Don't touch me สัมผัสร้อนซ่อนราคะ

73.0K · ยังไม่จบ
เล่นแร่แปลอักษร
50
บท
172
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

คนอื่นเขามีพลังมองเห็นอนาคต แต่เธอดันมีพลังมองเห็น ‘ของลับ’ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสภาพการร่วมรักก็ฉายชัดระดับ 4K...!! (หะ...เห็ดไปขึ้นอะไรตรงนั้นเนี่ย...!! ละ...แล้วเม็ดตะปุ่มตะป่ำพวกนั้นมันอะไรกัน...ยี้...นี่มันเห็นพิษชัด ๆ) “แล้วคนนี้...อื้อหือ...ถึงกับคลานสีขาเห่าเป็นหมาไปทั่วห้องเลยหรอเนี่ย...แต่เอ๊ะ!...ละ...เลีย...เลียไปทั่วเลย เฮือก ~~ ตะ...ตรงนั้นกะ...ก็เลียงั้นหรอ!!” เธอรู้หมดว่าผู้ชายคนไหนลีลาเป็นแบบไหนจากภาพนิมิตแถมยังเกลียดพลังพิเศษบ้า ๆ นี่ที่ทำให้เธอต้องมาเห็นฉากร่วมรักและของลับของผู้ชายทุกคน ‘ถุงมือที่ถูกใช้แทนถุงยาง’ เพราะขยาดที่จะต้องแตะตัวใคร แต่สุดท้ายแล้วโชคชะตาก็ดันเล่นตลกกำหนดให้เธอเป็น 'ผู้ถูกเลือก' เพื่อล้างอาถรรพ์คำสาปประจำตระกูลของเขา... เธอเป็นผู้ที่ถูกเลือกจริงหรือ?? และเขาจะแก้อาถรรพ์คำสาปได้หรือไม่?? *'Don't Touch Me สัมผัสร้อนซ่อนราคะ'* — นิยายที่จะทำให้คุณหน้าร้อนผ่าวจนต้องเปิดพัดลมจ่อ เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความลึกลับปนฮา แต่ทว่าบทจะร้อนแรงก็แซ่บซี๊ดสุดใจ...กดอ่านเลยถ้าใจคุณถึงพอ"

นิยายรักโรแมนติกหมอฟินๆคู่รักลิขิตเหนือธรรมชาติ แฟนตาซี พลังเหนือมนุษย์18+ตลกโรแมนติก

บทที่ 1 ภาพคมชัดระดับ 4K

ณ ห้องสมุดกลางประจำจังหวัด

“อ๊ะ....อะ...อื้ออออ ~~ เร็วอีกนิดค่ะ ฉันใกล้จะเสร็จแล้ว”

“ซี๊ดดดด…มะ...ไม่ทันแล้วผมไม่ไหวแล้ว อะ...อะ...อ่า...~~”

ซ่าาาา ~~

“เฮ้ออออ...ซวยแต่เช้าเลยไอ้หนอนเอ๊ย...!!”

ริมฝีปากเรียวสวยสบถขึ้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดหลังจากภาพอุบาทว์ปรากฏขึ้นให้เห็นชัดระดับ 4K อีกครั้ง จนเจ้าตัวต้องรีบวิ่งแจ้นไปหาน้ำล้างตาแม้จะรู้ดีว่าน้ำที่สาดเข้าใบหน้าไม่อาจล้างภาพอัปมงคลนี้ไปได้

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ~~

ตึก...ตึก...ตึกๆๆ

เสียงพื้นกระเบื้องที่ถูกรองเท้าส้นเตี้ยกระทบดังขึ้นเป็นจังหวะเร่งเร้าบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของรองเท้ากำลังเร่งความเร็วเพื่อให้ตนเองไปให้ถึงจุดหมายได้ทันเวลามากแค่ไหน

“แย่แล้ว...แย่แล้วจะทันไหมเนี่ย โอ๊ยยยย...นี่ถ้าไม่เป็นเพราะว่ามือถือแบตหมดจนนาฬิกาปลุกไม่ดังแล้วล่ะก็คงไม่ต้องรีบมาจนลืมเอาถุงมือที่พระอาจารย์ลงคาถามาด้วยหรอก เฮ้ออออ...”

เรียวปากที่ขยับบ่นงึมงำกับตัวเองหลังจากที่สองขากำลังสาวเท้าวิ่งทำความเร็วเพื่อมาตอกบัตรทำงานให้ทันเวลาด้วยเพราะว่าถ้าหากช้าไปกว่านี้อีกห้านาทีเงินพิเศษที่จะได้ในตอนสิ้นเดือนสำหรับพนักงานที่ไม่ขาดลามาสายเลยในเดือนนี้ก็อาจจะชวดไป

เพียงแต่ว่า...วันที่สุขสดใสอาจจะมีได้หลายวัน แต่สำหรับฉันวันนี้มันคงไม่ใช่วันของฉันจริง ๆ ...

หมับ...!!

“อ่ะ...ขอโทษครับ”

สิ้นเสียงเอ่ยคำขอโทษของบุคคลที่ยื่นมือมาจับราวประตูเดียวกันกับฉัน...วินาทีนั้นฉันก็รับรู้ได้ทันทีว่า...

(ฉะ...ฉิบหายแล้ว...)

วูบ…!

ภาพนิมิตสีสดคมชัดระดับ 4K พลันปรากฏกระแทกเข้าตาของฉันทันที มันเป็นภาพน่ากลัว น่าสยดสยอง น่าสะอิดสะเอียนแบบชนิดที่ฉันเองไม่พึงปรารถนาที่จะเห็นเลยสักนิด ภาพที่ไม่ใช่ภาพผีห่าซาตานหรือวิญญาณที่ไหน แต่มันคือภาพของผู้ชายคนตรงหน้านี้...คนที่เป็นเจ้าของนิ้วมือที่เผอิญสัมผัสโดนเข้ากับนิ้วมือของฉันในขณะที่เราสองคนต่างเอื้อมมือไปจับราวประตูกระจกพร้อมกันโดนไม่ได้ตั้งใจ

ตั่บ...ตั่บ...ตั่บ...

“อื้ออออ...อ่าาาา ซี๊ดดดดด ~~”

(มะ...มันมาแล้ว ~~)

เสียงก่นร้องในใจหลังควันคลุ้งโขมงจางไปภาพที่ชัดระดับ 4K พร้อมกับเสียงที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าระบบเซอร์ราวก็ดังขึ้นมาทันที

ร่างบางถึงกับแข็งทื่อประหนึ่งว่าสองขาได้ถูกตรึงเอาไว้อย่างต้องการให้เจ้าของร่างพินิจพิจารณาภาพที่เกิดขึ้นให้ละเอียดแม้ว่าจะไม่ต้องการก็ตามแต่ก็ไม่อยากต้านทานได้

และถ้าหากใครจะคิดว่าภาพตรงหน้าจะเป็นภาพแห่งการหยั่งรู้เห็นอนาคตของคนที่สัมผัสด้วยแล้วล่ะก็ ฉันอยากจะบอกว่าสิ่งที่ฉันเห็นนั้นมันไม่เกี่ยวกับอนาคตของคนที่ฉันสัมผัสด้วยเลยสักนิด ฉันที่ไม่ได้เป็นผู้หยั่งรู้เห็นอายุขัยหรือเคราะห์ร้ายใด ๆ ของคนคนนั้นเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะว่าสิ่งที่ฉันเห็นก็คือ...ภาพของผู้ชายตรงหน้าที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากำลังร่วมรักกับหญิงสาวในท่าหมาอย่างเมามันอยู่บนเตียงนอนลายคิตตี้สีชมพูหวานแหววขนาดห้าฟุตเห็นจะได้

แต่ทว่า...เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ฉันเห็นลึกลงไปกว่านั้นและยังเป็นสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมฉันต้องเห็นอะไรแบบนี้ด้วย บัดนี้มันกำลังลอยเด่นโชว์หรามาที่ตรงหน้าของฉันแล้ว...

(โอ้โห้...!! นะ...นี่มัน...เล็กกว่าไส้กรอกคอกเทลในเซเว่นอีกนะเนี่ย)

ภาพอวัยวะที่มักจะอยู่ภายใต้ร่มผ้ายามปกติแต่บัดนี้กลับปรากฏเด่นเป็นสง่าท้าสายตาเสมือนกับว่าเจ้าของของมันได้มายืนจังก้าให้ฉันสำรวจอย่างเต็มตายิ่งกว่าโมเดล 3D เสียอีก

(จะควักลูกตาทิ้งก็ไม่ได้เพราะสิ่งที่เห็นมันอยู่ในหัว...โอ๊ยยยย...เวรกรรมอะไรของเราว่ะเนี่ย...ซวยจริง ๆ ซวยแต่เช้าเลยวุ้ย...!!)

ร่างบางที่ยืนตาลอยให้กับภาพเคลื่อนไหวที่ค่อย ๆ จางออกไปจากหัวสมอง มาพร้อมกับเสียงในหัวที่กำลังก่นด่าให้กับชะตาชีวิตที่ไม่เป็นธรรมของตัวเอง

และในขณะที่ภาพภายนอกของฉันดูจะเหมือนคนที่ตกอยู่ในสภาวะช็อกแบบพร้อมที่จะจากได้ทุกเมื่อ นั่นจึงทำให้ผู้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ฉันมีอาการเช่นนี้รีบเอ่ยเรียกเสียงดังขึ้นอย่างต้องการดึงสติฉันให้หลุดออกมาจากแดนนรกอเวจี...

“เอ่อ...คุณครับเป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ?”

เสียงเรียกด้วยความระมัดระวังพร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกมาว่าเป็นห่วงอย่างชัดเจนถูกส่งมายังหญิงสาว

“หืมมมม...อะไรนะคะ”

“ผมถามว่าคุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับเห็นคุณยืนนิ่งไปแถมหน้าก็ยังดูซีด ๆ เหมือนจะเป็นลมอีกด้วย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง

“อะ...อ๋อ...ปะ...เปล่าค่ะฉันสบายดี แค่รู้สึกว่า...บางอย่างในชีวิตมันก็ ‘สั้น’ กว่าที่คิดหนะค่ะ...อุ๊บ!”

ก่อนที่คำพูดจะถูกส่งออกไปอย่างเผลอไผล จนฉันต้องหลุบตาต่ำลงเพราะกลัวคนตรงหน้าจะจับพิรุธได้ หลังจากที่ภาพของไส้กรอกคอกเทลพลันเด่นชัดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ห๊ะ...เอ่อ...”

“คือฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เชิญคุณเข้าไปก่อนได้เลยนะคะ...เชิญเลยค่ะ เชิญเลย”

ฉันผายมือเชิงบอกให้ผู้ชายตรงหน้าเดินเข้าประตูไปก่อน นั่นก็เพราะว่าในเวลานี้นอกจากภาพดุ้นไส้กรอกคอกเทลของคนตรงหน้าที่ยังปรากฏตัวก่อกวนระบบประสาทของฉันไม่หยุดแล้ว ภาพเงินพิเศษสำหรับพนักงานที่ไม่ขาดลามาสายของฉันบัดนี้ก็ได้อันตรธานบินปลิวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน จนฉันไม่มีอารมณ์แม้จะก้าวขาเดินเข้าไปในสถานที่ที่ฉันมักจะชอบอยู่เสมอ

“อะ...เอ่อ...คะ...ครับ”

ก่อนที่เสียงของชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูงง ๆ จะตอบรับกลับมาแล้วเดินจากไป และหลังจากที่เขาจากไปแล้วฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างคนปลงตก เพราะถ้าหากว่าวันนี้ตัวเองไม่ตื่นสายจนรีบจนถึงกับลืมถุงมือที่ฉันมักจะใส่เอาไว้เพื่อกันไม่ให้เหตุการณ์แบบในวันนี้เกิดขึ้นแล้วล่ะก็ ฉันก็คงไม่ต้องซวยมาเห็นอะไรแบบนี้ตั้งแต่เช้า แถมยังมาซวยสองเด้งชวดเงินพิเศษที่อุตส่าห์ตั้งใจมาตั้งแต่ต้นเดือนไปอีกด้วย...