บทย่อ
กฎของการเป็นติวเตอร์ให้เด็กหัวทึบอย่างเธอ มีข้อเดียว ถ้าดื้อ...โดนจูบ
ตอนที่ 1 เดี๋ยวกูก็เล่นน้องมึงซะหรอก
“มึงตลกแล้ว ไอ้ปิง”
ม่อน เมธา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมโยธาชั้นปีที่สี่ที่เพิ่งไปเรียนในเทอมแรกได้เพียงไม่กี่วันหัวเราะเสียงดังแข่งเสียงดนตรีในผับ เมื่อเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่เด็กพูดอะไรบางอย่างออกมา
“กูพูดจริง”
น้ำปิง ปวริศ หนุ่มหล่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สี่ เช่นเดียวกันเพียงแต่คนละมหาวิทยาลัยตอบกลั้วหัวเราะ แต่นั่นทำเอาเมธาขำไม่ออก
“มึงเอาจริงดิ”
เอียงคอจ้องตา ก็ได้รับการยืนยันเป็นการพยักหน้าช้า ๆ
“ไอ้เหี้ยปิง มึงคิดว่ากูว่างมากใช่ไหม”
“ก็มึงเรียนที่เดียวกับน้ำปั่น มึงก็ช่วยน้องหน่อยสิวะ”
เมธาเสยผมลวก ๆ เมื่อได้ยินชื่อน้องสาวของเพื่อนซึ่งเห็นหน้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ เพียงแค่หลังจากที่เขาไปเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อสามปีก่อนก็มักจะออกไปอยู่คอนโดมิเนียม ไม่ค่อยได้กลับมานอนบ้านเท่าไรนัก แถมเธอก็แทบไม่โผล่หน้าออกมา จึงไม่ได้เห็นหน้าเด็กดื้อตัวผอมกะหร่องมานานหลายปีแล้ว
แต่ในความทรงจำคือเด็กสาวคนนี้ทั้งดื้อทั้งแสบ ชอบเถียงและมักทำตัวให้เพื่อนเขาปวดหัวเสมอมาตั้งแต่เด็ก
แล้วแบบนี้ภารกิจที่เพื่อนขอร้องให้ทำมันจะสำเร็จได้อย่างไร
“กูไม่รับ น้องมึง มึงเอาไปดูแลเอง”
“เฮ้ย อะไรวะไอ้ม่อน น้ำปั่นก็น้องมึงเหมือนกัน ไม่คิดจะช่วยกูดูแลน้องหน่อยหรือไง”
“แล้วมึงเป็นพี่ประสาอะไร ถึงเอาน้องสาวตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่น”
พูดพลางยกเหล้าขึ้นกระดกรวดเดียวหมด รู้สึกเซ็งเป็นบ้า ยิ่งนึกถึงสายตาดื้อรั้นของเด็กคนนั้นยิ่งขนลุก
จากที่จะช่วยดูแลและช่วยติวหนังสือให้ จะกลายเป็นก่อสงครามกันมากกว่า
“ก็มึงเรียนที่เดียวกับน้ำปั่น กูเรียนคนละที่ มหา’ลัยกูก็อยู่ตั้งไกล จะไปดูแลน้องยังไง”
“แล้ว?”
“โห มึงอย่าแล้งน้ำใจนักสิวะ”
“มึงเอาดี ๆ พูดมาตรง ๆ”
เมธาเลิกคิ้ว จ้องตาเพื่อนเพื่อหาความจริง ด้วยสนิทสนมรู้ใจกันเป็นที่สุด ไม่มีทางที่คนอย่างปวริศซึ่งหวงน้องสาวอย่างกับอะไรจะยอมปล่อยให้อยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น แม้จะเป็นเขาก็ตาม
เพราะมันเหมือนฝากปลาย่างหอม ๆ ไว้กับแมวหิวโซชัด ๆ
“เออ ก็ได้ ไอ้เหี้ย ไล่ต้อนกูจนได้นะมึง”
“อย่าลีลา มึงพูดมา ทำไมมึงเอาน้องมึงมายัดเยียดให้กู”
“กูไม่ค่อยว่าง ช่วงนี้มึงก็รู้”
“เหอะ ติดหญิงอีกแล้ว”
“เออ คนนี้จริงจัง”
“กูไม่เชื่อ”
“ไอ้ม่อน มึงช่วยกูหน่อยสิ กูไม่ไว้ใจใคร นอกจากมึง”
“อย่ามาทำเป็นพูด ทั้งที่มึงก็รู้ว่าคนอย่างกูมันไว้ใจไม่ได้”
เลิกคิ้วข้างหนึ่ง มองเพื่อนด้วยสายตามีเลศนัย
“มึงไม่กล้ากับน้องกูหรอก กูรู้ อีกอย่างมึงกับน้ำปั่นก็ไม่ค่อยถูกกัน ฟาดฟันกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ฝากไว้กับมึงก็คงจะปลอดภัย มึงก็รู้ว่าน้องกูสวย”
“เหอะ เด็กนั่นนะสวย?”
แค่นหัวเราะขำ พลางยกแก้วเหล้าขึ้นกระดก
แม้จะมีใบหน้าจิ้มลิ้ม ผิวพรรณขาวสะอาด แต่ตัวผอมแห้งเป็นไม้เสียบผีไร้เสน่ห์ แถมดวงตากลมโตแสนดื้อรั้นคู่นั้นก็น่าทุบมากกว่าน่าจีบ
“มึงไม่ได้เจอหน้าน้ำปั่นมากี่ปีแล้ววะ ถึงไม่รู้ว่าน้องกูโตเป็นสาวแล้ว”
“จะโตสักแค่ไหนกันวะ เด็กดื้อยังไงก็เป็นเด็กดื้อ สภาพนั้นกูเอาไม่ลงหรอก”
นึกถึงภาพเด็กมัธยมตัวผอม จัดฟัน ใส่แว่นตากรอบหนาเทอะทะดูล้าสมัย แถมยังดื้อตาใสจนน่าปวดหัวก็ส่ายหน้า
“อะ เพราะแบบนี้ไง น้องกูปลอดภัยละ”
“ไอ้เหี้ยปิง กูจริงจัง”
“เออ กูรู้ กูก็จริงจัง กูไม่ว่างจริง ๆ แล้วนี่ก็เพิ่งเริ่มเปิดเทอม แม่ให้กูไปรับไปส่งทุกวันเพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้น้ำปั่นนั่งรถไฟฟ้าเอง แล้วน้องก็ยังไม่มีใบขับขี่ด้วย อีกอย่างกูก็กลัวว่าในมหา’ลัยจะมีคนมายุ่งกับน้องกู”
“หวงนักทำไมไม่ให้น้องมึงเรียนที่เดียวกับมึงไปเลย”
“ก็น้ำปั่นอยากเรียนที่นั่นนี่หว่า ให้ทำไง กูไม่อยากบังคับ นะ มึงช่วยกูหน่อย แค่ปีเดียวเอง”
“นั่นไง แค่ปีเดียวเองที่จะดูแลน้องมึงได้ ปีต่อไปจะทำไง เด็กน่ะ ถ้ามันจะมีแฟน ยังไงมันก็แอบมี”
“เออ ปีเดียวให้กูสบายใจหน่อยไม่ได้หรือไง เดี๋ยวปีอื่นกูหาทางเอง”
ส่ายหน้าระอาคนหวงน้องสาว แต่ดันติดผู้หญิงมากกว่า เลยไม่อาจเสียสละเวลาตามรับส่งน้องสาวได้อย่างที่วางแผนไว้แต่แรก
คนที่เดือดร้อนเลยกลายเป็นเขา พี่ชายข้างบ้านที่ดันเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายเธอ
“แล้วมึงไม่คิดบ้างว่ากูก็ต้องมีสาวของกู กูนอนคอนโด แทบไม่ค่อยกลับบ้าน”
“ไม่รู้ล่ะ กูคุยกับแม่มึงแล้ว แม่มึงอนุญาต ก็คงอยากให้มึงกลับบ้านทุกวันแทนการลากหญิงไปนอนกกที่คอนโดด้วยมั้ง”
“เออ ดีฉิบหาย ตัวเองเอาสาวไปล่อได้ แต่กูให้รับส่งน้องมึง เดี๋ยวกูก็ล่อน้องมึงซะหรอก”
“ถ้ามึงกล้าล่อน้องกู มึงโดนกูกระทืบแน่ ไอ้เหี้ยม่อน”
ชี้หน้าคาดโทษเพื่อนด้วยสายตาวาววับ
“เหอะ ส้นตีน”
หัวเราะหึในลำคอ ยอมจำนนเพราะเรื่องถึงแม่เขาแล้วก็คงปฏิเสธยาก
“ตกลงแล้วสินะ อีกเรื่องครับเพื่อน”
“เหี้ยอะไรอีก พวกมึงสองคนพี่น้องนี่วุ่นวายกับชีวิตกูฉิบหาย”
“มึงก็รู้ว่าน้ำปั่นมันไม่ค่อยเก่งเลข แต่ที่ต้องเรียนบริหารเพราะต้องมาช่วยเราดูแลบริษัทของพ่อแม่พวกเราต่อ”
เพราะพ่อแม่เป็นเพื่อนสนิทกัน แถมยังร่วมหุ้นเปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์และบริษัทรับเหมาก่อสร้างและตกแต่งภายในอย่างครบวงจรด้วยกัน
โดยทางครอบครัวของปวริศรับผิดชอบบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในนาม PM Prime Estate ส่วนครอบครัวของเมธารับผิดชอบบริษัทรับเหมาก่อสร้างและตกแต่งภายในอย่างครบวงจรในนาม PM Prime Living
“แล้ว?”
“เป็นติวเตอร์ให้น้องกูหน่อยสิ”
“ไม่เกินไปหน่อยเหรอ ให้รับส่ง ให้คอยดูแลในมหา’ลัย แถมยังให้กูติวเลขให้อีก”
“ก็มึงเรียนเก่ง เลขง่าย ๆ เบื้องต้นแค่นี้ มึงติวให้น้องมันได้อยู่แล้ว”
“มึงเป็นพี่ มึงก็เรียนเก่งด้วย ไม่เสือกติวเอง”
“คนละมหา’ลัย วิชาอาจไม่เหมือนกัน”
“เออ กูล่ะยอมใจมึงเลย น้ำปั่นแม่งตกกระป๋องของจริงแล้วว่ะ พี่มันแม่งติด**”
“นะ ไอ้ม่อน แค่ปีเดียวเอง เรื่องติวก็ไม่ต้องทุกวันก็ได้ จัดตารางเท่าที่มึงว่าง ส่วนไปรับไปส่งก็จนกว่าน้ำปั่นจะมีใบขับขี่ หรือไม่ก็จนกว่าแม่กูจะยอมให้นั่งรถไฟฟ้าไปเรียนเอง ส่วนคอยดูแลสอดส่องไม่ให้ผู้ชายมายุ่ง มึงก็ใช้ลูกกะจ๊อกของมึงคอยทำแทนก็ได้นี่หว่า ถือว่าช่วยกู คนนี้กูจริงจังจริง ๆ”
“เออ ๆ รำคาญฉิบหาย มึงคอยดูนะ ถ้าเด็กนั่นหัวทึบเรียนไม่รู้เรื่อง กูจะยำให้เละเลย”
“เออ กูยกให้มึงแล้ว จะทำอะไรก็ตามสบาย ขออย่างเดียว อย่าล่อน้องกูก็พอ”
“เหอะ”
หัวเราะหึรับคำ ไม่ให้ล่อ แต่ทำอย่างอื่นคงได้หมด เช่นทุบหัวทึบ ๆ และวางอำนาจใส่ในฐานะติวเตอร์เวลาที่เด็กนั่นเรียนไม่รู้เรื่อง ก็ดูน่าจะสะใจดีพิลึก
เซ็งเรื่องเดียวคือชีวิตอิสระของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ของเขาที่ต้องมีสาว ๆ นอนกกกอดแทบทุกคืนคงจบสิ้นแค่นี้
“มึงตกลงแล้วนะไอ้ม่อน ห้ามคืนคำเด็ดขาด”
ยกแก้วเหล้าขึ้นชู เมธาจึงยกแก้วขึ้นมาชนอย่างเซ็ง ๆ ถึงว่าวันนี้ถึงชวนเขามากินเหล้าด้วยได้ ทั้งที่พักหลังหายหน้าหายตา เขากลับบ้านก็ไม่เคยมาเล่นเกมกับเขาที่บ้านอีก ทั้งที่เมื่อก่อนแค่เห็นรถเขาขับเข้าบ้าน ก็จะรีบเสนอหน้ามาหาทันทีด้วยซ้ำ
“เออ”
“ขอบใจมากเพื่อน อย่างนี้สิ ถึงเรียกว่าเพื่อนรัก คืนนี้มึงเต็มที่เลย กูเลี้ยงเอง เดี๋ยวเรียกเด็กให้มึงด้วย”
คนที่กำลังถูกภาระหล่นทับแค่นหัวเราะหยัน เพียงครู่สาวสวยในเสื้อผ้าน้อยชิ้นสุดเซ็กซี่ก็เดินทางมาถึงราวกับว่าปวริศจัดการเรื่องนี้ไว้ให้ตั้งแต่แรกแล้ว
เมธานั่งโอบกอดสาวสวยที่เป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่สองเท่านั้น หนุ่มสาวพูดคุยกระซิบกระซาบ ก่อนทุกอย่างจะไปจบลงบนเตียงในคอนโดมิเนียมของเขากับความสัมพันธ์ชั่วคืนแบบไม่ผูกมัดอย่างที่เขาถนัด

