บทที่ 6 ออปชันเสริม
“งือออออ ~~ ขอบคุณนะป้า หนอนรักป้านะ”
ส่วนฉันก็ได้แต่ออดอ้อนตามนิสัยที่แท้จริงของตน แม้ว่าปกติแล้วฉันจะชอบกวนประสาทป้าเนียนแกมากกว่าอ้อนก็ตาม
“หึ...ไม่ต้องมารงมารักข้าหรอก นี่ข้าหยุดร้านมาตั้งหลายวันสิ้นเดือนเงินเดือนออกก็จ่ายค่าเฝ้าไข้ข้ามาด้วยละกัน”
ริมฝีปากที่เบะใส่แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของป้าเนียนทำให้ฉันได้แต่ยิ้มทะเล้นส่งไป เพราะรู้ดีว่าป้าเนียนพูดแบบนี้แต่ไม่เคยที่จะเอาเงินตามที่พูดไว้เลยสักครั้งเดียว...
และนับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลวันนั้นก็ทำให้ฉันได้รับรู้เป็นครั้งแรกแล้วว่าบัดนี้ตัวฉันได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสัมผัสพิเศษ (แสนประหลาด) ที่ไม่ได้ร้องขอแล้ว...
นับจากนั้น...ก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เริ่มทำให้ฉันมั่นใจแล้วว่าฉันได้รับพลังพิเศษมาจริง ๆ เพียงแต่มันเป็นพลังพิเศษที่พิลึกพิลั่น แปลกประหลาดเสียจนไม่สามารถจะเอาไปคุยหรือเอาไปปรึกษาผู้รู้ที่ไหนได้ มันเป็นพลังพิเศษที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากจะมี และความพิเศษนี้จะเกิดขึ้นได้ในสองกรณีหลังจากที่ฉันพิสูจน์มันมาแล้ว หนึ่งก็คือเพียงแค่มือของฉันได้สัมผัสเข้ากับผิวหนังของ ‘ผู้ชาย’ ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของร่างกายของเขาคนนั้นก็ตาม ภาพนิมิตเกี่ยวกับการร่วมรักของผู้ชายคนนั้นจะฉายวาบขึ้นมาในหัวของฉันทันทีชนิดที่ว่าความคมชัดระดับ 4K อีกทั้งยังมีเสียงเซอร์ราวด์แถมมาพร้อมเป็นของกำนัลพิเศษแบบไม่ต้องร้องขอ เพราะฉะนั้นข้อนี้จึงเป็นข้อได้เปรียบของฉันเพราะถ้าฉันไม่จับโดนตัวใครนิมิตก็จะไม่บังเกิด ส่วนในกรณีที่สองก็คือถ้าหากว่ามือของทั้งฉันและผู้ชายคนนั้นสัมผัสกันโดยตรง...หึ...ภาพฟูลเอชดีก็จะพุ่งกระแทกเข้าหน้ามาให้เห็นทันที ดังนั้นข้อนี้จึงเป็นข้อที่ฉันควรระวังมากที่สุด...
และที่สำคัญใครมันจะไปรู้บ้างว่าภาพที่ฉันเห็นนั้นไม่ใช่แค่ภาพคมชัดระดับ 4K แต่มันยังเป็นภาพนิมิตที่ได้เห็นยังเป็นภาพเคลื่อนไหวที่เสมือนกับว่าฉันกำลังดูหนังเรตอาร์ที่มีตัวแสดงจริงมาแสดงให้ดูต่อหน้าต่อตาเลยทีเดียว
แต่...แต่...แต่...ถ้าหากว่าใครยังคิดว่าสิ่งที่ฉันเห็นและได้ยินนั้นมันน่าสะอิดสะเอียนน่าสยดสยองแล้วล่ะก็ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้ได้เลยว่าอาจจะยังน๊าาาา...นั่นก็เพราะว่าฉันยังมีสิ่งที่น่าขนลุกไปมากกว่านั้นและที่สำคัญฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้โบนัสพิเศษจากคนหรือใครหรือสิ่งใดก็ตามที่เป็นคนประทานพลังพิเศษนี้มาให้ฉันเขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่
นั่นก็เพราะว่าไอ้ออปชันเสริมสุดพิเศษที่แถมมาให้นั้นนอกจากฉันจะเห็นท่าทางร่วมรักแบบ 3D ของคนที่ฉันสัมผัสด้วยแล้วของแถมที่ไม่น่าจะเป็นของสัมมนาคุณแต่น่าจะเป็นของสมน้ำหน้าคุณเสียมากกว่า นั่นก็คือการที่ฉันสามารถเห็น ‘ขนาด’ ของผู้ชายที่ฉันสัมผัสตัวด้วยอย่างชนิดที่ว่าแม่นยำเสียยิ่งกว่าไม้บรรทัดวัด ละเอียดถึงขั้นที่ว่าฉันสามารถบอกได้เลยว่าเขามีไฝ หรือตำหนิ หรือขี้แมลงวันตรงไหนบ้าง หรือไม่ว่าไอ้ใบ้ตาเดียวของพวกเขาจะเอียงซ้าย เอียงขวา เชิดหน้าขึ้น หรือชี้ต่ำลง จะทำมุมองศาเท่าไร ฉันสามารถบอกได้อย่างละเอียดยิ่งกว่าแพทย์ตามโรงพยาบาลเสียอีกเพราะด้วยข้อมูลเหล่านี้มันจะขึ้นมาเป็นชาร์จพร้อมกับโมเดล 3D คุณภาพคมชัดระดับ 4K ขึ้นมาให้ดู...
(มันใช่เรื่องที่แกจะมาภูมิใจไหมห๊ะ...ไอ้หนอน!!)
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางเรื่องที่ฉันแอบคิดว่าคนที่ประทานพร (อุบาทว์) นี่ให้ก็ยังมีจิตใจที่เมตตาฉันอยู่บ้าง นั่นก็เพราะว่าภาพนิมิตเรตอาร์ที่ฉันเห็นจะเกิดขึ้นเฉพาะยามที่ฉันแตะตัวโดนผู้ชายเท่านั้น สำหรับผู้หญิงด้วยกันแล้วยามที่ฉันโดนตัวพวกเธอฉันไม่เคยเห็นภาพนิมิตแบบนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในที่นี้ยังรวมถึงคู่นอนของผู้ชายเหล่านั้นที่ฉันถูกตัวด้วยฉันไม่เคยเห็นหน้าพวกเธอว่าหน้าตาเป็นแบบไหนเพราะทุกครั้งมักจะมีหมอกสีขาวมาบังไว้ยังกับเซนเซอร์ อีกทั้งภาพเรือนร่างของเธอที่ไม่ชัดเจนนักนั่นจึงทำให้ฉันพอจะหายใจหายคอออกได้บ้าง...เพราะไม่อยากนั้นฉันคงได้สติแตกตายแทนการมีชีวิตอยู่แล้วต้องทนเห็นภาพแบบนั้นทั้งวี่ทั้งวันแน่นอน...
และนี่จึงเป็นเหตุผลที่นับตั้งแต่วันนั้นฉันก็เริ่มแต่งตัวมิดชิดสวมถุงมือทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และน้อยครั้งมาที่จะมีปฏิสัมพันธ์หรือพูดคุยกับใคร เพราะฉันกลัวเหลือเกินที่จะต้องกลายมาเป็นผู้ชมโซน VIP แบบไม่ได้เต็มใจแถมยังต้องมาเห็นขนาดมากมายที่บางครั้งรูปทรงมันก็ทำให้ฉันอดกินของโปรดไปหลายครั้งอยู่ทีเดียว...
ส่วนเหตุการณ์ของคุณหมอ (โรคจิต) ที่รักษาฉันคนนั้น หลังจากนั้นไม่นานฉันก็มารู้เอาทีหลังเพราะได้ยินพวกพยาบาลเขาเม้าท์กันว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงที่น่าจะเป็นเตียงผ่าตัดที่ฉันเห็นในนิมิตวันนั้นก็คือ 'ตุ๊กตายาง' ที่คุณหมอเขาเอามาใช้ฝึกผ่าตัดเย็บแผลอะไรนี่แหละ (ฟู่วววว ~~ โชคดีนึกว่าคนตุยมิน่าถึงนอนนิ่งเชียว) เพราะด้วยโครงสร้างที่เหมือนกับรูปร่างคนจริง ๆ อีกทั้งเนื้อหนังมังสายังคล้ายกับคนอยู่มากคุณหมอคนนั้นจึงมักจะสั่งตุ๊กตายางมาใช้ฝึกผ่าตัดที่โรงพยาบาลอยู่บ่อย ๆ
และด้วยการกระทำที่ดูทุ่มเทกับงานของคุณหมอคนนั้นบวกกับสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงหน้าตารูปร่างของคุณหมอที่เกินมาตรฐานสแตนดาร์ดความสวยความหล่อของคนในสังคมไปขั้นหนึ่ง (นี่ถ้าไม่ติดรสนิยมของหมอฉันก็แอบกรี๊ดค่ะ) สิ่งที่ฉันได้ฟังมาก็มักจะเป็นคำพูดสรรเสริญเยินยอว่าคุณหมอดีอย่างนั้น ทุ่มเทอย่างนี้ เหมาะสมที่จะเป็นคุณหมอน้ำดีในอนาคตเสียมากกว่า...
