บท
ตั้งค่า

Chapter 2

“วันนี้ฉันจะไปซื้อดอกไม้มาปลูกที่หน้าร้านน่ะ แล้วก็ไปซื้อของตกแต่งอีกนิดหน่อย” พอเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ลลิลก็ไม่ได้ไปทำงานที่บริษัทของพ่อตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก เธอไม่ชอบระบบการทำงานที่เป็นเวลาตายตัว เธออยากมีร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีหนังสือเก่าๆ ที่เธอสะสมไว้ให้ลูกค้าได้อ่านขณะที่ดื่มเครื่องดื่มในร้าน ลลิลเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวในครอบครัวที่ร่ำรวยพอๆ กับผม โชคดีที่คุณลุงธนา พ่อของเธอไม่ได้บังคับอะไรลลิลแถมยังปล่อยให้หญิงสาวทำตามความฝันของตัวเองอีกด้วย อาจเพราะเธอเสียมารดาไปตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย คุณลุงธนาจึงพยายามเป็นทั้งพ่อและแม่และยังต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำในเวลาเดียวกัน ลลิลต้องอยู่บ้านคนเดียวโดยที่พ่อต้องไปประชุมที่ต่างประเทศนานนับเดือน ผมรู้ดีว่าสิ่งที่หญิงสาวโหยหามาตลอดนั่นคือความอบอุ่น ผมจึงทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของเธอมาตลอด โดยที่เธอก็รับฟังปัญหาทุกอย่างของผมเช่นกัน ถึงบอกไงว่า..ผมกับเธอเป็นได้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้นจริงๆ ไม่มีทางเป็นอื่นได้เลย

“รอฉันราวน์เช้าเสร็จได้ไหม ช่วงบ่ายว่างเดี๋ยวไปเป็นเพื่อน” ผมเสนอ ตั้งแต่เป็นแพทย์เต็มตัว ผมแทบไม่มีเวลาว่างคุยกับเธอเหมือนเคย พอออกเวรผมก็เอาแต่นอนพักผ่อน จนบางครั้งเห็นแววตาเศร้าๆ ของคนตรงหน้าผมก็แอบรู้สึกผิดขึ้นมา ผมอยากมีเวลาให้ลลิลมากกว่านี้

“ได้ๆ ฉันรอที่คอนโดนายนะ” ใบหน้าสวยหวานยิ้มอย่างมีความสุข จนผมอดมีความสุขตามไม่ได้

“งั้นเจอกันเที่ยงกว่าๆ นะ”

“ฉันทำอาหารรอละกัน นายมาเหนื่อยๆ จะได้กินข้าวอร่อยๆ” น้ำเสียงที่พูดอย่างกระตือรือร้นนั้นทำให้ผมรู้สึกกลัวขึ้นมา ลลิลไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้จริงๆ ถ้าเกิดสักวันเธอตกล่องปล่องชิ้นไปกับผู้ชายสักคน ผมอยากให้เธอแต่งงานกับเชฟทำอาหารเก่งๆ หญิงสาวจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องอาหารการกิน

“มะ..ไม่ต้อง ฉันจะแวะกินที่โรงอาหารโรงพยาบาลเลย จะได้ไม่เสียเวลา”

“เอางั้นเหรอ? แต่ฉันอยากทำให้นายนะ” พอโดนคนตรงหน้าออดอ้อนผมก็อดใจอ่อนไม่ได้ ตอนกลับคอนโดจะเบิกยาแก้ท้องเสียไปด้วยเลยดีกว่า

“ได้สิ ไม่ต้องทำเยอะนะ ฉันแวะกินอาหารเช้ามาแล้ว” ผมพูดปด กลัวลลิลจะทำหลายอย่างจนผมเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรแล้วไม่ท้องเสียดี

“โอเค แล้วเจอกันนะ” ร่างบางโบกมือแล้วเดินไปที่รถ พอเธอขับรถออกไปผมก็ตรงไปยังหอพักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมเริ่มงานในอีกสามสิบนาทีข้างหน้า ที่พักของโรงพยาบาลหนึ่งห้องจะอยู่กันสองคน รูมเมทของผมคือหมอไปป์ หมอหนุ่มจากภาคเหนือ ลูกชายเจ้าของไร่ชาในอำเภอสะเมิงที่มีชื่อเสียง ผมเปิดประตูห้องเข้าไป หมอไปป์เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จและกำลังแต่งตัวเพื่อไปทำงานพร้อมกันกับผม

“อ้าว เวรเยินเหรอครับหมออคิน หน้าตาดูหมองๆ” รูมเมทผมเอ่ยแซวพลางหัวเราะเบาๆ

“ไม่เท่าไหร่ครับ แค่ก้นไม่ติดเก้าอี้ เรื่องนอนตัดไปได้เลย” ผมปิดปากหาวอยากพักร่างเต็มที แต่ต้องไปราวน์วอร์ดผู้ป่วยในช่วงเช้า ตอนนี้ผมกับหมอไปป์ประจำอยู่ที่วอร์ดศัลยกรรม เดือนหน้าจะวนไปยังวอร์ดกุมารเวช

“ราวน์เสร็จก็กลับไปนอนครับ วันนี้บ่ายว่างไม่ใช่เหรอ?”

“ผมมีธุระต่อ”

“หืม..ธุระนั้นทำกับพยาบาลลดารึเปล่าครับ” ดวงตาคู่คมมีแววล้ออยู่ในที ก็เพราะคำพูดของหมอไปป์นี่แหละทำให้ผมต้องออกไปกับพยาบาลสาวสวยคืนนั้น

‘มีคนเค้าลือว่าหมออคินเป็นเกย์ ผมไม่เชื่อหรอกนะ หมออคินออกจะแมนขนาดนี้’ พูดกันตามตรง ผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนด้วยเพราะเรียนหนักตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีหก พอได้เป็นแพทย์อินเทิร์นก็แทบไม่มีเวลาทำงานเข้าเวรสลับกันไปมา ผมจึงไม่เคยคิดเรื่องแฟนเข้ามาสมองเพราะอยากทำงานให้เต็มที่ก่อน พอผ่านพ้นช่วงเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะค่อยมีแฟนก็ยังไม่สาย ผู้ชายที่แม้แต่นอนเวลานอนยังไม่มีจะไปดูแลคนอื่นได้ยังไง พอถูกลูบคมด้วยคำพูดนั้นผมจึงคิดที่จะแสดงแสงยานุภาพว่าผมไม่ได้เป็นประเภทชายรักชายและตัดสินใจออกไปกับพยาบาลลดา ทว่าพอจะขึ้นเตียงกับผู้หญิงโดยปราศจากความรักผมกลับทำแบบนั้นไม่ได้ โชคดีที่ที่ไลน์ของลลิลที่เหมือนกับระฆังช่วยชีวิต ผมจึงหาเรื่องออกไปจากคอนโดของพยาบาลสาวได้

“เปล่าครับ ผมจะไปช่วยเพื่อนเลือกของตกแต่งร้าน”

“งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ” คืนนี้หมอไปป์เข้าเวรวอร์ดศัลยกรรม เจอกันพรุ่งนี้หมายถึงเจอกันตอนราวน์เช้าเลย

“ขอเวรให้เวรสมูธนะครับ ไม่เยิน” เรากล่าวอวยพรให้กันและกัน ก่อนที่หมอไปป์จะขอตัวออกไปทานมื้อเช้าก่อนที่จะเริ่มงาน ส่วนผมก็อาบน้ำแต่งตัวและตามออกไปทีหลัง ผมทำงานจนเกือบเที่ยงจึงไปหาลลิลตามนัด หญิงสาวนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร บนนั้นมีอาหารอยู่สองสามอย่าง

“มาทานข้าวเร็ว ฉันเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ มีแกงจืดกับไข่เจียวหมูสับแล้วก็ผัดผัก” ผมแอบอมยิ้ม โชคดีที่เป็นอาหารที่รสไม่จัด เดี๋ยวแอบเพิ่มน้ำปลานิดหน่อยคงพอกินได้ ผมนั่งลงทานอาหารทันที ทว่า..แกงจืดที่ว่ากลับเค็มซะจนทะเลสาบเดดซีเรียกแม่ ขณะที่เกือบจะพ่นมันออกมา ใบหน้าสวยหวานก็ยิ้มซะจนผมต้องกลืนมันลงคออย่างเสียไม่ได้ ไม่เป็นไรไข่เจียวคงจะไม่เค็มแน่ๆ แต่พอกินไปคำแรก อันนี้ก็เค็มซะยังกะรถขายเกลือคว่ำใส่

“อร่อยใช่ไหม ฉันตั้งใจทำมากเลยนะ”

“อืม..เธอก็กินบ้างสิ” ผมผลักจานผัดผักมาตรงหน้าเธอ

“ช่วงนี้ฉันไดเอท ไม่กินของมันของทอดอ่ะ” แล้วคนตรงหน้าก็เปิดฝาธัญพืชกระป๋องขึ้นมากินกับโยเกิร์ต ส่วนผมก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารรสเค็มจัดคนเดียวต่อไป..เอาวะ ยังไงวันนี้ถ้าไม่ท้องเสียก็คงต้องฟอกไตในเร็ววัน..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel