ตอนที่ 7 จูบแรก
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นรัว ๆ ทำเอาชายหนุ่มที่กำลังซุกไซ้ซอกคอสาวสวยรู้สึกหงุดหงิด เขากดปิดเครื่องแล้วโผเข้าหาเธอใหม่
มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาทั้งแถบ ยกเสื้อชั้นในขึ้นแล้วตะโบมดูดเลียปลายยอดสีหวานอย่างตะกละตะกลามเพราะต้องทำเวลา
ร่างบอบบางถูกดันเอนนอนบนเบาะหลังของรถยนต์ที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำซึ่งจอดอยู่ตรงลานจอดรถกลางแจ้ง ความร้อนระอุภายในพุ่งทะยานแซงหน้าอุณหภูมิภายนอกไปไกลลิบ
ชาลีตามหาพี่รหัสจนทั่ว แถมโทรหาเท่าไรก็ไม่รับสาย โชคดีที่เจอแก๊งหนุ่มหล่อปีสี่จึงพอจะรู้ว่าสถานที่ที่เมธาอาจจะอยู่ในตอนนี้คือที่ไหน
“มันลากนับดาวไปล่อแล้ว ไม่ลานจอดรถก็ห้องน้ำหลังสนามกีฬาโน่นแหละ”
น้องรหัสผู้รักรุ่นพี่ยิ่งกว่าสิ่งใดเดินฝ่าความร้อนเข้ามาในลานจอดรถกลางแจ้ง ส่องเข้าไปในกระจกสีดำทึบเห็นพี่ชายกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม แต่เขารอไม่ได้ เพราะตอนนี้ยังไม่ทันได้กินข้าว จึงเคาะกระจกรัว ๆ ขัดจังหวะ
มือที่กำลังสวมปลอกป้องกันชะงัก หันขวับมองเห็นเป็นน้องรหัสก็สบถถ้อยคำหยาบคาย เสยผมลวก ๆ หงุดหงิดเต็มที่
“เหี้ยเอ้ย”
เมธาผละห่างจากร่างบอบบางในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ย มองดอกไม้สาวฉ่ำเยิ้มที่อ้ารอตาปรอย ก่อนดันเธอลุกขึ้นนั่ง โยนเสื้อช็อปให้คลุมหน้าอกแล้วลดกระจกลง
“มึงมีเหี้ยอะไรไอ้ลี ให้กูเสร็จก่อนก็ไม่ได้”
“เรื่องด่วนเฮีย อีกอย่างผมยังไม่ได้กินข้าว คาบบ่ายมีสอบเก็บคะแนน เดี๋ยวเข้าสาย”
“เออ รีบพูดมาดิ๊ กูปวดไปหมดแล้วเนี่ย”
สายตาสอดรู้มองเข้าไปเห็นนับดาวมีเสื้อช็อปคลุมอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขามาจังหวะนรกจริง ๆ
“เฮีย ผมเอาสมุดเลกเชอร์ไปให้น้องน้ำปั่นมาแล้ว” ชาลียื่นหน้าไปกระซิบเสียงเบา
“อืม แค่นี้ เรื่องด่วนของมึง”
“ไม่ใช่เฮีย เรื่องมันเป็นงี้” ยื่นหน้าไปกระซิบอีกครั้ง
“ผมเจอน้องน้ำปั่นของเฮีย นั่งกินขนมอยู่กับผู้ชายที่คาเฟ่ริมสระ สองต่อสอง อย่าเพิ่งเฮีย อย่าเพิ่งตกใจ มีตกใจกว่านี้อีก น้องน้ำปั่นป้อนเค้กไอ้หน้าหล่อนั่นด้วย มันก็ป้อนเค้กคืน มองตากันงี้หวานเยิ้ม ผมว่าเย็นนี้นัดกันไปยิ้มต่อที่คอนโดแน่ เฮียระวังเอาไว้ คอยเฝ้าให้ดี”
“นี่เรื่องจริง?”
“จริงสิเฮีย จะล้อเล่นทำไม นี่เรื่องสำคัญของเฮียกับเพื่อน”
ดวงตาคมกริบวาววับแดงก่ำ กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูน พยักหน้ารับรู้แล้วกดกระจกปิด ชาลีจึงแยกตัวไปกินข้าวอย่างรีบเร่ง
“มีอะไรกันคะ ลับ ๆ ล่อ ๆ”
“เรื่องสำคัญ แต่งตัวซะ พี่มีธุระต้องจัดการ”
ด้วยความหงุดหงิดจึงขยำถุงยางอนามัยในมือปาทิ้งมั่ว ๆ มันไปตกอยู่บนพื้นด้านหน้าของเบาะข้างคนขับ
“พี่ม่อน แต่เรากำลังจะทำกันนะ”
“พี่หดหมดแล้ว”
ท่อนเนื้อใหญ่โตที่เขาเอาเสื้อยืดสีดำคุลมไว้ในคราแรกคออ่อนคอพับ แม้จะปลุกมันขึ้นมาได้อีกแต่ก็ไม่มีอารมณ์อยากทำอะไรสาวสวยตรงหน้าแล้ว
ตอนนี้มีอารมณ์อยากบีบคอเล็ก ๆ ของน้องสาวข้างบ้านมากกว่า
“แยกกันตรงนี้นะดาว เดี๋ยวพี่ทักไป”
เมธาสวมเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูเสร็จก็วิ่งไม่คิดชีวิต ตรงดิ่งไปยังจุดที่น้องรหัสบอก เห็นคนตัวบางนั่งหน้าระรื่นคุยกับชายหนุ่มรูปหล่อจริง ๆ ดังว่า จึงรีบเปิดประตูพรวดเข้าไปกระชากข้อมือเล็กให้ยืนขึ้น
“น้ำปั่น มานี่”
“พี่ม่อน อะไร”
“ต้องให้บอกอีกเหรอว่าอะไร”
“หนูเจ็บ ปล่อยนะ” พยายามบิดข้อมือออก
“ปล่อยน้ำปั่นนะ”
หมอหนุ่มขยับเข้าช่วย แต่เมธาก้าวเข้าหาพร้อมดันร่างบางไปอยู่เบื้องหลัง สองหนุ่มจ้องตากันไม่มีใครยอมใคร
“อย่าเสือก”
“เฮ้ย ทำไมพูดงี้ ปล่อยผู้หญิง”
“นี่น้องกู บอกแล้วไงว่ามึงอย่าเสือก”
คนนี้เองสินะ พี่ชายข้างบ้าน ท่าทางดุดันเอาเรื่อง แถมยังทั้งหล่อทั้งขาว มีเสน่ห์จนเขาที่เป็นผู้ชายด้วยกันยังต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้หล่อมาก
“พูดกันดี ๆ ก็ได้ น้ำปั่นไม่ผิด ผมผิดเองที่ชวนน้องมา”
“ไม่รู้หรือไงว่าครอบครัวน้ำปั่นไม่ให้ยุ่งกับผู้ชาย”
อินทัชอ้ำอึ้ง ปัณชญาจึงโพล่งขึ้น
“เราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็แค่คุยกันเฉย ๆ เป็นพี่เป็นน้อง”
“เหรอ พี่น้องที่ไหนเขาป้อนขนมกัน อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ แล้วก็มีหลักฐานด้วย อยากให้เอารูปไปให้ไอ้ปิงดูใช่ไหมถึงกล้ามาเถียงพี่”
คนตัวโตกดเสียงต่ำ สายตาดุดันน่ากลัว แต่มีหรือที่เธอจะสน
“อย่ามายุ่งกับเรื่องของหนู”
“ให้พูดใหม่อีกที”
“ผมกับน้ำปั่นเราไม่ได้ทำอะไรผิด แค่มากินขนมกันเฉย ๆ ผมรู้ขอบเขตดี และผมก็ให้เกียรติน้อง”
“บอกว่าอย่าเสือกไงวะ ถ้ายังไม่หุบปาก กูจะเอารูปที่มึงป้อนขนมน้ำปั่นไปบอกพี่ชายเด็กนี่ คราวนี้กูไม่รับประกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น บอกได้คำเดียวว่ามึงจะไม่ได้เห็นหน้าน้ำปั่นอีก”
อินทัชกัดกรามกำหมัด แค้นใจที่ไม่สามารถปกป้องคนที่ตัวเองชอบได้
“พี่อิน ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องนี้น้ำปั่นจัดการเอง พี่ไปเรียนเถอะ ไว้ค่อยคุยกันค่ะ”
“แต่พี่เป็นห่วงน้ำปั่น”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เขาไม่ฆ่าน้ำปั่นหรอก นี่ก็จะถึงเวลาเรียนแล้ว ตึกแพทย์ก็ไกลด้วย พี่แยกตัวไปเถอะนะ ก่อนที่เขาจะบ้ามากกว่านี้”
“งั้นดูแลตัวเองด้วย มีอะไรโทรหาพี่นะ”
แม้ไม่อยากทิ้งเธอไว้กับพี่ชายข้างบ้านแต่ก็ต้องทำตามนั้นเพราะกลัวเรื่องราวจะบานปลาย เมื่ออินทัชแยกตัวไปแล้ว เมธาจึงหันกลับมาเล่นงานคนตัวบางต่อ
“เพิ่งเปิดเรียนไม่กี่วันก็มีแฟนแล้วเหรอ เธอนี่เร็วใช้ได้”
แค่นยิ้มหยัน ทำคนตัวบางเต้นเร่า ๆ
“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นแฟนกันไง แค่พี่ชาย”
“มันเรียนหมองั้นเหรอ”
“ใช่ เขาสุภาพ ใจดี แล้วก็น่ารัก ไม่เหมือนใครบางคน เถื่อน ปากร้าย ใจยักษ์”
“น้อย ๆ หน่อยน้ำปั่น อย่าให้พี่หมดความอดทนกับเธอ”
“ก็หมดความอดทนไปสิ ใครสนล่ะ” เชิดหน้าสู้
เมธากัดกรามจ้องหน้าเขม็ง ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นจนน่าบีบคอให้หักทำเขาสติแตก กระชากแขนลากให้เธอเดินตามมายังมุมตึกลับตาไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมา
“เจ็บ จะปล่อยได้ยัง”
คนตัวโตดันเธอชิดกำแพง ใช้แขนสองข้างกักขังเธอไว้ไม่ให้หนี
“เลิกยุ่งกับมันซะ”
“จะยุ่ง จะทำไม”
“น้ำปั่น...” กดเสียงต่ำในลำคอ พยายามข่มความโกรธ
“พี่ก็แค่พี่ชายข้างบ้าน มีสิทธิ์อะไรมาสั่งหนู ถ้าพี่อยากบอกพี่ปิงนักก็บอกสิ บอกเลย กล้าเปล่าล่ะ ถ้าดีแต่ขู่ก็ไม่ต้องมาพูดมาก เพราะหนูไม่กลัว หนูจะคุยกับพี่อิน หนูจะคบกัน หนูไม่สนอะไรทั้งนั้น แล้วหนูก็จะไปนอนกับเขาด้วย”
“กล้าเหรอ”
“กล้าสิ ทำไมจะไม่กล้า พี่เลิกเอาพี่ปิงมาขู่ เพราะถ้าหนูเสียตัวให้พี่อินแล้ว พี่ปิงก็ทำอะไรไม่ได้”
“ไอ้ปิงอาจทำอะไรไม่ได้ แต่พี่ทำได้แน่”
“เหอะ อย่างพี่จะมีปัญญาทำอะไร เอาสิทธิ์ที่ไหนมาทำดีกว่า เลิกยุ่งกับหนูแล้วไปยุ่งกับผู้หญิงของพี่โน่น ต่อไปนี้ไม่ต้องมารับส่งหนูแล้ว เย็นนี้หนูจะกลับเอง เกิดอะไรขึ้นหนูรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ หนูโตแล้ว เข้าใจไหมว่าโตแล้ว”
“แม่งโคตรดื้อ”
เอียงคอมองเธอด้วยสายตาลุกโชน ขมวดคิ้วเล็กน้อยข่มขู่ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูดุดันร้ายกาจขึ้นไปอีกเท่าตัว
“อยากนอนกับผู้ชายมากนักไหรือไงวะ”
“ใช่ อยากนอนกับพี่อิน จะทำไม”
คนถือดีเชิดหน้าสู้ จ้องตาเขาเขม็งไม่มีกลัวเกรง และมันทำเส้นความอดทนของเขาขาดผึง
“จะทำไมงั้นเหรอ ก็ทำอย่างนี้ไง”
เมธาโน้มลงบดจูบริมฝีปากอวบอิ่มช่างเถียงอย่างร้อนแรง คนตัวบางเบิกตาโต ตกใจแทบสิ้นสติ ตัวแข็งค้างเหมือนกำลังช็อก พลางต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเขากัดริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ แล้วละออกมากระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“โคตรดื้อ”
คนเอาแต่ใจโผเข้าหาอีกครั้ง บดจูบเคล้าคลึงกลีบปากนุ่มนิ่มด้วยสัมผัสเนิบนาบ ทุกการบดเบียดลึกซึ้งราวต้องการตอกย้ำสัมผัสของเขาลงไปในทุกอณูของริมฝีปากเธอ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างสั่นระริก หูทั้งสองข้างอื้ออึง หัวใจเต้นกระหน่ำคร่อมจังหวะ
จูบแรกของเธอ ถูกพี่ชายข้างบ้านขโมยไปเสียแล้ว
