
บทย่อ
"เขาไม่ได้อยากเป็นฮีโร่... แต่โลกกลับบังคับให้เขาเป็น" เพราะพลังลึกลับในตัวของเขา มันกำลังตื่นขึ้น และเมื่อมันตื่นขึ้น... โลกทั้งใบอาจไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป อาเชอร์ ซาจิทารัส เด็กหนุ่มนัยน์ตาน้ำเงิน ผู้ถูกดึงเข้าสู่โลกของอัศวินแห่งรุ่งอรุณ กลุ่มผู้สืบทอดแสงสว่างเพื่อปกป้องโลกจากเงามืดโบราณ ที่อาจกลืนกินโลกได้ทุกเวลา
บทนำ อัศวินแห่งรุ่งอรุณ part 1
ณ ห้วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่สรรพสิ่งจะถือกำเนิดขึ้น ทุกอย่างกลับมีแต่ความว่างเปล่า แต่แล้วสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เผ่าพันธุ์ใดจะเทียบได้อุบัติขึ้นจากความว่างเปล่านั้น สิ่งมีชีวิตทุกคนเรียกขานเขาในภายหลังว่า พระผู้สร้าง ได้สละชีวิตตนเองเพื่อให้ จักรวาล ถือกำเกิดขึ้นมา
ทุกสิ่งทุกอย่างของพระผู้สร้างได้เติมเต็มความว่างเปล่านั้นให้มีชีวิตชีวา เผ่าพันธุ์ทรงปัญญาหลากหลายเผ่าพันธุ์ถือกำเนิดหลังจากการสละชีวิตของพระผู้สร้าง ทว่ากลับมีสิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดหนึ่งกลับเริ่มรุกรานจักรวาล มันมีชื่อว่า เชตัน
จอมมารเชตันได้ใช้เงามืดของตนเองกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า เผ่าพันธุ์ทรงปัญญาได้หาทางต่อกรกับมันอย่างสิ้นเชิง เผ่าพันธุ์ทั้งหลายจึงได้แต่ร้องขอให้สวรรค์ช่วยเหลือจากภัยร้ายครั้งนี้
สุดท้ายเหล่ามหาเทวทูตแห่งแสงสว่าง ผู้เฝ้ามองโลกจากมิติฟ้าสุราลัยได้ยินเสียงเหล่านั้น พวกเขาจึงตัดสินใจยืนหยัดขึ้นเพื่อต่อต้านจอมมารเชตัน ซึ่งนำทัพโดยอัครเทวทูตมิคาเอล ผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ชำระล้างความมืดให้หมดไปได้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่มนุษย์ยุคหลังเรียกว่า มหาสงครามแห่งสวรรค์
แสงสว่างปะทะเงามืด
สวรรค์ปะทะอสุรกาย
สงครามกินเวลายาวนานยิ่งกว่าวงจรชีวิตของดวงดาวบางดวง สุดท้ายจอมมารเชตันก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป
จอมมารเชตันถูกแยกจิตวิญญาณออกจากกายเนื้อและส่งข้ามมิติไปยังห้วงลึกไร้ทิศทาง
ทว่าความชั่วร้ายกลับไม่เคยดับสูญ...
เศษแห่งเจตจำนงมืดของเชตัน ได้หลอมรวมกันกลายเป็น ละอองมาร สสารผงฝุ่นมรณะล่องลอยไปทั่วโลกที่ไร้ซึ่งภูมิคุ้มกัน
ใครก็ตามที่สัมผัสกับมันนานเกินไป จะค่อย ๆ สูญสิ้นความเป็นมนุษย์ และในที่สุดพวกเขาเหล่านั้นก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกันกับพวกจอมมารเชตันไปในที่สุด
ทว่าละอองมารกลับไม่ใช่ภัยคุกคามเพียงอย่างเดียว...
จากการทำสงครามอย่างยาวนาน ทำให้กำแพงระหว่างมิติอ่อนแรงลงอย่างมาก ส่งผลให้ รอยแยกระหว่างมิติ เกิดขึ้นทั่วทั้งโลก ที่นอกจากความปั่นป่วนของพลังแล้ว มันยังปลดปล่อย อสุรกายต่างมิติ ออกอาละวาดรุกรานโลกอีกต่อหนึ่ง
เพื่อรับมือกับภัยร้ายที่ยากเกินจะต้านทานได้ เหล่าเทวทูตจึงตัดสินใจสร้าง เนฟีลิม เผ่าพันธุ์กึ่งเทวดาขึ้นมา แบ่งออกเป็นทั้งหมดสิบสองตระกูล ตามจักรราศีภายใต้ชื่อของ กลุ่มสุริยะวิถี
แม้ว่าพวกเขาเขาจะทรงพลังขนาดไหน ละอองมารก็มิใช่สิ่งที่จะลบล้างด้วยแสงเพียงหยิบมือ พวกเนฟีลิมจึงตัดสินใจรวมตัวผู้กล้าหกยอดฝีมือจากมวลมนุษย์ ก่อร่างสร้างตัวเป็น อัศวินแห่งรุ่งอรุณ เพื่อเป็นความหวังสุดท้ายให้แก่โลกใบนี้
แต่ฝ่ายจอมมารเชตันที่เหลือแต่จิตวิญญาณไม่ยอมอยู่เฉย ผู้คนในเงามืดจำนวนหนึ่งยึดมั่นในเจตจำนงของจอมมาร พวกเขารวมตัวกัน สวดมนต์ถึงเงา กรีดเลือดบนหินบูชา และรวมตัวในนาม ลัทธิบูชาเชตัน โดยพวกเขาหวังว่าวันหนึ่งจอมมารที่พวกเขาเคารพจะกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
นับจากวันนั้น... โลกแห่งแสงและเงาไม่เคยหยุดทำสงคราม อัศวินแห่งรุ่งอรุณ และลัทธิบูชาเชตันต่างได้สลักรอยแผลให้ประวัติศาสตร์ทุกยุคสมัย
แม้ในที่สุด ลัทธิแห่งเงาจะถูกปราบปรามจนเหลือเพียงตำนาน แต่คำพูดสุดท้ายของพวกมันกลับตราตรึงในหัวใจของผู้ศรัทธาความมืดทั้งมวล
จอมมารจะกลับมาอีกครั้ง... และในครั้งนี้ จะไม่มีสิ่งใดบนโลกต้านทานได้อีก แม้แต่แสงที่สว่างที่สุดในจักรวาล
หลายคนลืมเลือนสิ่งที่พวกบูชาเชตันกล่าวไป จนกระทั่งกลุ่มสุริยะวิถี ผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลแห่งแสงกลับแตกคอกันเองเพราะอำนาจ ความทะเยอทะยาน และอดีตอันเร้นลับ
เมื่อเส้นทางแห่งแสงเริ่มไร้ผู้นำ ผนึกแห่งแสง ศูนย์กลางพลังของอัศวินแห่งรุ่งอรุณได้เปล่งเสียงออกมาอีกครั้งในคืนเดือนดับ ทำนายถึงเวลาที่แสงจะต้องมารวมตัวกัน
“หากทายาทแห่งสุริยะทั้งสามตระกูล ลีโอ สกอปิโอ และ ซาจิทารัส ปรากฏตัวพร้อมกัน แสงสว่างทั้งปวงจะส่องสว่างไปจนถึงสุดขอบจักรวาล และเมื่อนั้นภัยร้ายใต้เงามืดจะปรากฏตัวเพื่อนำไปสู่สงครามสุดท้าย”
และไม่มีใครคาดคิดเลยว่า...
คำพยากรณ์นั้น จะเริ่มต้นในปีนี้!
