บทที่ 3 เห็ดพิษ!!
“คุณป้าไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณชมพูสิรินคงจะไม่แย่ไปกว่าปกติหรอกครับ...หึหึ” คำพูดราบเรียบที่มาพร้อมกับการกลั้วหัวเราะในลำคอเมื่อบวกเข้ากับใบหน้าอมยิ้มโดยที่มีสายตากวนประสาทที่อยู่ภายใต้แว่นสี่เหลี่ยมกรอบสีดำด้วยแล้วกลับยิ่งส่งให้หมอหนุ่มตรงหน้าดูน่าหมั่นไส้เพิ่มขึ้นอีกมากโขเลยทีเดียว
(อ้าว...ไอ้หมอนี่นอกจากหน้าตาดูโรคจิตแล้วยังปากไม่ดีอีกนะ...หึ...ถ้าปากไม่ดีแบบนี้ก็ขอให้นกเขาไม่ขันหรือไม่ก็สั้นเป็นขันทีไปเลย...ชิๆๆ)
ฉันแอบแช่งหมอปากหมาตรงหน้าในใจพร้อมกับเม้มปากตัวเองเอาไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะเผลอพูดเสียงในหัวออกไป
เพียงแต่ว่า...ในขณะที่ฉันกำลังกลอกตาไปมาแช่งหมอในใจอยู่นั้น ฉันที่มัวแต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก็เลยไม่ทันได้ฟังเลยว่าหมอถามอะไร จนกระทั่งหมอหนุ่มที่ดูจะทนไม่ไหวเพราะเห็นฉันเอาแต่เหม่อลอยสติไม่กลับมาสักทีก็ได้เอื้อมมือมาแตะที่มือของฉันเบา ๆ
และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
วูบ!
(อะ...โอ๊ยยยย! อะไรพุ่งเข้าตาเนี่ย...?)
ฉันสบถอยู่ในใจด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น...และทันทีที่หมอกขาวที่พุ่งเข้าใส่หน้าค่อย ๆ จางลง...เสียงที่ดังขึ้นในโสตประสาทพร้อมกับภาพเคลื่อนไหวที่ค่อย ๆ ฉายขึ้นกระทั่งชัดแจ๋วก็เผยให้เห็นภาพของชายหนุ่มรูปร่างคุ้นตากำลังยืนหันข้างอยู่ตรงหน้าในสภาพเปลือยเปล่า โดยที่อิริยาบถของเขานั้นเผยให้เห็นว่าเขากำลังยืนอยู่ด้านข้างของเตียงที่มีผ้าสีเขียวคลุมเอาไว้
เพียงแต่ที่สิ่งที่น่าระทึกใจไปกว่านั้นนั่นก็คือนอกจากชายหนุ่มรูปร่างคุ้นตาจะยืนแก้ผ้าแล้วบนเตียงที่เขายืนอยู่ด้านข้างนั้นก็ยังมีเรือนร่างของผู้หญิงที่เปลือยเปล่านอนนิ่งดูไม่มีสติอยู่เช่นกัน และถึงแม้ว่าฉันจะพยายามเพ่งมองไปยังเรือนร่างเปลือยเปล่าบนเตียงที่นอนนิ่งอยู่นั้น ฉันกลับไม่อาจรู้ได้เลยว่าเธอคนนั้นเป็นใครเนื่องจากบริเวณใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นได้มีหมอกสีขาวบดบังเอาไว้เต็มหนาแน่นไปหมด...
"ซี๊ดดดด...อยากจับมานานแล้วนมใหญ่ ๆ เป็นธรรมชาติแบบนี้ อู้วววว...ช่วยทำให้เอ็นผมแข็งหน่อยนะครับคนไข้...ผมอัดอั้นไม่ได้ปลดปล่อยมานานแล้ว...อ่าาาา ~~
เสียงกระเส่าแสนคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเอ่ยพูดพร้อมกันกับที่มือข้างหนึ่งของคนที่พูดยื่นไปนวดคลึงยังหน้าอกอวบขนาดใหญ่แล้วบีบเคล้นเล่นไปมาจนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความฟิน ส่วนมืออีกข้างที่ไม่ยอมน้อยหน้าก็กำลังทำการนวดคลึงขยับขยุกขยิกหมกมุ่นอยู่ตรงอวัยวะตรงกลางระหว่างขาของเขาเอง และด้วยท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยระคนขยะแขยงในเวลาเดียวกัน
(ยี้...ไอ้บ้าโรคจิตที่ไหนมาทำอุบาทว์ในโรงพยาบาลแบบนี้ ว่าแต่...ทำไมเสียงมันดูคุ้น ๆ หูจัง...?)
ฉันที่ก่นด่าไปพร้อมกับความรู้สึกสงสัยว่าไอ้โรคจิตที่กำลังยืนทำสัปดนอยู่ตรงหน้านี้มันเป็นใครกัน และในจังหวะเดียวกันนั้นเองร่างกายพร้อมกับใบหน้าของคนที่ฉันขนานนามให้ว่าเป็นไอ้โรคจิตก็ค่อย ๆ หันมาทางฉัน จนภาพตรงหน้านั้นก็ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้างทันที...!!
“กรี๊ดดดด...หมอ…!!”
ฉันถึงกับกรีดร้องเสียงหลงดังลั่นอยู่ในนิมิต และในขณะที่หนังเรตอาร์ตรงหน้ากำลังจะรันภาพเคลื่อนไหวในฉากต่อไปเสียงเรียกของป้าเนียนก็ทำให้ฉันหลุดออกมาจากภาพสัปดนได้อย่างพอดิบพอดี
“ไอ้หนอน! เอ็งเป็นอะไรไปวะ”
ป้าเนียนโพล่งขึ้นมาคนแรกด้วยความรู้สึกที่ทั้งตกใจและเป็นห่วงในเวลาเดียวกันหลังจากที่แกเห็นว่าฉันนิ่งไปไม่โต้ตอบ และด้วยอาการของฉันในเวลานี้นั้นก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องตื่นตระหนกตกใจไปตาม ๆ กัน
"ปะ...ป้า...!!" ฉันเรียกผู้ใหญ่ของตัวเองเสียงสั่น
“คุณชมพูสิรินค่ะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” พยาบาลสาวหนึ่งในสามคนถามฉันด้วยสีหน้ามีกังวล
และในจังหวะที่ฉันกำลังสับสนมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อครู่นี้อยู่นั้นจู่ ๆ คุณหมอที่ฉันเพิ่งเห็นภาพเรตอาร์ของเขาและการกระทำอนาจารของเขากับร่างใครก็ไม่รู้ก็ได้เอ่ยถามอาการฉันขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับยื่นมือออกมาแตะมือฉันอีกหนพอดี...
"คุณชมพูสิรินเป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ"
แปะ...
วูบ!
(เวรล่ะ! อย่าบอกนะว่า...)
จากนั้นภาพต่อเนื่องจากเหตุการณ์ในนิมิตก่อนหน้านี้ก็พลันบังเกิดขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้นอกจากฉันจะเห็นการกระทำอันน่าสะอิดสะเอียนของหมอหนุ่มผู้รักษาฉันอย่างเต็มตาแล้ว ฉันยังเห็น...
(หะ...เห็ดไปขึ้นอะไรตรงนั้นเนี่ย...!! ละ...แล้วเม็ดตะปุ่มตะป่ำพวกนั้นมันอะไรกัน...ยี้...นี่มันเห็นพิษชัด ๆ)
จู่ ๆ งานภาพละเอียดยิ่งกว่างาน 3D แถมยังคมชัดยิ่งกว่าภาพ 4K ของอวัยวะที่ควรจะเป็นสิ่งสุดท้ายของร่างกายที่ใครควรจะได้เห็นของคุณหมอขึ้นโชว์หราแทบจะทิ่มลูกตาให้บอด จนฉันที่นอนให้น้ำเกลือมานานหลายวันถึงกับรับรู้ได้ถึงรสเปรี้ยวของน้ำย่อยที่ขย้อนขึ้นมาจ่อยังลำคอรอจะพุ่งถ้าหากยังต้องดูภาพตรงหน้านี้ต่อไป...
“คุณชมพูสิรินครับ”
เสียงเรียกที่เหมือนกับเสียงในหัวดังขึ้นเรียกชื่อฉันจนทำให้หลุดออกจากภวังค์มาอีกรอบ
“กรี๊ดดดด...เห็ดพิษ!”
