ตอนที่ 6 อยากเป็นแฟนหมอ
เมื่ออาบน้ำเตรียมเข้านอนหลังจากทบทวนบทเรียนนิดหน่อย โทรศัพท์มือถือของปัณชญาก็ดังขึ้นจึงรีบกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ พี่อินเองนะ”
“พี่หมออิน โทรมาดึกเชียว”
เธอคิดว่าเขาจะไม่โทรมาเสียแล้ว คืนนี้เธอดูหน้าจอโทรศัพท์แทบจะทุกสิบนาทีเพราะใครบางคนบอกว่าจะโทรมาหา
“เรียกพี่อินเฉย ๆ ดีกว่าครับ ดูสนิทกันดี”
คนตัวบางเม้มปาก แก้มแดงซ่าน
“ค่ะ พี่อิน”
“รบกวนเวลานอนหรือเปล่า พอดีพี่เพิ่งอ่านหนังสือเสร็จ ลืมเวลาไปเลย”
“ไม่ค่ะ น้ำปั่นก็เพิ่งทบทวนที่ติวไปเสร็จเหมือนกันค่ะ กลัวว่าควิซคราวหน้าคะแนนจะไม่ได้เรื่องอีก”
“วิชาอะไรครับ”
“สถิติค่ะ น้ำปั่นไม่เก่งเลข แต่ที่เลือกเรียนบริหารเพราะต้องมาช่วยที่บ้านดูแลธุรกิจ”
“เก่งจังที่กล้าทำอะไรที่ตัวเองไม่ถนัด”
“น้ำปั่นอิจฉาคนเก่ง ๆ เรียนอะไรก็เข้าใจง่ายไปหมด แต่น้ำปั่นสิ หัวทึบ โดนเขาว่าตลอด” สะบัดเสียงท้ายประโยค ทั้งยังค้อนลมค้อนฟ้าหงุดหงิด
“ใครครับว่าน้ำปั่นแบบนั้น”
“ก็พี่ม่อน เอ่อ พี่ชายข้างบ้านค่ะ ครอบครัวน้ำปั่นให้เขาช่วยติวเลขให้ แต่เขาดุมาก ปากก็ร้าย”
“พี่ติวให้แทนดีไหม จะติวที่มหา’ลัยหรือให้พี่ไปหาน้ำปั่นที่บ้านก็ได้”
“น้ำปั่นเป็นคนชนพี่อินจนเสื้อผ้าพี่เลอะเทอะนะคะ ที่โทรมานี่ควรจะให้น้ำปั่นชดใช้ค่าเสียหายสิ ทำไมถึงอาสามาติวให้น้ำปั่นล่ะ”
“เรื่องนั้นไม่เห็นต้องสนใจเลย เสื้อผ้าพี่ไม่ได้เสียหาย”
“อ้าว แล้วพี่อินโทรมาทำไมคะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างชอบใจ ก่อนตอบ
“อยากคุยกับน้ำปั่น ต้องมีเหตุผลด้วยหรือครับ”
สาวสวยนิ่งไป ริมฝีปากหุบยิ้มไม่ได้ แถมหัวใจยังเต้นแรงอีกต่างหาก
หมอจีบ...แฟนหมอที่อยากได้ กำลังจะเป็นจริงแล้ว
“พี่อิน”
“น้ำปั่นโสดจริงหรือเปล่า”
“จริงค่ะ ไม่ได้มีแฟน”
“งั้นถ้าพี่จะโทรมาคุยด้วย...ได้ไหม”
“ถ้าไม่รำคาญคนหัวทึบอย่างน้ำปั่นก็ตามสบายค่ะ น้ำปั่นชิล ๆ อยู่แล้ว”
“โอเค งั้นตกลงตามนี้นะ ส่วนเรื่องติวหนังสือเอาไงดีครับ”
“เรื่องนี้...คงไม่น่าจะได้ค่ะ พอดีพี่ชายหวงน้ำปั่นมาก ไม่ยอมให้ยุ่งกับผู้ชายเลย ขนาดเพื่อนในคลาสจะจัดกลุ่มติว แค่มีผู้ชายอยู่ด้วยพี่ปิงยังไม่ยอมให้น้ำปั่นไปติวเลย”
“แล้วทำไมถึงให้พี่ชายข้างบ้านมาติวให้ล่ะ”
“พวกเราโตมาด้วยกันค่ะ อีกอย่างครอบครัวเราก็ทำธุรกิจร่วมกันด้วย สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แต่น้ำปั่นแค่รำคาญที่พี่เขาปากร้าย คำก็ด่า สองคำก็ว่า จิกกัดน้ำปั่นอย่างกับไก่ ชาติที่แล้วเป็นไก่ชนหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“แล้วแบบนี้เรื่องของเราจะไม่ทำให้น้ำปั่นเดือดร้อนเหรอ”
“น้ำปั่นไม่ได้มีแฟนนี่คะ เราก็แค่คุยกัน อีกอย่างน้ำปั่นก็จะไม่ให้พี่ปิงรู้เรื่องนี้ด้วย ขี้เกียจโดนบ่น”
“แต่พี่จริงใจนะ ไม่ได้คิดจะหลอกแน่นอน”
“เรื่องนี้ไว้ค่อยว่ากันนะคะ พี่อินหล่อขนาดนี้ต้องมีสาวมาจีบเยอะแน่ อย่าเพิ่งให้ความหวังน้ำปั่นเลย เดี๋ยวอดเป็นแฟนหมอแล้วจะเฟล”
คนเรียนหมอหัวเราะร่วนกับคำพูดตรงไปตรงมาไม่มีชั้นเชิง ท่าทางเธอจะแสบน่าดูเหมือนกัน ถึงว่าที่บ้านหวงนัก
“อยากเป็นแฟนหมอเหรอครับ”
“เอ่อ...”
หัวใจกระชุ่มกระชวยจนไม่อยากเชื่อ หลายปีแล้วที่เขาแทบไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ผูกมัดแบบนี้
“ถ้าอยากเป็นแฟนหมอ ก็ไม่ยากนะครับ”
“ฮึ่ม ตอนนี้ยังเป็นแฟนใครไม่ได้ค่ะ พี่ชายหวง อีกอย่างก็ต้องคุยกันก่อนว่าเข้ากันได้ไหม”
“อืม งั้น...เราศึกษากันนะ โอเคไหมครับ”
“ก็ให้โทรหาได้แล้วไงคะ”
“แค่โทรหา กับศึกษากัน มันไม่เหมือนกันหรอกนะครับ ตกลงว่าจะศึกษากับพี่ไหม”
คนตัวบางเงียบไปพักใหญ่ ดีใจจนยิ้มแก้มปริ
“ก็...ตามนั้นค่ะ”
หนุ่มสาวคุยกันอีกพักใหญ่ กว่าจะยอมนอนพักผ่อนได้ก็เลยเที่ยงคืนไปร่วมชั่วโมงแล้ว
*********************************
“ขอบคุณค่ะ”
ปัณชญายกมือไหว้ขอบคุณเมธาตามมารยาทแล้วรีบเปิดประตูลงจากรถก่อนจับมือเพื่อนทั้งสองเดินเร็ว ๆ ขึ้นตึกเรียนทันที
เมธาหัวเราะในลำคอ กำลังจะออกตัวก็เห็นสมุดเลกเชอร์ที่เขายกให้วางอยู่บนเบาะอีกแล้ว
“โคตรขี้ลืม”
แทนที่จะเอาลงไปให้เธอตอนนี้ กลับขับรถไปจอดยังตึกคณะตัวเองเพราะกำลังจะได้เวลาเข้าเรียนของตัวเองแล้ว ระหว่างทางขึ้นตึกก็ตรงดิ่งไปหาน้องรหัสคนเดิม
“สวัสดีครับเฮีย”
“สวัสดี ไอ้ลี ตอนเที่ยงมึงเอาสมุดเลกเชอร์ไปให้น้ำปั่นหน่อย เด็กนั่นทิ้งไว้ในรถกูอีกแล้ว”
“ได้เฮีย แต่น้องเขาลืมของไว้ที่รถเฮียสองรอบแล้วนะ ตั้งใจจะให้เฮียเอาไปให้เองหรือเปล่า”
“เด็กนั่นเหรอจะอยากเจอหน้ากู มึงไม่รู้อะไร”
“ก็เห็นทิ้งของไว้”
“ขี้ลืมต่างหาก มึงจัดการให้กูด้วย ตอนเที่ยงก็ได้ แล้วก็คอยแอบดูให้กูด้วยว่ามีผู้ชายมายุ่งกับเด็กนั่นหรือเปล่า เดี๋ยวกูต้องรายงานไอ้ปิงอีก วุ่นวายฉิบหายทั้งพี่ทั้งน้อง”
“ครับ เฮีย เดี๋ยวผมจัดการให้”
เมธาพยักหน้ารับแล้วรีบขึ้นเรียนทันที
***********************************
“กูไปซื้อกาแฟก่อน เดี๋ยวตามไปที่โรงอาหาร พวกมึงเอาเหมือนเดิมใช่ไหม”
เมธาถามเพื่อนในกลุ่ม กำลังจะแยกตัวไปก็มีสาวสวยเดินมาดักหน้า
“สวัสดีค่ะ พี่ม่อน”
นับดาวในชุดนักศึกษารัดรูปโชว์หน้าอกใหญ่โตส่งยิ้มยั่ว เมธากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ยกยิ้มมุมปากชอบใจ
“ครับ ดาว”
“หายไปเลยนะคะ ไม่เห็นทักดาวมาบ้าง นี่เลยต้องมาหาถึงที่แทน”
“ช่วงนี้ยุ่ง ๆ ไม่ได้ออกไปไหนเหมือนกัน”
“งั้นไปกินข้าวกันไหมคะ”
“ดีครับ แต่ก่อนไปกินข้าว พี่ขอกินอย่างอื่นก่อน ได้ไหม”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
หลังจากที่เลิกเรียนช่วงเช้า ชาลีและกลุ่มเพื่อนก็พากันเดินมายังโรงอาหารของตึกคณะบริหารธุรกิจเพื่อพบใครบางคน แต่ระหว่างเดินผ่านคาเฟ่เล็ก ๆ ริมสระน้ำก็เหลือบไปเห็นคนที่ตามหา
“เฮ้ย นั่นไง น้องน้ำปั่นของเฮียม่อน”
“เออ ไป กูหิวข้าวแล้ว”
ทั้งกลุ่มเร่งฝีเท้าเข้าไปในคาเฟ่น่ารัก แต่ตอนนี้เก้าอี้ตัวที่เคยว่างฝั่งตรงข้ามของปัณชญากลับมีชายหนุ่มรูปหล่อผิวพรรณขาวสะอาดหมดจดนั่งอยู่
หนุ่มสาวสบตายิ้มให้กันราวกับโลกใบนี้มีเพียงคนสองคนเท่านั้น สาวสวยตักขนมเค้กป้อนชายหนุ่มถึงปาก
ชาลีหันสบตาเพื่อนพร้อมอุทานเสียงเบาทั้งกลุ่ม
“ฉิบหายแล้ว”
“รีบเข้าไปสิวะไอ้ลี เดี๋ยวเฮียม่อนแดกหัวมึงตาย”
“เออ ๆ”
ชาลีก้าวพรวดถึงโต๊ะ ปัณชญาที่กำลังอ้าปากรับเค้กจากฝ่ายชายมีอันต้องชะงักหันมองผู้มาใหม่
“พี่ลี...สวัสดีค่ะ” ทักทายอย่างงง ๆ
“สวัสดีครับ น้ำปั่น” ตอบรับพลางหันมองหน้าชายหนุ่มรูปหล่อเพื่อเก็บรายละเอียดไปรายงาน
นักศึกษาแพทย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองชายหนุ่มในเสื้อช็อปสีเลือดหมูอย่างสงสัยว่าเหตุใดถึงมายืนจ้องหน้าเขา หรือเป็นชายหนุ่มอีกคนที่กำลังตามจีบหญิงสาวอยู่
“เอ่อ พี่ลี มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พอดีเฮียม่อนให้เอาสมุดเลกเชอร์มาให้น้ำปั่น เฮียบอกน้ำปั่นลืมไว้ในรถเฮียอีกแล้ว”
ตอบหญิงสาวแต่สายตายังคงมองคนขาวสะอาดไม่เลิก ทว่าตอนนี้อินทัชมีสีหน้าดีขึ้นจากเดิมเล็กน้อยเพราะรู้แล้วว่าชายหนุ่มคนนี้คือรุ่นน้องของพี่ชายข้างบ้านเธอ ที่เข้ามาหาเพราะมีธุระ ไม่ได้เข้ามาจีบแต่อย่างใด
“อ๋อ น้ำปั่นลืมไปเลยค่ะ ช่วงบ่ายมีควิซอีกแล้วด้วยสิ ต้องทบทวนหน่อย ขอบคุณพี่ลีมากนะคะที่อุตส่าห์เอามาให้ ตามหาน้ำปั่นนานไหมคะ”
“ว่าจะไปหาที่โรงอาหาร พอดีหันมาเจอก่อน เผื่อคราวหน้าเฮียใช้มาอีก พี่ขอเบอร์น้ำปั่นหน่อยได้ไหม”
“ได้สิคะ”
หญิงสาวมนุษยสัมพันธ์ดีแลกช่องทางการติดต่อ แล้วชาลีก็แยกตัวไปกินข้าว เธอจึงพูดคุยส่งยิ้มกับชายหนุ่มรูปหล่อต่อโดยไม่ได้รู้เลยว่าไม่ไกลออกไปชาลีกำลังแอบถ่ายรูปเธอเอาไว้
