บทที่ 1 เด็กหนุ่มนัยน์ตาน้ำเงิน part 1
หลายเดือนถัดมาหลังจากผนึกแห่งแสงประกาศชื่อ
“เฮ!!”
เสียงโห่ร้องดังก้องทั่วลานกว้างกลางเมือง อันเป็นสถานที่จัดเทศกาลแพ็กอิล กุงแดฮเว (백일궁대회) หรืองานแข่งยิงธนูประจำปี
เทศกาลอันยิ่งใหญ่ กำลังเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางฝูงชน ที่แห่มาเชียร์นักธนูมากฝีมือในวันนี้
“วันนี้ เราจะได้เห็นนักธนูผู้กล้าประลองฝีมือกัน เพื่อชิงตำแหน่ง นักธนูผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองฮวารินแห่งอาณาจักรแดทงกุก!”
ผู้คนแห่ล้อมสนามประลอง ซึ่งมีม่านพลังบาง ๆ จากหิน รูนกรองแรงกระแทก นวัตกรรมใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากตะวันตก
เสียงเชียร์ตะโกนลั่นไปทั่วบริเวณ ใครมีผู้เข้าแข่งขันคนไหนในใจ พวกเขาก็จะวางเดิมพันข้างคนนั้นไม่ยั้ง
“ในปีนี้ พวกเรามีทั้งนักธนูผู้มากประสบการณ์ และดาวรุ่งที่อยากพิสูจน์ตัวเองมากมาย ขอเชิญพบกับผู้กล้าทั้งสิบคน!” พิธีกรชายชี้ไปยังผู้เข้าแข่งขัน และเริ่มแนะนำทีละคน
“คนแรก คงไม่มีใครไม่รู้จัก บุรุษผู้ยิงธนูล่าหมาป่าด้วยลูกธนูเพียงดอกเดียว บุตรคนเดียวของท่านเจ้าเมืองฮวาริน... คุณชายคิม โด ฮยอน!”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสมฐานะในชุดขาวขลิบทองก้าวออกมา แววตาคมกริบดุจเสือยามล่าเหยื่อ มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายโดยไม่มองข้างทางใด ๆ ทั้งสิ้น
ในระหว่างที่พิธีกรชายกำลังแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขันอยู่นั้น มีผู้ชมคนหนึ่งนั่งหาว โยกขาไปมาตลอดเวลาอยู่ในโซนวีไอพี และดูเหมือนเขา จะไม่แคร์สายตาของใครด้วย
“เฮ้อ... เมื่อไหร่จะจบสักทีนะ”
“นายเป็นเอลฟ์นี่คู ทำไมดูไม่อินกับธนูเลย?” เด็กสาววัยย่างสิบแปดปีในชุดหนังสีดำพอดีตัวข้าง ๆ เอ่ยถามขึ้นมา ดวงตากลมโตสีเฮเซลนัทมองอีกฝ่ายราวกับกำลังอ่านใจอยู่
“ธนูมันไม่ใช่แนวฉันน่ะสิ” เอลฟ์หนุ่มผมสั้นสีทองตอบพลางหาวยาว “ฉันถนัดเรื่องอื่นมากกว่าน่ะ”
“อย่างเช่น?”
“เดี๋ยวรู้เองแหละ” คูยักไหล่พร้อมกับเอนตัวพิงพนักพิงต่อ
“ไม่ต้องแปลกใจหรอกแคทเธอรีน หมอนี่เป็นเอลฟ์ ที่ประหลาดสุดในเผ่าแล้วล่ะ” เด็กหนุ่มชุดเกราะเต็มยศอีกคนว่า พลางเงยจากหนังสือ นัยน์สีแดงอมส้มมองมาทางคูอย่างเหนื่อยหน่าย
“คำชมสินะ ริชาร์ด” คูตวัดตาคมสีเขียวอ่อนดุจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์มอง และโอบไหล่เพื่อนอย่างกวนประสาท
“เก็บมือนายไว้ให้ห่าง ๆ ฉันหน่อย คู” ริชาร์ดมองตาเขียวพร้อมสะบัดออก จนผมสั้นสีดำมัดรวบไว้ด้านหลังเล็กปลิวไปตามลม
“อย่าเหวี่ยงน่า รู้ไหม เอลฟ์อย่างพวกเราไม่หงุดหงิดบ่อย เพราะมันทำให้หน้าเหี่ยว เหมือนนายตอนนี้เลย!” ว่าแล้วเอลฟ์หนุ่มใช้นิ้วรีดคิ้วริชาร์ด จนคนโดนทำหน้างอไปในทันที
“ฉันยังไม่ได้หน้าเหี่ยวขนาดนั้น!” ริชาร์ดโวยวาย ใบหน้าคมเข้มขาวผ่องของเขาถูกแทนที่ด้วยสีแดงจากอารมณ์โกรธ ก่อนกำหมัดแต่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะตรงที่นั่งของเขา
“พอได้แล้วน่า” แคทเธอรีนเดินมาขัด ใบหน้ารูปไข่คมชัดของเธอหันไปทางเอลฟ์หน้าตาทะเล้นด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ “รู้อยู่ว่าเขาไม่ชอบ ยังจะไปยั่วโมโหเขาอีก”
“เอ้า ก็ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนี่นา” คูแสร้งตีหน้าเศร้าจนหูเรียวยาวของเขาลู่ลง ทำเสียงอ้อนแบบเด็กสามขวบ แต่แคทเธอรีนมองว่าเขาน่าถีบมากกว่าน่ารัก...
“เด็ก ๆ ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่กับท่านเจ้าเมืองนะ รักษามารยาทกันนิดนึง” ชายหนุ่มผู้ดูจริงจังเตือนด้วยน้ำเสียงเข้มงวด ผมสั้นสีน้ำตาลเข้มของเขาถูกเซ็ทให้ไปทางขวา แต่ก็พอจะมองออกว่าเขาเป็นคนผมหยักศก เสื้อเชิ้ตขาวคาดสายเอี๊ยมพร้อมอุปกรณ์จุกจิก กางเกงสแลคและเสื้อโค้ดยาวถึงน่องสีน้ำตาลอ่อนของเขาตัดกับความหรูหราของเจ้าเมืองอย่างชัดเจน
“ไม่เป็นไรหรอกครับดอกเตอร์” เจ้าเมืองในชุดคลุมยาวสีเข้มปักด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสง กำลังยิ้มพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย “เทศกาลแบบนี้ก็ต้องคึกคักหน่อย จริงไหม?”
“ไม่ได้หรอกครับ การที่ท่านให้พวกเรามานั่งที่นั่งเดียวกัน นับว่าเป็นเกียรติที่สุดเลยครับ”
“โอ้ อย่าได้เกรงใจไปเลยดอกเตอร์” เจ้าเมืองกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี สีหน้ายังยิ้มแย้ม แต่แววตานั้นกลับนิ่งเย็นเกินกว่าที่จะเชื่อว่าเขากำลังพูดเล่น “ท่านคงเพิ่งมาที่แดทงกุกครั้งแรกใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ เมืองของท่านน่าประทับใจดี” ดร.เดวิดยิ้มรับก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบเป็นมารยาท
“อ่า นั่นไง ลูกชายผม คิม โดฮยอน เขาตั้งใจจะไปลินโด้ เพื่อเป็นอัศวินเหมือนท่าน... คงมีแววอยู่บ้างใช่ไหม?” เจ้าเมืองพยักหน้าพร้อมกับลูบเคราของตนเอง ดวงตาเรียวยาวเฉียบคมเหมือนอสรพิษใต้คิ้วโก่งสูงพยายามหว่านล้อมอาจารย์หนุ่มอย่างเต็มที่
“เขาดูมีฝีมือดีนะครับ” เดวิดหรี่ตามองคนดังกล่าว พร้อมลูบเคราจางรอบกรามเบา ๆ
“ใช่ไหมล่ะครับ ถ้าผนึกแห่งแสงเลือกเขา ผมคงดีใจไม่น้อย...” เจ้าเมืองยิ่งหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม พร้อมกับเอื้อมมือซีดจัดราวกับไม่เคยโดนแดด มาโอบไหล่ของอาจารย์หนุ่มราวกับคนคุ้นเคยที่สนิทสนมกันมานานหลายปี
แต่กลับทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดราวกับบรรยากาศมืดครึ้มอย่างบอกไม่ถูก...
“ถ้าเขาเป็นคนคนนั้น ผนึกก็จะตอบรับเช่นกันครับ” อาจารย์หนุ่มยิ้มตอบโดยยังสงวนท่าที
“อืม... นั่นสินะ” เจ้าเมืองเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมเพียงหวังว่าผู้มีฝีมือจะไม่ถูกมองข้าม ก็เท่านั้น”
“ผนึกแห่งแสงไม่เลือกผู้ที่เหมาะสมเพราะฐานะครับ” เดวิดตอบกลับไปพร้อมสายตาที่เยือกเย็นขึ้น “มันเลือกด้วยคุณสมบัติที่แท้จริงเท่านั้น”
“ให้ตายสิ...” คูที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ทำท่าเหมือนอยากอาเจียนเสียให้ได้ “ทำไมดอกเตอร์จะต้องมานั่งทนกับพฤติกรรมกะลิ้มกะเหลี่ยของเจ้าเมืองพรรคนี้ด้วยนะ”
“นั่นคืออนาคตของพวกเรานั่นแหละ” ริชาร์ดเอ่ยกับเอลฟ์หนุ่มพร้อมกับวางมือซ้อนกันบนตักราวกับอยู่ในห้องประชุม “ถ้าพวกเรายังยืนยันที่จะเป็นอัศวินแห่งรุ่งอรุณจริง ๆ การไม่ทำตัวขัดแย้งกับผู้นำท้องถิ่นคือสิ่งที่ต้องทำให้ได้”
“ถือซะว่าฝึกงานก่อนเป็นอัศวินแห่งรุ่งอรุณจริง ๆ ก็แล้วกัน” แคทเธอรีนสะบัดผมยาวมัดหางม้าสีน้ำตาลเข้ม ก่อนขยับร่างสูงโปร่งขึ้นมายืนเคียงข้างพวกเขา
“แล้วถ้าลูกชายเจ้าเมืองได้เป็นคนที่ถูกเลือกจริง ๆ ล่ะ?” คูถามพร้อมเหลือบมองคุณชายคิมในสนาม
“นั่นก็คงต้องดูกันต่อไปล่ะนะ…” เด็กสาวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะหันไปสนใจเหตุการณ์ในสนามต่อ
“และผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้าย... เด็กหนุ่มนัยน์ตาน้ำเงินจากหมู่บ้านบงแร กุงซู!”
หลังจากเสร็จสิ้นการประกาศนาม เด็กหนุ่มผิวแทนจัด ผมดำยาวปัดข้างอย่างยุ่งเล็กน้อยตามธรรมชาติ ดวงตาสีน้ำเงินของเขาเปล่งประกายเหมือนเปลวไฟในคืนหนาว
แม้เสื้อผ้าจะดูเรียบง่าย แต่เด็กหนุ่มผู้นี้กลับมีออราที่ไม่อาจละสายตาได้ ไหล่กว้างรับกับแผ่นหลังตรงเป๊ะคล้ายทหารฝึกหนัก มือซ้ายที่จับคันธนูมีรอยด้านจาง ๆ จากการฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าคมคายของเขาเงยขึ้นช้า ๆ เผยดวงตาสีน้ำเงินเข้ม
ไม่มีรอยยิ้มใด ๆ ปรากฏบนใบหน้า แต่สายตานั้นกลับลึกซึ้งเกินกว่าจะอ่านได้ ดวงตาของเขาตอนนี้จับจ้องสนามประลองอย่างแน่วแน่ ดึงดูดทุกสายตาให้หันมามอง
“นั่นมันเจ้าลูกครึ่งจากชายขอบนี่นา...”
“บงแร? หมู่บ้านกันดารนั่นเรอะ? เด็กจากที่แบบนั้นมันมีสิทธิ์เข้าแข่งขันงานนี้ด้วยรึ?”
“ตาแบบนั้น ปีศาจชัด ๆ”
“ใครให้เขาลงแข่งกันเนี่ย?”
กุงซูได้ยินทุกคำ เสียงนินทาเหล่านั้นลอดผ่านสายลมมาเข้าหูชัดเจน ปลายนิ้วของเขากระชับคันธนูแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนคลายออก
แม้ภายนอกยังนิ่งสงบ แต่แววตากลับวูบไหวบางจังหวะราวกับอดีตบางอย่างพุ่งขึ้นมาจากเงาในใจ
“แบบนี้สิค่อยน่าสนใจหน่อย...” คูที่กำลังง่วงหงาว หาวนอนอยู่ก็ถึงกับตาเบิกกว้างเมื่อเห็นผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้าย เช่นเดียวกันกับแคทเธอรีนและริชาร์ดที่กำลังจ้องมองกุงซูอย่างไม่กะพริบตา
“สีตาแบบนั้น... อย่าบอกนะว่า” แคทเธอรีนขมวดคิ้วเล็กน้อย มือขาวนวลดั่งลูกผู้ดีของเธอเลื่อนขึ้นจับข้อศอกอีกข้างอย่างเงียบ ๆ
“ถ้าเขาเป็นแบบพวกเรา ต้องมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นแน่นอน” ริชาร์ดพยักหน้าเบา ๆ ใบหน้าเคร่งขรึมจับจ้องกุงซูอย่างไม่ละสายตา แคทเธอรีนเหลือบตามองเขา ก่อนทั้งสองจะสบตากันครู่หนึ่งแล้วเบือนหน้ากลับไปที่สนามโดยไม่พูดอะไรอีก
