บท
ตั้งค่า

Chapter 1

Akin talks

“อคิน ทางนี้” ร่างบางของหญิงสาวที่สวมเสื้อลูกไม้สีขาวกับผ้าถุงสีม่วงเข้มโบกมือให้ผมไหวๆ ใบหน้าสวยหวานยิ้มจนตาหยี ผมยาวสลวยรวบเป็นมวยกลมๆ บนหัวมีดอกลีลาวดีสดประดับอยู่บนนั้น ผ้าถุงสีม่วงที่เจ้าตัวสวมใส่ขับผิวที่ขาวนวลเนียนให้เด่นชัดขึ้นอีก สงสัยผมจะเข้าเวรที่โคตรจะเยินจนเบลอ มองเห็นลลิลเพื่อนรักสวยออร่าอย่างกับนางในวรรณคดี จริงๆ ก็แอบยอมรับมานานว่าเพื่อนสาวเป็นคนสวยแต่ด้วยความใกล้ชิดจึงไม่ได้มองลลิลเหมือนผู้หญิงสวยๆ คนอื่นแต่อย่างใดเพราะเห็นกันตั้งแต่เด็กๆ ยันโตเป็นหนุ่มสาวนั่นเอง ผมเคยสัญญากับลลิลไว้ว่าถ้าเรายังโสดและไม่ได้ร่วมหอลงโลงกับใครจนอายุเกินเกณฑ์จะสร้างครอบครัว เราจะสร้างบ้านอยู่ด้วยกันดูแลกันไปจนแก่เฒ่าแต่ในฐานะเพื่อนสนิทเท่านั้นนะ ผมสาบานได้เลยว่าไม่เคยคิดกับยัยนี่เป็นอย่างอื่นได้เลย

“มาใส่บาตรด้วยกัน ฉันเตรียมของใส่บาตรให้นายด้วย” มือเล็กๆ ชี้ไปที่ขันเงินขนาดย่อมที่ข้างในนั้นมีขนมเค้กกล้วยหอมหน้าตาแปลกๆ อยู่เกือบสิบชิ้น ผมแอบกลืนน้ำลายรสชาติขนมวันนั้นยังติดลิ้นไม่หาย สัดส่วนที่ผสมกันได้อย่างไม่ลงตัวทำให้รสของขนมเพี้ยน ผมคงเป็นคนบาปที่ให้กำลังใจจนหญิงสาวฮึกเฮิมถึงขั้นทำมาใส่บาตร ถ้าพระฉันท์แล้วท้องเสีย นรกคือปลายทางของผมอย่างแน่นอน

“ของใส่บาตรของเธอทำไมเป็นขนมที่ซื้อมาล่ะ” ในขันใส่บาตรของลลิลเป็นขนมไทยที่ห่อด้วยใบตองสวยงาม ต่างจากของผมที่เป็นเค้กกล้วยหอมที่เธอทำเอง

“ก็นายไม่ชอบทำบุญ ฉันก็เลยตั้งใจทำขนมเอง อานิสงส์ที่ตั้งใจทำกับมือจะได้บุญมากกว่าที่ไปซื้อเองไงล่ะ เห็นมั้ยฉันหวังดีกับนายแค่ไหน” หญิงสาวอธิบาย ผมแอบถอนหายใจ ถ้าพระฉันท์แล้วอาพาธบาปคงตกอยู่กับผมแน่ๆ

“แล้วทำไมมาใส่บาตรที่หน้าโรงพยาบาลได้ล่ะ แถวบ้านก็มีพระไม่ใช่เหรอ?” ผมมองไปยังรถมินิคูเปอร์คันโปรดของเธอที่จอดอยู่ใกล้ๆ ลลิลขับรถได้ไม่ชำนาญนัก แล้วบ้านเธอกับโรงพยาบาลก็อยู่คนละทาง กว่าเธอจะขับรถมาถึงตรงนี้คงจะใช้เวลาหลายชั่วโมง อีกทั้งยังตื่นทำขนมใส่บาตรอีก เดาว่าคงออกจากบ้านราวๆ ตีห้าอย่างแน่นอน

“ก็อยากใส่บาตรกับนายไง ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันจะได้เจอนายไปทุกๆ ชาติ” ดวงตากลมโตของเพื่อนรักพูดไปโดยไม่คิดอะไร ทว่า..คำพูดมันกลับฟังแล้วจั๊กจี้หัวใจชอบกล พูดยังกะคู่รักที่รักกันปานจะกลืนกิน เจอกันอีกชาติหน้าอย่างนั้นเหรอ? ผมแอบหลุดขำ

“เจอกันชาติเดียวก็พอแล้ว แค่นี้ฉันก็เหนื่อยกับเธอจะแย่” ผมกับลลิลอายุเท่ากัน แต่ผมทำตัวทั้งเพื่อนทั้งพี่ชายคอยดูแลเธอมาตลอดเพราะบ้านของเราใกล้กันกั้นไว้เพียงกำแพง พ่อแม่ของเราก็เป็นเพื่อนรักกันแถมเป็นสาวกสตาร์ วอส์ด้วยกันทั้งคู่ ผมจึงมีชื่อจริงว่า อนาคิน ที่มาจากตัวเอกในเรื่องก็คือ อนาคิน สกายวอล์กเกอร์ ส่วนลลิล มีจริงที่แสนจะอลังการว่า อมิดาลาหรือราชินีอมิดาลา นางเอกของเรื่อง ส่วนชื่อเล่นก็ดันคล้องจองกันอีก อคินแปลว่าพระอาทิตย์ ส่วนลลิลแปลว่าพระจันทร์ ทั้งนี้ด้วยความตั้งใจของสองครอบครัวที่จะให้เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งบอกเลยมันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ผมกับลลิลเป็นได้แค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นแหละ ใครจะไปอยากใช้ชีวิตคู่กับคนที่รู้จักอีกฝ่ายจนเห็นไส้เห็นพุงกันหมดแล้วกันล่ะ ที่สำคัญผมชอบสถานะแบบนี้มากกว่า เป็นคนรักมีวันเลิกราแต่ความเป็นเพื่อนเป็นได้ตลอดชีวิต ผมแค่อยากเห็นลลิลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไม่หายไปไหนเท่านั้นเอง

“อย่าเพิ่งเบื่อฉันนะ ฉันยังมีอะไรๆ ให้นายเซอร์ไพร้ซ์อีกเยอะ” ร่างบางบอกให้ผมถอดรองเท้าเพื่อที่จะเตรียมตัวใส่บาตรเพราะพระกำลังจะเดินมาทางนี้ พอเราใส่บาตรเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงถือเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดไปไว้ที่รถ

“วันนี้ทำงานต่อเหรอ?”

“อืม จะไปอาบน้ำที่หอพัก ราวน์เช้าก็เสร็จแล้วล่ะ เธอล่ะทำอะไรวันนี้” ผมเดินมาที่หน้าโรงพยาบาลเพื่อที่จะข้ามฝั่งไปยังหอพักแพทย์ของโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ถ้าต้องทำงานต่อจากการเข้าเวรดึกผมมักจะไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวที่นั่นเพราะสะดวกรวดเร็วกว่าที่จะกลับไปคอนโดที่ใช้เวลาเดินทางบนท้องถนนเกือบสามสิบนาที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel