บท
ตั้งค่า

CHAPTER 5 โดนแกล้งซ้ำๆ

ทามไทก้าวเข้าสู่ห้องด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไป จากที่เคยพยายามผ่อนคลายด้วยบุหรี่ กลับกลายเป็นความตึงเครียดที่ถูกส่งออกมาอย่างชัดเจน

“อ้าว... มาแล้วเหรอทาม”

ข้าวฟ่างเอ่ยทักอย่างระมัดระวัง เพราะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

ทามไทไม่ได้ตอบ แต่เดินตรงเข้ามายืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของข้าวฟ่าง ใช้มือใหญ่ทั้งสองข้างวางลงบนบ่าของเธอ แล้วออกแรงบีบนวดเบาๆ

“พวกมึงคงจะหวานกันจนลืมไปแล้วมั้งว่ามีงานต้องทำ” ทามไทพูดเสียงเรียบ แต่คำพูดนั้นเสียดสีและพุ่งเป้าไปที่กวินทันที

กวินที่กำลังยิ้มอยู่เมื่อครู่ถึงกับหุบยิ้มลง เขารับรู้ถึงความไม่พอใจของเพื่อนได้เป็นอย่างดี “พวกกูไม่ได้หวาน แค่ดูงาน มึงนั่นแหละหายไปไหนมาเป็นชั่วโมง” กวินย้อนกลับทันควัน

“ดูดบุหรี่” ทามไทตอบสั้นๆ พร้อมกับเริ่มคลึงบ่าของข้าวฟ่างอย่างจงใจ การนวดของเขาไม่ได้รู้สึกผ่อนคลาย แต่กลับเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเงียบๆ

ข้าวฟ่างรู้สึกอึดอัดหนักกว่าเดิม เธอถูกบีบอยู่ตรงกลางระหว่างความตึงเครียดของชายหนุ่มทั้งสองคน แววตาของกวินจ้องมองมาที่มือของทามไทอย่างไม่พอใจ ส่วนมือของทามไทก็กดลงบนเนื้อไหล่ของเธอหนักขึ้นราวกับต้องการให้เธอรู้ว่าเธอเองกำลังจะทำตัวสนิทกับกวินมากเกินควร

“ไม่ต้องนวดแล้วทาม เราไม่ได้เมื่อย” ข้าวฟ่างรีบพูดพลางพยายามจะขยับหนี แต่ทามไทกลับโน้มตัวลงมา ใช้ปลายคางแหลมๆ วางลงบนศีรษะของเธอ

“ทำต่อสิ... เราไม่ได้ว่าอะไร”

กวินมองภาพนั้นด้วยความขัดใจ กำหมัดแน่นอยู่ใต้โต๊ะ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าความสัมพันธ์แบบ 'เพื่อน' ที่เพิ่งจะตกลงกันไว้ จะเริ่มถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงเพียงแค่การกระทำบุ่มบ่ามของพวกเขา

จากนั้นทั้งสามก็เริ่มจดจ่อกับโปรเจกต์ที่ว่านี้อีกรอบ แต่แล้วก็ดูเหมือนว่าเธอแทบจะนั่งปั่นงานอยู่คนเดียว ก็สองคนนั้นน่ะสิ เอาแต่ชนแก้วกันเร่งๆ จนกวินต้องเดินไปเอาเหล้าขวดที่สองและสามตามมา แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร ข้าวฟ่างเลือกที่จะปั่นงานอย่างเงียบๆ ซึ่งมีสองหนุ่มที่ประกบซ้ายขวา

อันที่จริงมันก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย ที่มีคนหล่อๆ มานั่งขนานคู่แบบนี้ ถ้าผู้หญิงหลายคนรู้คงจะอิจฉาเธออยู่ไม่น้อย

“สักหน่อยมั้ย” ทามไทเท้าแขนกับโต๊ะพับญี่ปุ่นตัวเล็ก แล้วยื่นแก้วเหล้าของตัวเองเข้ามาจ่อที่ปากของคนที่นั่งข้างกัน แววตาที่เริ่มมัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มันยิ่งดูยั่วยวน ทำเอากวินมองปั๊ดตาเขียว

“เดี๋ยวกูไปเอาแก้วมาให้เธอ!” กวินพูดเสียงหนัก ก่อนจะหันมามองอีกคนที่ดูสีหน้าตระหนก “เรามีพวกสปาร์คกิ้ง ดื่มง่าย หรือข้าวจะเอาอันนั้น?”

เธอไม่ตอบ ทำแค่พยักหน้าเบาๆ ก็ตอนนี้เพื่อนทั้งสองต่างเริ่มเมาได้ที่ แล้วก็มีแต่เธอเนี่ยนะที่นั่งเกร็ง ถ้าได้แอลกอฮอล์มาราดคอร้อนๆ น่าจะทำให้ร่างกายไปโฟกัสกับความพลุ่งพล่านด้านในของตัวเอง ดีกว่ามาแล่นพลุ่งพล่านอยู่ด้านนอกแบบนี้ การได้ดื่มอาจช่วยให้เธอผ่อนคลายและกล้าพอที่จะทำลายความตึงเครียดบ้าๆ นี้ลงเสียที

กวินลุกขึ้นเดินไปที่มุมบาร์อย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ข้าวฟ่างนั่งอยู่กับทามไทที่กำลังเมาได้ที่เพียงสองต่อสองอีกครั้ง

ทามไทอาศัยจังหวะนี้ โน้มตัวเข้ามาชิดเธออีกครั้ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายและฤทธิ์ของเหล้า “ทำไมต้องดื่มแยกแก้ว... ดื่มด้วยกันไม่ได้เหรอ”

“ทาม…เราเป็นเพื่อนกันนะ” เธอพูดเสียงแผ่ว แต่ความใกล้ชิดนั้นทำให้ประโยคของเธอขาดความหนักแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมา

“อื้มมม” เขายังเลิกคิ้วสูงทำท่าทางยียวน ไม่ได้มีท่าทีว่าจะถอยแม้แต่น้อย ก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้ๆ ริมฝีปากหนาเริ่มลงมาประชิดกับกลีบปากสีหวานแนบลงมาเรื่อยๆ เขาจงใจทำให้ทุกอย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการให้เธอมีเวลาตัดสินใจ แต่ก็ไม่ให้โอกาสเธอหลีกหนี

แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของไอ้ห่าวินมันก็เดินกลับมาพอดี พร้อมกับแก้วทรงสวยใส่น้ำสีชมพูอ่อนๆ ในมือ จังหวะที่เฉียดฉิว

ทามไทผละออกช้าๆ เพียงเสี้ยววินาที แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายยังคงจ้องมองริมฝีปากของเธอ ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเขากำลังจะทำอะไรลงไป

กวินมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น แววตาของเขาวาวโรจน์และกรุ่นโกรธฉายแววขึ้นทันที “นี่มึงกำลังทำอะไรวะไอ้ทาม” เขาถามเสียงต่ำ

“แล้วมึงเห็นว่ากูทำไรล่ะ”

“สัด!! มึงพูดดีๆ”

คนเมาที่ตัวเล็กกว่าทามไทเพียงสามเซนติเมตรนั่งลงชนไหล่หนาของอีกคนอย่างหนักๆ ก่อนที่ทามไทจะเป็นฝ่ายทำให้บรรยากาศสงบลง ไม่งั้นคนที่น่าจะอึดอัดที่สุด ก็คงจะเป็นข้าวฟ่างแน่ๆ แล้วครั้งนี้หากเธอห่างหายจากอารมณ์บ้าๆ ของพวกเขาไปอีก มีหวังคราวนี้เธอได้หายถาวรแน่นอน

แล้วศึกชิงนางกลางวงงานก็ยุติลงโดยบุรุษทั้งคู่ ที่เป็นฝ่ายลดความตึงเครียดและปรับให้บรรยากาศทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปกติ แต่ความรู้สึกที่ถูกท้าทายของทั้งสองคนยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใต้ท่าทีที่เป็นมิตร

Grrr…

เสียงโทรศัพท์มือถือของกวินดังขึ้นทำลายความสงบ ทามไทแทบจะร้องเยสออกมาในทันที สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความโล่งใจอย่างชัดเจน

เขารู้ว่าน่าจะเรื่องงานที่อังกฤษตามเดิมนั่นแหละ เพราะตัวสินค้าที่เปิดตัวใหม่ มันเป็นคอลเลกชั่นของแบรนด์กวิน สนิทไม่สนิทก็รู้ทุกเรื่องของอีกคน ถ้าไม่ติดว่าชอบผู้หญิงคนเดียวกัน พวกเขาก็คงจะสนิทใจกันกว่านี้ไปตั้งนานแล้ว

กวินหันมามองทามไทตาเขียวปึ๊ด เป็นการส่งสัญญาณเตือนที่ไม่มีเสียง ก่อนจะเดินเร็วๆ ออกไปรับโทรศัพท์ที่ด้านนอก ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกฝั่งเพื่อให้ข้าวฟ่างนั่งสบายๆ

‘แม่ง!! จะแก้ปัญหากันเองไม่ได้รึไงวะ โทรเอาๆ’ คนตัวสูงกว่า 188 เริ่มหัวเสียสบถในใจ

“ขอเราชิมหน่อย” ทันทีที่กวินเดินผ่านประตู เขาก็เอ่ยขอชิมน้ำสีชมพูในแก้วของเธออย่างหน้าตาเฉย

หญิงสาวยื่นแก้วทรงสวยให้เขา ก่อนจะมองคนที่ละเลียดชิมน้ำในแก้วนั้นจนตาโต นี่เขาจงใจทับรอยปากของเธอเนี่ยนะ เธอรู้ทันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างฝืนๆ ตายังคงมองตามพฤติกรรมเขาจนตาละห้อย

“อร่อย” เขาตอบพลางหันมาทำแววตาที่คนมองยากจะอ่านออก แววตาที่เต็มไปด้วยความซุกซน “เป็นไร” ว่าพลางเอานิ้วหนาดีด ป๊อก เข้าที่หน้าผากมนเบาๆ

“อื้อ…เจ็บนะ” เธอพูดเสียงอุบอิบ

“เราดีดแค่นิดเดียวเอง แบบนี้ไม่น่าเรียกว่าเจ็บนะ” เสียงเขากระซิบแผ่ว ซ้ำยังโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ “แบบนี้เขาเรียกตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าตัว” ริมฝีปากหนายังคงยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก็เธอเล่นจ้องแต่ริมฝีปากหยักหนาของเขา ริมฝีปากที่เพิ่งแตะแก้วเดียวกับเธอ

‘นี่แกเป็นบ้าอะไรไปนะยัยข้าว’ เธอพยายามรวบรวมสติของตนเองให้กลับมา แต่สายตาของเธอมันช่างไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่น้อย

เธอยังคงมองดูเขารินน้ำสีชมพูใส่ในแก้วทรงสูงของตนเองอย่างช้าๆ จังหวะที่เนิบนาบนั้นช่างเย้ายวนอย่างประหลาด เธอมองดูเส้นเลือดที่เป็นเส้นนูนตามหลังมือของเขา ที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงและความเป็นผู้ชายของเขาพลางนึกลามกไปถึงไหนต่อไหน หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบๆ

ตอนนี้น่ากลัวว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์คงเริ่มเล่นงานเธอแล้วสินะ เพราะหญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าของตัวเองแปลกๆ ไม่แน่ใจว่าเกิดจากความเมา หรือความใกล้ชิดกับเขาแน่

ทามไทเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ รอยยิ้มที่มุมปากฉายแววรู้ทัน เขาไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าการกระทำของเขากำลังส่งผลต่อเธออย่างไร เขาแค่ต้องการบีบให้เธอเปิดใจยอมรับความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้เท่านั้นเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel