CHAPTER 6 แยกแยะไม่ออก NC
กวินที่ยืนตรงขอบประตู มองดูพฤติกรรมของทั้งคู่อยู่พักใหญ่ ในมือยังคงถือโทรศัพท์ค้างอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องได้ยินเสียงเพื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งสอง
“ครับจัดการได้เลยครับ” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องไปที่ทามไทอย่างเย็นชา
“โอเค”
“แล้วมีอะไรก็ตัดสินใจกันได้เลยนะครับ ไม่ต้องโทรมาแล้ว” เขาตัดบทจากคนปลายสายเป็นประโยคสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ก่อนจะตัดสายไป แสดงให้เห็นถึงความหงุดหงิดที่ถึงขีดสุด เขาไม่ยอมให้ใครมาแย่งเวลาสำคัญนี้ไปได้แน่ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทที่กำลังฉวยโอกาสอยู่ข้างในนั้น
เขาเดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม เดินตรงไปหยิบแก้วเหล้าของตัวเองที่วางไว้ บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้กลับเป็นคนตัวเล็กที่เริ่มกึ่มเมา แก้มใสเริ่มมีสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก เธอเริ่มทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดกลับมาผ่อนคลาย เป็นเธอซะเองที่ชูแก้วน้ำสีชมพูในมือขึ้นชวนทั้งคู่ชนแก้วเอาๆ
“ชน! เพื่อโปรเจกต์ที่เราต้องส่งพรุ่งนี้!” ข้าวฟ่างหัวเราะคิกคัก ความขี้อายและความสับสนเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว
กวินรับแก้วเหล้าขึ้นชนกับแก้วเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบถามทามไทเสียงเบา ดวงตาจับจ้องใบหน้าแดงก่ำของข้าวฟ่างอย่างกังวล “มึงรู้มั้ยว่าเธอคออ่อน?”
ทามไทชนแก้วกับกวินอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหลงใหลเมื่อมองข้าวฟ่าง “กูจะไปรู้ได้ไง” เขาตอบห้วนๆ “แต่ก็ดี... เมาแล้วน่ารักดี”
ข้าวฟ่างได้ยินไม่ถนัด แต่ก็ทำท่าทางไม่สนใจ เธอลุกขึ้นจากโซฟา แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ทรงตัวไม่ค่อยอยู่ เซไปชนกับโต๊ะเล็กน้อย
“ฮั่นแน่! สองหนุ่มหล่อของเราจะมานั่งเงียบๆ ได้ไง ลุกขึ้นมาชนแก้วกับสาวสวยหน่อยเร็ววว” เธอพูดเสียงยานๆ พร้อมกับยื่นแก้วไปจ่อที่ปากของทามไท ก่อนจะเลื่นมันมาทางกวินบ้างอย่างหยอกล้อ
ทามไทฉีกยิ้ม ดึงแก้วออกจากมือเธอแล้วยกดื่มเองจนหมด ก่อนจะดึงเธอให้มานั่งลงข้างๆ อย่างอ่อนโยน “โอเคๆ ชนแก้วก็ได้ แต่นั่งลงก่อนครับคุณเพื่อน เดี๋ยวได้กลิ้งตกโซฟา”
บรรยากาศกลับมาอบอุ่นและเป็นกันเองอีกครั้ง ด้วยความซุกซนของคนที่กำลังเมาได้ที่ ทำให้ความขัดแย้งระหว่างชายหนุ่มทั้งสองต้องพักไว้ก่อน พวกเขาต้องเปลี่ยนมาโฟกัสที่การดูแล 'เพื่อนรัก' ของพวกเขาแทน
“ขอเสียงหน่อยค่าาา” เธอสั่งกวินให้เร่งเสียงจากโฮมเธียเตอร์ให้ดังขึ้นอีกระดับ สีหน้ายิ้มแย้มของเธอบ่งบอกว่าต้องการจะปล่อยใจไปกับเสียงเพลงแล้ว
กวินส่ายหน้าเบาๆ แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขาก็เริ่มเมาได้ที่แล้วเหมือนกัน ใบหน้าแดงก่ำแต่ยังมีสติอยู่ ต่างจากอีกคนที่คอแข็งเป็นบ้า ดื่มด้วยกันทีไร ใครก็อย่าคิดจะวัดไอ้ทามเชียวล่ะ แม่งคอแข็งยิ่งกว่าเหล็ก
ทันทีที่เสียงเพลงจังหวะสนุกๆ ดังขึ้น ข้าวฟ่างก็เริ่มโยกตัวเบาๆ อยู่บนโซฟา ทามไทมองภาพนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หา
“ถ้าจะขนาดนี้ ลงไปเต้นข้างล่างเลยไหมข้าว?” ทามไทแซวเสียงทุ้ม แล้วเอื้อมมือไปคว้าแก้วของเธอมาวางบนโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอทำมันหก
“ไม่เอาหรอก... อยู่ตรงนี้ก็สนุกดี” เธอพูด แล้วเอนตัวพิงไหล่กว้างของกวินอย่างถือวิสาสะ ความเมาทำให้เธอทำลายขอบเขตที่เคยมีไปหมดสิ้นแล้ว
กวินถึงกับตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกดีๆ พุ่งขึ้นมาเต็มอก เขาเผลอเงยหน้าขึ้นไปสบตากับทามไท แววตาของไอ้เพื่อนตัวใหญ่เต็มไปด้วยความไม่พอใจที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน
สามเหลี่ยมความสัมพันธ์กำลังถูกตอกย้ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และความใกล้ชิดที่เริ่มจะเกินเลย
“เราว่าข้าวควรไปนอน” กวินเอ่ยสั่งเสียงนุ่ม แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“อะระ เรายังสนุกอยู่เลยนะ” เธอโวยวายเสียงยาน แก้มแดงก่ำน่าเอ็นดู พร้อมกับทำท่าจะโยกตัวตามจังหวะเพลงต่อ
“นี่เคยกินเหล้าบ้างเปล่าเหอะ” ทามไทแซวเสียงหนัก ก่อนที่กวินจะพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา
“กูจะพาเธอไปนอน” กวินพูดตัดบทอย่างเด็ดขาด ที่ห้องของเขามันมีสามห้องนอนพอดี ตกคนละห้องพอดีสินะ เขาเริ่มชักนำให้เธอเดินไปทางห้องนอน
“เดี๋ยวกูช่วย” พูดจบคนตัวสูงที่สุดในนั้นก็เดินมาประกบข้างของเธอ แล้วใช้แขนโอบเอวเธอไว้แน่น ทั้งสองช่วยกันพยุงร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงไปยังเตียงนุ่ม
ก่อนจะวางเธอลงช้าๆ แต่ด้วยความที่เธอไม่ยอมปล่อยมือจากคอของคนทั้งคู่ มันทำให้ทั้งสองถึงกับเซถลาล้มฟุบไปกอง ทับร่างเธออยู่บนเตียงเดียวกันทันที ข้าวฟ่างอยู่ตรงกลาง โดยมีทามไทและกวินประกบซ้ายขวา ความใกล้ชิดที่เกินเลยและเร่าร้อนที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา
ร่างทั้งสามกองอยู่บนเตียงนุ่ม สถานการณ์อันตรายเกินกว่าจะควบคุมได้ ใบหน้าของกวินอยู่ห่างจากใบหน้าของข้าวฟ่างเพียงคืบ กลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นกายที่ปะปนกันมันช่างยั่วยวน
กวินมองใบหน้าที่แดงก่ำของเธอด้วยความอดทนที่ถึงที่สุด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจยับยั้งได้อีกต่อไป เขาใช้มือใหญ่ จับประคองใบหน้าเธอเข้ามาบดจูบอย่างแรง เป็นการจูบที่ร้อนรนและเรียกร้อง ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเธอเป็นของเขาคนเดียว
ข้าวฟ่างถึงกับส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ร่างกายที่อ่อนแอจากฤทธิ์เหล้าตอบสนองต่อการจู่โจมนั้นอย่างง่ายดาย
แต่แล้วทามไทก็ไม่ยอม!
เขารับรู้ถึงการรุกรานที่เกิดขึ้น มือหนาของเขารีบคว้าท้ายทอยของเธอไว้ ออกแรงกระชากให้หันมาทางตนเองทันที ก่อนจะบดจูบเข้าที่กลีบปากบางของเธออย่างหิวกระหายและรุนแรงยิ่งกว่า เพื่อยื้อแย่งเธอไปจากกวิน เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความต้องการที่ไม่แพ้กัน
หญิงสาวถูกโจมตีจากสองด้านสลับกันไปมาอยู่อย่างนั้นเป็นพักใหญ่ เธอถูกจูบสลับไปมาระหว่างริมฝีปากที่เร่าร้อนของชายหนุ่มทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของเธอกลายเป็นสมรภูมิแห่งการช่วงชิง ทั้งรู้สึกสับสน มึนงง และในขณะเดียวกัน...เธอกลับตอบสนองต่อทุกสัมผัสของคนทั้งสองอย่างไม่อาจต้านทาน
“อื้อออ…” ริมฝีปากของทามไทบดแทรกสอดเกลียวลิ้นเข้ามาด้านใน รสชาติของเหล้าและบุหรี่ที่เขาดื่มด่ำปนเปไปกับความหวานซ่าน จนหญิงสาวเผลอครวญครางเสียงแผ่ว มือเล็กเริ่มปัดป่ายไปมากับอกหนาแน่นของเขา ราวกับจะผลักไสแต่กลับกลายเป็นการโอบกอด
แล้วกวินก็แทรกตัวเองเข้ามาอีกครั้ง เขาไม่ยอมปล่อยให้เพื่อนช่วงชิงเธอไปได้ง่ายๆ ยื้อแย่งคนร่างเล็กด้วยการจับใบหน้าของเธอให้หันมาทางตนเอง ก่อนที่มือหนาจะหยัดกายทามไทที่ตัวสูงกว่าให้ห่างออก มีการปะทะกันเล็กน้อยของร่างกายที่แข็งแกร่ง จากนั้นเขาก็บดริมฝีปากลงมายังคนร่างบางทันที ซึมซับความหวานที่หลงเหลืออยู่จากจูบของทามไทเมื่อก่อนหน้า
ความรู้สึกหวามไหวที่ทั้งคู่สร้างความรัญจวนให้เธอ มันทำเอาสมองว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้แยกแยะผิดถูกชั่วดี เธอรู้แค่ว่า ตอนนี้เธอรู้สึกดีจัง รู้สึกดีกับคนทั้งคู่พอๆ กัน
ความปรารถนาที่รุนแรงของพวกเขาทำให้เธอจมดิ่ง จนแยกมันไม่ออก ว่าจริงๆ แล้ว เธอรู้สึกเอนเอียงไปทางไหนกว่ากัน กันแน่ เธอปล่อยให้ร่างกายของตัวเองเป็นไปตามแรงปรารถนาของบุรุษทั้งสองอย่างไม่คิดที่จะต้านทาน
