CHAPTER 4 ความใกล้ชิดที่ไม่คุ้นเคย 
“ชิ้นนี้...แล้วดูตรงนี้นะ” เขากระซิบเสียงเบา ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่ข้างใบหูเธอ ทำให้ข้าวฟ่างถึงกับขนลุกซู่ ก่อนจะขยับเข้ามาแนบชิดเธอเข้าเรื่อยๆ แขนแกร่งโอบรอบตัวเธอราวกับกำลังกอดจากด้านหลัง โดยมีข้ออ้างคือการชี้ให้เธอดูรายละเอียดบนหน้าจอ
อีกใจก็ขอบคุณไอ้วินมันที่มีสายเข้า รายนั้นน่ะนะคุยโทรศัพท์ทีก็นาน ทำให้บรรยากาศตรงนี้มีเพียงพวกเขาแค่สองคน ทามไทใช้โอกาสนี้กดน้ำหนักตัวลงมาเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายส่วนล่างของเขาเบียดกับสะโพกของเธออย่างจงใจ
“ตัวเลขมันจะเปลี่ยนตรงนี้... เห็นไหม” เขาพูดเนิบนาบ แต่สายตาของเขาไม่ได้อยู่บนหน้าจอเลยสักนิด มันกำลังจดจ้องอยู่กับใบหน้าและลำคอขาวเนียนของเธอ ไหนจะหน้าอกอูมๆ ที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างติดๆ ขัดๆ นั่นอีก
ข้าวฟ่างพยายามตั้งสติ โฟกัสที่ตัวเลขและกราฟิก ทั้งที่สติเริ่มแตกเพราะความใกล้ชิดที่เกินกว่าเหตุ ความอุ่นร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้เลือดในกายเธอสูบฉีดอย่างแปลกๆ ลมหายใจตัดขัดอย่างไม่รู้ตัว
“อื้อ... เห็นแล้ว” เธอตอบเสียงแผ่ว พยายามจะขยับตัวออกห่างเพียงเล็กน้อย แต่ก็ถูกแขนของเขาโอบรัดไว้แน่นกว่าเดิม
“นาย…ใกล้เราเกินไปละนะ”
“หึ!! ก็เราจะได้ดูงานได้ถนัดๆ ไง นี่แอบคิดอะไรกับเรารึเปล่าเนี่ย” คนกึ่มเมาแสร้งว่า
“ป่ะ เปล่านะ ไม่ได้คิดอะไร” แม้คำตอบจะตะกุกตะกักไปก็เหอะ “แล้วนี่วินล่ะไปไหน ทำไมยังไม่มา”
“อ๋อ…” เขาโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดลาดไหล่เธอยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพูดเสียงแผ่วซ่าน ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ “รายนั้นน่ะหรอ แม่น่าจะโทรมาจากอังกฤษนะ น่าจะคุยธุระอีกนาน”
เสียงหอบพร่าอย่างจงใจแกล้งกันของเขา ทำเอาคนฟังหัวใจเต้นสั่นระรัว
“ข้าวมีแฟนยัง” จู่ๆ เขาก็สาดคำถามใส่เธออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงที่กระซิบอยู่ข้างหูยิ่งทำให้คำถามนั้นดังชัดเจน จนเธอตอบตะกุกตะกัก หญิงสาวส่ายหน้าระรัวแทนคำตอบ ท่าทางนั้นทำเอาคนฟังถึงกับใจเต้นแรง
“ทามถามทำไมหรอ” เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
“เอ้า!! ก็เพื่อนอยากรู้เรื่องเพื่อนไม่ได้รึไง”
“อ๋อ…ได้สิ ทำไมถึงจะไม่ได้ล่ะ” งั้นเธอก็ถามเขากลับได้สินะ “แล้วทามล่ะมีแฟนยัง”
ลมหายใจอุ่นร้อนที่หัวเราะกันเฉียดกับใบหูและพวงแก้มนวล ทำเอาหญิงสาวใบหน้าแดงก่ำจนเห็นได้ชัด
“ไม่อ่ะ เรายังไม่มี” เขาพูดพร้อมกลั้วหัวเราะ ก่อนจะยกแก้วกระดกน้ำที่เหลือลงคอในรวดเดียว เสียงแก้วที่วางแรงบนโต๊ะญี่ปุ่นจนดัง ปั่ก เรียกสติหญิงสาวให้กลับมา
“งั้นเราก็ต่างโสดสินะ” คำถามของเขาทำเอาคนตัวเล็กหันมามองกันโดยฉับพลัน
และตอนนี้นี่เองที่ปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะแตะชิดกัน ระยะห่างเพียงลมหายใจกั้น เขาจดจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เธอสวยขึ้นมาก ความนิ่งเงียบเข้าครอบงำจนได้ยินแต่เสียงของเครื่องปรับอากาศ
สายตาคมเลื่อนต่ำลงมา… จดจ้องกับกลีบปากสีสวย ความรู้สึกอยากครอบครองมันแล่นเข้าสู่สมอง นี่ถ้าได้สอดลิ้นกับเธอมันจะดีแค่ไหนกันนะ คนตัวสูงที่หัวใจเต้นแรงจนคนที่ถูกซ้อนอยู่ด้านหน้าเริ่มรู้สึกได้ และตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ความดังของจังหวะหายใจที่เริ่มดังระงม จนไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงหัวใจของเธอหรือของเขากันแน่
“เราว่า…ทามถอยออกไปหน่อยได้มั้ย” เธอพยายามเอ่ยปากพูดเบาๆ
“ทำไมหรอ กลัว?”
เธอพยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบัง ก็สายตาของเขาเล่นแต่จับจ้องกันอยู่อย่างนั้น ไหนจะสายตาที่เริ่มแทะเล็มเรือนร่างของเธออย่างไม่ละสายตานั่นอีก อีกอย่างเธอเองนั่นแหละที่เริ่มรู้สึกแปลกๆ จนเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้
“เพื่อนจูบเพื่อนจะได้มั้ย?” ทามไทถามเสียงพร่า ริมฝีปากของเขาแทบจะสัมผัสกับเธออยู่รอมร่อ
“ทาม…ว่าอะไรนะ!!” เสียงของเธอเบาหวิวแทบฟังไม่เป็นคำ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก
แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนที่ออกไปคุยโทรศัพท์อยู่นานสองนานก็เดินกลับมา จังหวะที่ช่วยชีวิตเธอไว้ ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบผละออกจากกันในทันที ความใกล้ชิดที่เกินเลยเมื่อครู่ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวรู้สึกขอบคุณกวินที่มาได้จังหวะพอดี ไม่งั้นได้มีฉากต่อจากนี้แน่ๆ เธอเองก็บอกอารมณ์ความรู้สึกตัวเองไม่ถูกเช่นกันว่าจะต้องรู้สึกเช่นไร มันสับสนและอึดอัดไปหมด ทั้งที่ควรจะโกรธ แต่ร่างกายกลับตอบสนองความปรารถนาของเขา
กวินเดินมาพร้อมขวดเหล้ายี่ห้อหนึ่งในมือ สีหน้ายังคงไม่พอใจเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนซี้อยู่ใกล้ข้าวฟ่างเกินไป ก่อนจะเติมให้ทามไทที่ดูท่าว่ามันน่าจะหมดไปนานแล้ว ตามมาด้วยนั่งลงข้างๆ คนตัวเล็กเช่นเดิม
“อะไร?” กวินหันไปมองทามไท ที่ตอนนี้มันก็เอาแต่จ้องกัน สายตาเหมือนมีอะไรจะสื่อสาร
“กูออกไปดูดบุหรี่ก่อน” ทามไทเอ่ยตัดบทอย่างห้วนๆ เขาลุกขึ้นยืนพรวดพราด ร่างกายที่ขึงขังด้านในตอนนี้ดูท่ามันจะไม่สงบลงง่ายๆ วิธีเดียวที่ทำได้ คือทำอะไรก็ได้ให้เจ้าเนื้อแข็งขึงมันสงบลง ก่อนที่เขาจะทำอะไรบ้าๆ ลงไปอีกครั้ง ทิ้งให้ข้าวฟ่างนั่งใจเต้นรัวอยู่กับกวินเพียงลำพัง
ความเงียบเข้ามาแทนที่ทันทีที่ทามไทเดินหายลับไป ข้าวฟ่างรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวลดลงเล็กน้อย แต่ความร้อนรุ่มในใบหน้ายังไม่จางหาย
กวินมองตามแผ่นหลังของเพื่อนที่เดินออกไปอย่างใช้ความคิด เขารับรู้ได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ก่อนจะหันมามองคนข้างๆ ที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่สายตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่งานเลย
“เป็นอะไร?” กวินถามเสียงเบาลงกว่าปกติ พร้อมกับขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เธอมากขึ้น “ไอ้ทามมันแกล้งอะไรเธออีกแล้วใช่ไหม”
ข้าวฟ่างส่ายหน้าช้าๆ พยายามจัดเรียงความคิดที่ยุ่งเหยิง “เปล่าหรอก... ก็แค่...เรางงๆ งานนิดหน่อย” เธอเลือกที่จะโกหกออกไป
กวินไม่เชื่อเต็มร้อย เขายื่นมือไปวางบนมือที่เย็นเฉียบของเธอเบาๆ “ถ้าไม่สบายใจบอกเราได้นะ เราอยู่ข้างเธอเสมอ”
สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของกวินดึงเธอออกจากภวังค์ ความห่วงใยที่จริงใจนี้แตกต่างจากความเร่าร้อนเมื่อครู่ของทามไท แต่ทั้งสองคนต่างก็ทำให้ใจเธอสั่นไหวไม่ต่างกัน
“ขอบใจนะวิน” เธอพึมพำ ยกมืออีกข้างขึ้นมาวางทับมือของเขา เธอยอมให้กวินจับมือไว้แบบนั้น เป็นการแสดงความไว้ใจและความผูกพันที่ก่อตัวมาตั้งแต่เด็ก
กวินบีบมือเธอเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขายิ้มให้ด้วยความอ่อนโยน “รู้ไหม... ตอนที่ไปอังกฤษใหม่ๆ เราโคตรเหงาเลย จนกระทั่งได้เจอไอ้ทาม” เขาเล่าให้เธอฟังว่าทำไมจู่ๆ คู่อริถึงกลายมาเป็นสหายกันได้ หญิงสาวก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ
ตอนนี้มีเพียงเธอและกวินเท่านั้น... และความรู้สึกอบอุ่นที่เริ่มเข้ามาแทนที่ความสับสนและความอึดอัดก่อนหน้า
“แล้วนี่ทำถึงไหนแล้ว” กวินเอ่ยพร้อมยื่นหน้าหล่อๆ เข้ามาดู ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาแทบจะชิดกันอีกครั้ง “เลือกวัสดุใช้ได้เลยนิ่” เขาออกปากชม
กลิ่นเหล้าอ่อนๆ และกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดมากับตัวเขาเมื่อกี้ มันทำให้สมองน้อยๆ ของข้าวฟ่างเริ่มฟุ้งซ่าน นี่เธอแทบจะเมาแทนคนทั้งคู่แล้วหรือนี่
“นายก็ดูดบุหรี่ด้วยหรอ?” เธอเผลอถามออกไป
“อื้ม…ทำไมหรอ? ข้าวไม่ชอบ?” กวินถามกลับอย่างใส่ใจทันที
“ปล่ะ เปล่า…เราแค่ได้กลิ่นน่ะ” เธอรีบแก้ตัวอย่างตะกุกตะกัก
“ถ้าข้าวไม่ชอบ เราเลิกให้ได้นะ” เขาบอกด้วยท่าทางจริงจัง ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจกับความเอาใจของเขา
“เว่อ!! นั่นก็เกินไป เราไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น แต่แค่…”
“แค่?”
“อย่าสูบเยอะ เดี๋ยวจะอยู่ไม่ทันเห็นลูกโต” เธอพูดไปอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็ทำให้กวินถึงกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ฮ่าๆ ขนาดเมียยังไม่มีเลยข้าว นี่ข้ามขั้นไปลูกเลยรึไง” เขาหัวเราะเสียงดังและก้มลงยีผมเธออย่างเอ็นดู
..
ด้านนอกมุมบาร์
คนตัวสูงกว่า 190 เซนติเมตรที่สูบบุหรี่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของคนทั้งคู่ดังลอดมาในความเงียบ กรามหนาขบกันแน่นจนเห็นเป็นสันนูน แววตาของทามไทเต็มไปด้วยความขุ่นมัว ความรู้สึกรุนแรงที่เขาพยายามกดไว้กลับปะทุขึ้นอีกครั้ง
เขาสูดบุหรี่เข้าปอดจนไปสีแดงแทบจะถึงตัวกรอง ปล่อยควันออกมาอย่างรุนแรงราวกับระบายความอึดอัด ไอ้เหี้ยวิน... มึงรู้ดีว่ากูคิดอะไร เขาสบถในใจ ก่อนจะดับบุหรี่ด้วยการบดขยี้อย่างแรง แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อยุติคนทั้งคู่นั้นทันที
