร์ เกจครับ เป็นพ่อบ้านประจำตระกูลเซอร์วินเทรีย ไม่ทราบว่าใช่คุณคลาร์กหรือเปล่าครับ?” เสียงสุภาพของปลายสายตอบ ก่อนจะถามกลับมาให้คนฟังถึงกับรู้สึกทำตัวไม่ถูก

“ชะ ใช่ครับ เอ่อ...คะ คือผมจะโทรมาสอบถามทางนะครับ พอดีว่าผมหาทางไปไม่ถูกน่ะครับ เพราะไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน” อิไลตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักด้วยอาการเขินอาย และมีความประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเป็นเขา ราวกับว่าตั้งใจรอรับสายของเขาโดยเฉพาะ

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวในวันพรุ่งนี้ทางเราจะส่งคนไปรับคุณจากที่พักนะครับ แล้วตอนนี้ คุณคลาร์กพักอยู่ที่ไหนครับ” เสียงทุ้มสุภาพจากปลายสายตอบกลับมา ก่อนจะถามที่อยู่เพื่อจะส่งคนมารับ

“ผมพักอยู่โรงแรมโอโยซี่ สเตย์ โฮเทลครับ เลขที่สี่สิบสี่ ถนนแคมบอร์น, ลอนดอน เอสเอ็ม-วาย อาร์เจคิง น่ะครับ” อิไลรีบบอกรายละเอียดที่อยู่ของโรงแรมทันทีที่อีกฝ่ายถามกลับมา

ทว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายกลับยังคงอ่อนโยนสุภาพ อีกทั้งน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังดูหนุ่มแน่น ซึ่งต่างจากที่คิดไว้มาก แต่ถึงอย่างนั้นอิไลก็ยังคงคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นคนแก่ที่มีเสียงหนุ่มอยู่ดี

“ได้ครับ วันพรุ่งนี้ผมจะให้คนไปรับคุณที่โรงแรม ตามที่คุณได้แจ้งไว้เมื่อครู่นะครับ คุณเพียงแค่เตรียมตัวให้พร้อมเท่านั้น” ปลายสายตอบกลับมาอีกครั้ง

“ครับ ขอบคุณมากครับ” อิไลกล่าวขอบคุณก่อนจะวางสาย

เมื่อวางสายจากคนที่ต้องสัมภาษณ์งานเขาในวันพรุ่งนี้ อิไลก็เกิดความรู้สึกคิดถึงน้องชายขึ้นมา อย่างไม่รู้สาเหตุไม่รู้ว่าน้องชายของเขาจะนอนหรือยัง แต่เพราะที่บ้านไม่มีโทรศัพท์ จึงทำให้เขาไม่สามารถโทรหาคนที่คิดถึงได้

อิไลจึงได้แต่ทำหน้าเศร้า และทำได้เพียงมองพระจันทร์บนท้องฟ้า เพื่อให้ใจของเขาสงบลงจากความตื่นเต้น แต่ทว่าคนที่กำลังเหม่อมองจันทร์ก็ยังคงรู้สึกคิดถึง และเป็นห่วงน้องชายของตนอยู่อย่างนั้น จนไม่สามารถสงบใจลงได้อยู่ดี ความรู้สึกกังวลมากมายผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ราวกับว่าการจากกันครั้งนี้จะไม่ได้พบกันอีก จนท้ายที่สุดเขาก็เข้าสู่ห้วงแห่งการหลับไหล เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และหาที่พักมาตลอดทั้งวัน

และแล้ววันนัดสัมภาษณ์ก็มาถึง อิไลรู้สึกตื่นเต้น และประหม่าเป็นอย่างมาก หลังจากที่ตนได้ติดต่อไปยังตระกูลเซอร์วินเทรียสำเร็จ และแจ้งว่าตอนนี้ตนได้มาถึงลอนดอนแล้ว พร้อมกับบอกรายละเอียดของที่พักเพื่อให้อีกฝ่ายมารับได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

แม้โรงแรมโอโยซี่ สเตย์ โฮเทล จะเป็นโรงแรมเล็ก ๆ ที่มีเพียงสองชั้นเท่านั้น และมีเพียงไม่กี่ห้อง มองดูจากภายนอกแล้วน่าจะมีเพียงแปดถึงสิบห้องเท่านั้น แต่ก็นับว่าเรื่องของความสะอาดใช้ได้เลยทีเดียว

อิไลรีบจัดการทุกอย่าง อย่างรวดเร็วก่อนจะออกมารอคนจากเซอร์วินเทรียมารับที่หน้าโรงแรมอย่างใจจดใจจ่อ ตามที่คุณไทเลอร์แจ้งทางโทรศัพท์ไว้เมื่อคืนก่อนจะวางสาย

คนตัวเล็กรอเพียงไม่นาน รถคันหรูก็มาจอดหน้าโรงแรม ชายหนุ่มร่างหนา ตัวสูงใหญ่ราวกับยักษ์ในละครใส่สูท ดูภูมิฐาน ลงมาจากรถฝั่งคนขับ และเดินตรงมาที่เขา อิไลรู้สึกว่าตนตัวเล็กมาก เมื่อเทียบกับคนตรงหน้า เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ไปเลย เพราะเขาสูงยังไม่ถึงหน้าอกของคน ๆ นี้เลยด้วยซ้ำ

“สวัสดีครับ คุณคลาร์กใช่หรือเปล่าครับ?” ชายคนนั้นถาม

“ชะ ใช่ครับ ผมอิไล คลาร์กครับ เรียกผมอิไลเฉย ๆ ก็ได้ แล้วคุณ…เอ่อ…” คนตัวเล็กกล่าวน้ำเสียงตะกักตะกักแนะนำตัวเอง ให้กับชายหนุ่มตรงหน้าได้รู้จัก เพราะความตื่นเต้นเลยทำตัวไม่ค่อยถูกที่มีรถคันหรูราคาแพงมาจอดรับตน เพราะเป็นเพียงผู้สมัครงานหาเช้ากินค่ำ

“ผมทรอย ลูร์ปินครับ เรียกผมทรอยเฉย ๆ ก็ได้ครับ คุณไทเลอร์ให้ผมมารับคุณ เชิญทางนี้ครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวพร้อมกับส่งยิ้มหล่อละลายมาให้ ก่อนจะยื่นมือมาเชื้อเชิญให้เขาขึ้นรถอย่างสุภาพ ราวกับว่าเขาเป็นสุภาพสตรี

“ขอบคุณครับ” อิไลกล่าวบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะขึ้นรถคันหรูเพื่อไปยังปลายทาง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน คนตัวเล็กนั่งมองถนนหนทางไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ออกจากโรงแรม รอบข้างที่มีเพียงแค่ป่าเป็นทางยาว หลังจากเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนบุคคล ก่อนจะเข้าเขตรั้วกำแพงที่ทอดยาวมาอีกหลายกิโลเมตร แต่ก็ยังไม่เห็นตัวของคฤหาสน์เซอร์วินเทรีย มันอาจจะดูเหมือนไม่ไกลมากนักสำหรับการนั่งรถ แต่ถ้าเดินเท้าคงไม่ต่ำกว่าสิบกิโลเมตรแน่นอน เพราะขนาดเข้าเขตรั้วกำแพงของคฤหาสน์มาหลายกิโลเมตรแล้วแท้ ๆ แต่กลับมองไม่เห็นแม้แต่ยอดหลังคาของคฤหาสน์เหมือนอย่างคฤหาสน์อื่นที่เขาเคยเห็น

ในระหว่างการเดินทาง ภายใต้รถเงียบกริบราวกับไม่มีใครอยู่ ด้วยความไม่คุ้นชินกับการนั่งรถหรู และมีคนขับให้แบบนี้มาก่อน ถึงแม้จะรู้สึกประหม่า แต่เขาไม่อยากรู้สึกอึดอัดแบบนี้ไปตลอดทาง คนร่างเล็กจึงตัดสินใจชวนคนขับคุยเรื่องที่ตนสงสัยมาตลอด ตั้งแต่ได้คุยกับคุณไทเลอร์ทางโทรศัพท์

“คุณทรอยครับ” อิไลเอ่ยเรียกอย่างลังเลใจ

“ครับ” คนถูกเรียกก็ขานตอบรับทั้งที่ยังคงขับรถ และใช้สายตาเหลือบมองคนตัวเล็กด้านหลัง ผ่านกระจก

“ผมขอถามได้หรือเปล่าครับ ว่าทำไมที่คฤหาสน์ถึงรับพ่อบ้านเพิ่ม ทั้งที่มีคุณไทเลอร์อยู่แล้ว” คนตัวเล็กถามสิ่งที่รู้สึกคาใจมาตลอดทางทันทีที่อีกฝ่ายตอบรับ

“เรื่องนั้น คุณอิไลต้องถามกับคุณไทเลอร์เองนะครับ เพราะผมเองก็ไม่ทราบครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าที่ดูลำบากใจราวกับรู้คำตอบ แต่กลับเลือกที่จะปกปิด และให้คนถามหาคำตอบเอง

“งั้นเหรอครับ ขอบคุณมากนะครับ” อิไลจึงได้แต่นั่งนิ่งต่อไป โดยไม่พูดหรือถามอะไรออกมาอีก เพราะถ้าถามออกไปก็คงได้คำเหมือนเดิม

........

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel