Just Friend Zone ระยะไม่ปลอดภัย (PWP)

52.0K · จบแล้ว
เจ้าเหมียวโอโจะ
25
บท
355
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

พลี่บ!! เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ตอนนี้คนตัวสูงที่แอบมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาอาบน้ำตัวหอมเรียบร้อย เดินมาสมทบกัน และเป็นคนที่ทำให้จังหวะกิจกรรมที่กวินกำลังเร่งเร้าอยู่กับข้าวฟ่างมัน ค้างเติ่ง "อะไรของมึง" กวินที่ถูกขัดใจเอ่ยอย่างหัวเสีย ความต้องการที่ถูกจุด ติดกลับถูกดับ ในทันที "มีดโกน" คนปากหยักหนาพูดอย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับชูมืดโกนหนวดใหม่เอี่ยมสองด้ามและกระป๋องมูสโฟม "เดี๋ยวกูโกนให้ข้าว ส่วนมึง เอ้านี่รับไป" พลี่บ!! กวินรีบคว้าอีกด้ามมาอย่างรวดเร็ว แม้จะหงุดหงิดแต่เขาก็เข้าใจความหมาย "ไปจัดการของตัวเองด้วย กูจะได้กินได้อร่อยๆ แม่งมีแต่ป่าดงดิบ"ทามไทหันมายิ้มให้หญิงสาวก่อนจะคลี่ยิ้มกว้าง แววตาเปล่งประกาย "ส่วนของข้าวเดี้ยวเราโกนให้ จะเอาให้เกลี้ยงเลย รับรองคราวนี้ไม่มีขนเข้าปาก ต้องกินแซ่บกว่าเดิมแน่นอน" เขาจับขาเธอถ่างออก อย่างชำนาญ ชโลมมูสโฟมปาดไล้ไปทั่วบริเวณโหนกอูม กลิ่นหอมเย็นของโฟมยิ่งทำให้ไฟ ในกายมันคุกรุ่น กวินมองเพื่อนด้วยสายตาคาดโทษ แต่ก็ยอมทำตาม รีบจัดการ 'ป่าดงดิบ' ของตัวเอง

นิยายรักแก้แค้นโรแมนติกนักศึกษา21+แฟนเก่ารักสามเศร้าแฮปปี้เอนดิ้งวัยรุ่น

CHAPTER 1 เพื่อนเก่า

Trigger warning!!

นิยายเรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อ บุคคล สถานที่ ล้วนแล้วแต่เกิดจากจินตนาการของผู้เขียนทั้งสิ้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงผู้อื่นผู้ใดแต่อย่างใด

- เนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

- มี Dirty talk เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน

- ความสัมพันธ์ในเรื่องจะเป็นแบบ Bi-MMF ซึ่งผู้ชายในเรื่องจะมีฉาก 18+ กันเองด้วยนะคะ อาจจะไม่ถูกจริตสำหรับนักอ่านบางกลุ่มบางท่าน ไรต์จึงขอชี้แจงตรงนี้ไว้

- เครื่องหมาย (***) ของไรต์ใช้แทนคำที่ไม่สามารถเขียนลงในแพลตฟอร์มได้ ให้ผู้อ่านไปจินตนาการต่อกันเองตามใจชอบได้เลยนะคะ ^^

- เนื้อหา NC มีทั้งหมด 19 ตอน จากนจำนวนตอนทั้งหมด 25

กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ สำหรับนิยายรักแบบเราสามคน เรื่องนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักระหว่างเพื่อนที่เติบโตกันมาตั้งแต่สมัยประถมค่ะ แต่แล้วเรื่องวุ่นๆของยัยจอมแก่นก็ต้องมีอันคลาดเคลื่อนเมื่อตอนมัธยมปลาย ทุกคนต่างพากันแยกย้ายกันไปเติบโต

แต่ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าเมื่อย่างเข้าสู่รั้วมหาลัย แล้วทุกคนจะโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งจนได้ แล้วเรื่องวุ่นๆก็บังเกิด เมื่อคำว่าเพื่อนทำให้คนทั้งสามใกล้ชิดกันจนเกินไป จนมันเริ่มกลายเป็นความรู้สึกที่มากเกินกว่าจะจำกัดแค่คำว่า “Friends Zone”

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

เพื่อนเก่า

“ได้ยินว่าวันนี้จะมีเพื่อนใหม่ย้ายมาด้วยแหละข้าว” เสียงของมะลิเพื่อนคนสนิทพูดท่ามกลางบรรยากาศน่าตื่นเต้น ได้ยินมาว่าเพื่อนใหม่ย้ายมาจากต่างสถาบันถึงสองคน เห็นคนทั้งมหาลัยลือกันให้แซ่ดว่าสองหนุ่มนี่หล่อมากนะ น่าจะเป็นดาราได้เลย

“พวกเขาย้ายมาอยู่คลาสเดียวกับเราเหรอ?” ข้าวฟ่างเลิกคิ้วสูง แต่ก็ยังกดจิ้มหน้าจอไอแพดต่อไป แต่แล้วเสียงอาจารย์ประจำคลาสก็ทำให้ทุกสายตาหยุด และหันไปมองที่หน้าห้องในคราเดียวกัน

“เอาล่ะๆ ทุกคน เดี๋ยวอาจารย์ขอแนะนำเพื่อนใหม่สักหน่อยนะ พอดีที่คลาสเรามีย้ายกันมาใหม่สองคน น่าจะรู้กันมาบ้างแล้วล่ะสิ” เสียงอาจารย์ว่า ก็ใครจะไม่รู้ล่ะ ทันทีที่สองหนุ่มก้าวเข้ามาก็มีเสียงเกรียวกราวอื้ออึงอย่างไม่ขาดสาย และทันทีที่ข้าวฟ่าง แหงนหน้าละจากจอไอแพด เธอก็ต้องนิ่งค้างไปสามวินาที ตามมาด้วยมะลิ ที่สะกิดเพื่อนสาวอย่างเร็วรัว

“ข้าว?”

“…”

“ยัยข้าว?”

“ห่ะ…ห๊ะ!!”

“นี่แกโอเคเปล่าเนี่ย” แม้จะรู้ว่าคนที่มาใหม่คือใคร มะลิก็ยังอดสะกิดเรียกสติสตางค์ของเพื่อนไม่ได้ นึกแล้วก็ตลก นี่ผู้ชายทั้งสองคนต่างเป็นคนที่ข้าวฟ่างเคยชอบทั้งคู่เนี่ยนะ แถมย้ายมาเรียนปีสามที่นี่พร้อมกัน ให้ตายเถอะ อย่างกับพล็อตนิยายน้ำเน่า

“ฉัน…โอเค” แม้สุ้มเสียงจะเบาอยู่มาก ก็จะอะไรล่ะ มัวแต่ตะลึงกับความหล่อของสองหนุ่มที่กินกันไม่ลงน่ะสิ เธอพยายามคิดนะว่า เมื่อก่อนมันก็เป็นความรู้สึกหลงรักใครสักคนแบบปอปปี้เลิฟไง ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ทว่าตอนนี้อาจไม่แน่

ทั้งสามโตมาด้วยกันกับโรงเรียนประถม และมัธยมต้น มีแยกย้ายกันไปช่วงตอนมัธยมปลาย จนกระทั่งตอนนี้ที่พวกเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พูดแล้วก็ตลกดี

หญิงสาวลอบสำรวจคนที่ตัวสูงกว่าอีกคนเพียงเล็กน้อย ในขณะที่อาจารย์กำลังแนะนำเพื่อนใหม่ที่ย้ายมากลางคันอย่างคร่าวๆ แล้วคนตัวสูงที่สุดก็หันมองดูสมาชิกในห้องไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับร่างบางที่คุ้นเคย แม้จะไม่เจอกันมาห้าปีแล้ว แต่ว่าตอนนี้เธอกลับเด่นที่สุดในคลาส และก็สวยเกินใคร เขายกยิ้มทักทาย ส่วนใครอีกคนก็เอาแต่นั่งจุ้มปุ๊กทำตัวไม่ถูก ใบหน้าแดงก่ำ ก็คนบ้าอะไร ยิ่งโตยิ่งหล่อ โอ๊ยยย เธออยากจะละลาย

“สวัสดี…เราชื่อ ‘ทามไท รัตนเศรษฐ์’ เรียกว่า’ ทาม’ ก็ได้”

สิ้นเสียงแนะนำตัว เสียงสาวๆ ราวๆ ยี่สิบกว่าคนในห้องก็ส่งเสียงดังวี้ดว้าดด้วยความชอบใจกันใหญ่

“หล่อโคตร”

“หล่อโคตร”

“ตัวก็โคตรสูง”

“แต่ฉันจองคนข้างๆ”

สารพัดคำที่เธอได้ยิน

ตามมาด้วย

“สวัสดีครับ เรา…วินนะ ‘กวิน อธินันท์’ ” พูดแนะนำตัวมาถึงตรงนี้ กวินก็พึ่งจะเห็นมะลิ และเขาก็หันมองผู้หญิงที่นั่งข้างๆ กัน เธอ…สินะ ข้าวฟ่าง!! โตแล้ว สวย ดูดี เซ็กซี่มากเลย คนตัวสูงกว่า 188 เซนติเมตรครุ่นคิด พร้อมยังส่งยิ้มมาทักทายกัน แล้วมีหรือที่ข้าวฟ่างจะไม่ยิ้มตอบ ก็พวกเธอเป็นเพื่อนกันนี่นะ

“นั่นเขาส่งยิ้มมาให้ฉันด้วย”

“ที่ไหนยะ เขาก็ส่งยิ้มทักทายกับทุกคน”

เสียงเพื่อนในคลาสต่างถกเถียงกันเรื่องรอยยิ้มของสองหนุ่ม จะต่างก็แค่มะลิที่เธอก็เรียนมากับข้าวฟ่างและก็พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ต่างจากแพรวาเพื่อนอีกคนที่พึ่งมาเป็นเพื่อนกันเมื่อตอนเข้ามหาลัย ทำให้แพรวาไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก

“เดี๋ยวอาจารย์จะให้ทั้งสองคนเลือกบัดดี้ตัวเองได้เลยนะ พอดีว่าก็มีเศษเกินมา อาจจะมีบางคนที่ได้บัดดี้เกินไป สบายๆ นะ ไม่ต้องแย่งหนุ่มๆ กันล่ะ”

ทั้งที่กวินรู้ดีว่ายังไงทามไทก็คงจะเลือกข้าวฟ่างซะ แต่เขาก็เลือกที่จะพูดขึ้นมาก่อน “ผมเลือกข้าวฟ่างครับ”

แต่!!

เสียงนั้นดังดังขึ้นมาพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย ตามมาด้วยเสียงฮือฮาจากเพื่อนๆ ร่วมคลาส แต่ทามไท ก็เป็นคนไขข้อสงสัยขึ้นก่อน

“พอดีเราเคยเรียนกับข้าวฟ่างมาน่ะ”

“เราก็เหมือนกัน” กวินก็พูดบ้าง

“โหยยย ได้ไงคะเนี่ย อย่างงี้คนหล่อก็ไปตกอยู่กับยัยข้าวฟ่างคนเดียวสิคะจารย์”

“อ้าวๆ เงียบก่อนๆ” อาจารย์หันมองหน้าสองหนุ่ม และแน่นอนว่าไม่มีใครยอมใครแน่ๆ ในเมื่อสองหนุ่มยืนยันว่ายังไงก็จะให้ข้าวฟ่างเพื่อนเก่าเป็นบัดดี้พวกตนให้ได้

“เอาล่ะๆ งั้นก็เอาเป็นว่าให้ข้าวฟ่างมีบัดดี้เพิ่มอีกสองคนแล้วกันนะ เคยรู้จักกันมาก่อนก็ดีไป จะได้คอยบอกเพื่อนใหม่ด้วยนะ อีกอย่างข้าวฟ่างก็พึ่งย้ายมาไม่นาน ก็ยังไม่มีบัดดี้เหมือนกันนี่เรา ใช่มั้ย”

“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบ อันที่จริง ชีวิตเธอมีเหมือนชะตาฟ้าแกล้ง มีแม่ แม่ก็ติดแต่สามีใหม่ ทำอย่างกับเธอไม่มีตัวตน ผัวของแม่ย้ายไปที่ไหน เธอก็ต้องย้ายที่เรียนไปด้วยอยู่เรื่อย เป็นแบบนี้มานาน จนตอนนี้หญิงสาวเริ่มจะชินชาไปซะแล้ว

ทามไท ย้ายมาจากอังกฤษ ด้วยเพราะแม่ของเขาเลิกรากับพ่อเลี้ยงที่นั่น ทำให้สองแม่ลูกต้องย้ายกลับมาที่เมืองไทย ส่วนกวินเขาแค่ต้องการย้ายมหาลัย แต่ใครมันจะไปคิดล่ะ อะไรจะจวบเหมาะขนาดนั้น ตลกร้ายพวกเขาดันเคยทะเลาะกันเมื่อครั้งประถมศึกษาปีที่หก ก่อนวันปัจฉิม

ย้อนไปเมื่อแปดปีที่แล้ว

“ไอ้ทามกูชอบข้าว มึงยังจะส่งการ์ดให้เธอ” ก็ถ้ามันเป็นการ์ดปัจฉิมธรรมดาๆ กวินก็คงไม่โกรธ แต่นี่มันเป็นการ์ดสำหรับสารภาพรัก

“แต่ข้าวชอบกู!!” ทามไทเถียงคอเป็นเอ็น

“แต่กูชอบข้าวก่อน”

“แล้วข้าวชอบมึงมั้ยล่ะไอ้สัด!!”

“แต่ข้าวก็ไม่เคยบอกว่าชอบมึงเหมือนกัน ไอ้เหี้ย!!”

ทั้งสองถึงขั้นมีเรื่องชกต่อยกันที่โรงเรียน

“สวยตาแหละอีข้าวฟ่าง ทำให้ผู้ชายรุมตีกัน”

“มันง่ายรึเปล่า ผู้ชายเลยพากันหวง”

สารพัดสาระเพคำว่าด่าทอแรงๆ จนทำให้ช่วงมัธยมต้นของคนทั้งสามดูกร่อยลงไป เพราะเธออยากโฟกัสที่การเรียนซะมากกว่า อีกทั้งหญิงสาวเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย แต่แล้วด้วยความโตขึ้น อะไรๆ ก็คิดได้มากขึ้น พวกเขาจึงเลือกที่จะคบหากันแบบเพื่อน โดยที่สองหนุ่มก็ยอมตกลงเป็นเพื่อนกันแต่โดยดี

จนกระทั่งมาถึงช่วงมัธยมปลาย ที่ทามไทต้องตามแม่ไปที่อังกฤษ ส่วนกวินก็ต้องย้ายโรงเรียนไปตามครอบครัวเขาเช่นกัน นั่นจึงทำให้คนทั้งสามห่างหายกันไป ลึกๆ แล้วขวัญข้าวก็ยังคอยนึกถึงพวกเขาอยู่ตลอด เธอชอบทามไท ซึ่งเธอก็รู้ว่ากวินก็ชอบเธอเช่นกัน กับกวินเธอบอกไม่ถูกเลยว่าชอบเขาแบบไหน เกินกว่าเพื่อนหรือเปล่า แต่ที่รู้ๆ คือกวินก็ดีกับเธอมาก มากแบบ กอไก่ล้านตัว

ตัดมาที่ปัจจุบัน

ข้าวฟ่างยังนั่งนิ่ง แม้ภายนอกดูปกติ แต่ภายในกลับเหมือนพายุที่กำลังก่อตัว ความรู้สึกเก่าๆ ถูกปลุกขึ้นมาเหมือนเถ้าถ่านที่ยังร้อนอยู่ใต้ผิวดิน แววตาของทามไทที่จ้องมาทางเธอ มันเหมือนกับว่าเขา “จำได้” ทุกอย่าง ทุกความรู้สึก ทุกเรื่องราวที่พวกเขาเคยมีร่วมกัน

“เงียบเลยนะ เป็นไง กำลังหวนนึกถึงอดีตอันแสนขมขื่นของพวกแกอยู่อะดิ เป็นไงรสชาติห้องปกครอง ฝังใจดีมั้ย”

“มะลิ!!” ข้าวฟ่างลากเสียงชื่อเพื่อนยาว “แกน่ะมันร้าย เพราะแกนั่นแหละที่ไปยุให้สองคนนั้นมาชอบฉัน แล้วไง เกิดเรื่องเลยมั้ยล่ะ”