บทที่ 5 ที่มาของหนอน!!
จากนั้นป้าเนียนก็เริ่มเล่านับตั้งแต่ป้าแกได้รับสายโทรศัพท์จากโรงพยาบาลตามให้มาเซ็นเอกสารรักษาเพราะฉันที่เป็นคนป่วยยังไม่ได้สติ กระทั่งเมื่อแกถึงโรงพยาบาลจนเซ็นเอกสารเสร็จแกก็คอยตามฉันไม่ห่างไม่ว่าจะไปยืนรอหน้าห้องเอกซเรย์แม้กระทั่งเข้าไปในห้องซีทีสแกนป้าเนียนแกก็ไม่ยอมปล่อยให้ฉันคลาดสายตา
ส่วนฉันที่พอได้ฟังในหะแรกยังอดสงสัยไม่ได้เพราะไม่คิดว่าแกจะทำแบบนั้นเพื่อฉันและด้วยคำพูดเหล่านั้นที่ป้าเนียนแกเล่าให้ฟังมันก็ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา ก่อนที่ป้าเนียนแกเล่าต่อว่าในตอนแรกทางโรงพยาบาลก็ดูเหมือนจะไม่ยอมให้แกเข้าไป แต่เหมือนว่าแกจะโวยวายเนื่องจากดูข่าวในทีวีหรือไหนจะละครเรื่องที่ดูผ่าน ๆ มามันทำให้แกมีความระแวงกลัวว่าฉันจะโดนล่วงละเมิดหรือกลัวว่าฉันจะถูกผ่าเอาเครื่องในไปขาย นั่นจึงทำให้ไม่ว่าจะขั้นตอนไหนฉันก็อยู่ในสายตาของป้าเนียนตลอดจวบจนกระทั่งขึ้นมาพักรักษาตัวยังห้องพักผู้ป่วยห้องนี้...
“งืออออ...ป้าจ๋าาาา ~~”
ฉันถึงกับกอดแขนป้าเนียนแน่นด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในใจ เพราะถึงแม้ว่าแกจะปากไวหรือพูดจากภาษาดอกไม้ไม่เป็น แต่เรื่องความเป็นห่วงเป็นใยนั้นนับตั้งแต่ฉันเติบโตมาจนกระทั่งรู้ความจริงว่าฉันไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของป้าเนียน แต่เป็นเด็กที่ถูกทิ้งในกองขยะแล้วป้าแกไปเจอเข้าเลยเก็บเอามาชุบเลี้ยง ไม่มีสักครั้งเลยที่ป้าเนียนจะทำให้ฉันรู้สึกว่าแกไม่รักไม่ห่วงฉัน
“ปล่อยข้านะไอ้หนอนแล้วนี่ไม่ปวดหัวปวดตัวแล้วหรือไง”
ป้าเนียนทำสะดีดสะดิ้งใส่แต่ทว่าในแววตากลับเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
“ป้าจ้ะ...ป้าจ๋า ~~”
“อะไรของเอ็งวะ ทำตัวน่าขนลุกเหมือนชื่อเลยนะเอ็งเนี่ย...หึ”
คนสูงวัยยังไม่วายบ่นกระปอดกระแปดเพราะไม่ค่อยชินกับการถูกสัมผัสแบบนี้มากเท่าไรนัก ส่วนฉันพอได้ฟังแกเปรียบเปรยการกระทำของตัวเองกับชื่อขึ้นมาก็อดนึกถึงที่มาของชื่อตัวเองไม่ได้ นั่นก็เพราะว่าในวันนั้นนอกจากจะเป็นวันที่ตัวฉันเองได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของชื่อตัวเองแล้ว ฉันยังได้รู้ถึงที่มาของตัวตนของตัวฉันเองอีกด้วย...
“...ฮึก...ฮึก...”
ฉันที่จู่ ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะสะอื้นไห้ออกมา จนเจ้าของต้นแขนที่ฉันแนบหน้าอยู่ถึงกับอุทานลั่นด้วยความตกใจ
“อ้าวเฮ้ย...!! ไอ้หนอนนี่เอ็งเป็นอะไรร้องไห้ทำไมเจ็บตรงไหนบอกข้าซิข้าจะได้ไปตามหมอมาดู”
“ไม่เอานะป้า ไม่ต้องตามหมอมานะ นะ...หนอนไม่ได้เป็นไร...ฮึก...ฮึก”
“ไม่เป็นแล้วร้องไห้ทำไมวะ ข้าใจคอไม่ดีนะเว้ย”
“อุบ๊ะ! ไอ้นี่ไม่เป็นไรแต่ร้องไม่หยุดเลยนะเอ็ง”
“ใครร้อง...ฮึก...ไม่มีสักหน่อย...ฮึกฮึก...”
ฉันที่ยังปากแข็งซุกหน้าลงกับท่อนแขนของป้าเนียนแกเหมือนเดิม ในขณะที่ป้าเนียนก็ได้แต่ขมวดคิ้วมองด้วยความไม่เข้าใจ
“เพี้ยนจริง ๆ เลยนะเอ็ง”
เสียงป้าเนียนยังบ่นพึมพำไปตามประสาโดยที่แกไม่มีทางรู้เลยว่าในวันนี้บางอย่างที่เคยหนักอึ้งในใจของฉันมันได้ปลดล็อกลงไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
โดยเฉพาะความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ตัวฉันไม่เคยจะเปิดเผยให้ผู้มีพระคุณตรงหน้าได้รู้เลยสักนิดว่าตัวเองรู้สึกยังไง อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาป้าเนียนกับฉันเราอยู่กันมาแบบชาวบ้านที่ต้องปากกัดตีนถีบทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่เคยโอบกอดไม่เคยบอกรักทุกอย่างดำเนินไปแบบตามมีตามเกิด จนทุกอย่างมันสั่งสมทับถมอยู่ในใจมานานจนเกิดเป็นตะกอนของความน้อยเนื้อต่ำใจ
อีกทั้งเรื่องราวบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสายตาของป้าเนียนแต่มันดันดูจะเป็นเรื่องใหญ่ของฉันอย่างเช่น ความจริงที่ฉันไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของแกแต่เป็นเด็กที่แกเก็บเอามาเลี้ยง หรือไม่ว่าจะเป็นที่มาของชื่อเล่นอย่าง...
‘หนอน’
ชื่อเล่นของฉันที่ครั้งหนึ่งฉันเคยถามป้าเนียนแกไปว่าทำไมถึงตั้งชื่อเล่นให้ฉันชื่อนี้ แกเลยบอกกับฉันว่าเพราะในวันนั้นวันที่แกเจอฉันบนตัวฉันกำลังมีหนอนไต่ยั้วเยี้ยเต็มตัวไปหมดแกเลยให้ฉันชื่อนี้ และจากการตอบคำตอบตามสไตล์ของแกที่ตอบฉันมาในวันนั้น ถ้าไม่เป็นเพราะว่าป้าเนียนแกอยากจะกวนประสาทฉันมันก็อาจจะเป็นความจริงที่แกอยากจะพูดให้มันดูน่าขบขันไป
แต่สุดท้ายแล้วความน้อยเนื้อต่ำใจที่ผ่านมาของฉันก็มาพังทลายลงเอาในวันนี้ วันที่ทุกอย่างกระจ่างแจ่มแจ้งแล้วว่าป้าเนียนแกเป็นห่วงฉันมากขนาดไหน ป้าเนียนที่ขึ้นชื่อว่าขี้งกกว่าใครกลับยอมทิ้งร้านวิ่งมาหาฉันทันทีที่โรงพยาบาลโทรบอก แกที่ยอมเฝ้าฉันสามวันสามคืนเต็ม ๆ ไม่ไปขายของ แกที่แม้จะทำเสียงแข็งพูดห้วน ๆ แต่ทุกประโยคก็เจือไปด้วยความเป็นห่วงและเอ็นดูฉันมากที่สุด
และที่แกตั้งชื่อเล่นให้ฉันแบบนั้นคงอยากให้ฉันมีชีวิตเรียบง่ายเหมือนกับหนอนแต่สามารถเติบโตกลายเป็นผีเสื้อได้อย่างงดงาม เพราะไม่อย่างนั้นแกจะตั้งชื่อจริงของฉันว่า ‘ชมพูสิริน’ ที่เปรียบดั่งดอกไม้หายากของโลกทำไมกัน...
ฉันที่พอตกตะกอนความคิดได้แบบนั้นก็ยิ่งซึ้งใจคนตรงหน้าออกอาการอ้อนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนนับตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาว
“ป้าจ๊ะ...ป้าจ๋าาาา ~~”
“อะ...ไอ้บ้านี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้องไห้...หัวกระแทกจนเพี้ยนไปแล้วหรอเอ็ง แล้วก็ปล่อยข้าได้แล้วไอ้หนอน...บรึ๋ยยยย ข้าขนลุกว่ะ”
ป้าเนียนแสร้งทำเป็นดีดดิ้นอีกครั้งเพื่อให้ตนเองหลุดออกจากมือปลาหมึกของฉัน แต่ทว่า...แรงที่ดิ้นนั้นช่างเบาเหมือนกลัวว่าฉันที่เกาะแขนป้าแกอยู่จะหลุดออกไป...
