บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 บทลงโทษ

ริมฝีปากของเขามันร้อนรุ่มเปียกชื้น แต่นุ่มนิ่มเหลือเกินจนเลือดในกายวิ่งพล่าน หน้าท้องวูบโหวง ราวกับร่างกายนี้ไม่ใช่ของตัวเอง

จูบ...มันเป็นแบบนี้เองหรือ

เมื่อควบคุมร่างกายไม่ได้ จึงหลับตาพริ้ม เผยอปากสั่นระริกจูบเขากลับอย่างไม่ประสา แต่น่ารักเหลือเกินจนคนตัวโตครางฮือชอบใจ

เมื่อจูบจนพอใจจึงละริมฝีปากออกมา คนตัวบางปรือตามองเขาอย่างเลื่อนลอย ก่อนเบิกตาโตเมื่อเขาพูดอะไรบางอย่าง

“เธอคงไม่ลืมกฎของเรา อย่าดื้อ ไม่งั้นจะโดนพี่จูบ...จนปากเปื่อย”

เธอไม่ตอบ ทำเพียงเบิกตามองเขาด้วยประกายสั่นไหว สับสนจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกอย่างไร คำพูดมากมายมันหายไปจากสมองไม่มีเหลือ

“ไปเรียน ถ้าคะแนนควิซไม่ดี คืนนี้เธอโดนแน่”

ดึงคนตัวบางออกจากกำแพง ดันแผ่นหลังบอบบางให้ออกเดิน เธอก้าวช้า ๆ ดวงตาเลื่อนลอย มาถึงห้องเรียนในคาบบ่ายได้อย่างไรก็ยังไม่แน่ใจ

เมธามองแผ่นหลังบอบบางจนลับสายตา เขาเม้มปากกักเก็บสัมผัสนุ่มนิ่มหวานล้ำแล้วยกยิ้มมุมปาก

“เหอะ จูบไม่เป็นเหรอ”

ระหว่างที่กำลังทำแบบทดสอบก่อนเรียน ปัณชญานั่งใจลอยจนแก้โจทย์ผิดทั้งหมด ทั้งที่เป็นเนื้อหาที่เมธาติวให้แล้วเมื่อคืนนี้ ซึ่งตอนแรกเธอเข้าใจและทำแบบทดสอบของเขาได้ถูกหมดแท้ ๆ

ยิ่งพอรู้คะแนนยิ่งห่อเหี่ยว แต่เรื่องอะไรที่เธอจะบอกคะแนนจริงกับเขากัน

แถมตลอดคาบบ่าย เธอไม่มีสมาธิเลยสักนิด สิ่งที่อาจารย์สอนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาออกไปจนหมด

เป็นเพราะคนเผด็จการอย่างเขาคนเดียว หาวิธีบ้า ๆ มาลงโทษเธอจนทำให้เธอเสียสาว...ไม่ใช่ เสียจูบแรกในชีวิตวัยสาวไปอย่างงง ๆ

“บ้าเอ้ย จูบแรกแท้ ๆ แทนที่จะได้ฟิน”

บ่นอุบอิบเบา ๆ ทำเพื่อนทั้งสองหันมอง

“อะไรเหรอ” พิชชาถาม

“เปล่า เซ็งอะ ทำควิซผิดหมด”

“แกเริ่มติวกับพี่ม่อนแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังทำไม่ได้ เอางี้ไหม เย็นนี้ฉันติวให้อีกรอบ” พิชชาเสนอตัวอย่างมีน้ำใจ

“ไม่เป็นไร วันนี้แค่เหนื่อย ๆ เลยไม่มีสมาธิ”

“นั่นสิ สีหน้าแกไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรเหรอ เมื่อเที่ยงหายไปไหนมา หรือว่าไม่สบาย” บัวบูชาเป็นห่วง

“ไปทำธุระนิดหน่อย”

ตอนแรกกะว่าจะกลับมาเล่าให้เพื่อนฟังเสียหน่อยว่าไปเดตกับชายหนุ่มในสเปก ที่ไหนได้ มีเรื่องให้ช็อกตาตั้งจนเกือบล้มทั้งยืน

เมื่ออดทนเรียนจนหมดคาบก็รีบบอกลาเพื่อนแล้วเดินแกมวิ่งมายังป้ายรถโดยสารหน้าตึกคณะ ตั้งใจจะนั่งรถสวัสดิการออกไปหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า ทว่ารถยนต์คันหรูคุ้นตากลับขับมาจอดเทียบ

กระจกรถเลื่อนลงต่ำ คนหล่อยื่นหน้ามาเล็กน้อย เขามองเธอนิ่ง ๆ แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงปกติราวกับเมื่อช่วงพักเที่ยงไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

“น้ำปั่น ขึ้นรถ”

“ก็บอกว่าจะกลับบ้านเองไงคะ พี่จะไปไหนก็ไปเถอะ”

“บอกให้ขึ้นรถ”

“หนูไม่...”

“จะดื้อกับพี่งั้นเหรอ”

คนตัวบางหุบปากฉับ เปิดประตูรถขึ้นมานั่งอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนเขาจะออกตัวช้า ๆ ขับผ่านหน้าตึกคณะที่นับดาวกับกลุ่มเพื่อนกำลังเดินออกมายังลานจอดรถ

“เอ๊ะ พี่ม่อนมารับใครอีกแล้ว”

นับดาวกำมือแน่นเจ็บใจ เมื่อกลางวันเขาปล่อยเธอค้างเติ่งอยู่บนปากเหว จะลงก็ไม่ได้ จะขึ้นต่อด้วยตัวเองก็ไม่ฟิน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ระบาย

“รถก็ติดฟิล์มมืด มองไม่เห็นเลย” แพรวาพยายามช่วยมอง

“ตอนเที่ยงแกเพิ่งไปฟินกับเขามาไม่ใช่เหรอ ทำไมเขามารับเด็กใหม่อีกแล้วล่ะ” ใยไหมโพล่งถาม แต่ได้รับสายตาไม่พอใจจากเพื่อน

“ไม่พูดไม่มีใครว่าเป็นใบ้” นับดาวหงุดหงิดเต็มที

“ขอโทษ ฉันแค่สงสัย หรือเพราะแกไปตอนกลางวัน ตอนเย็นเขาเลยไม่ซ้ำ วันหลังแกไปดักรอเขาตอนเลิกเรียนสิดาว” เสนอความคิดช่วย

“ฉันไปแน่ แล้วแกสองคนสืบมาได้เรื่องหรือยัง” เบี่ยงหน้ามองเพื่อน

“ยัง” แพรวาตอบ นับดาวตวัดสายตามองไม่พอใจ

“ทำไมไม่ไปถามมาล่ะ”

“จะให้ไปถามใครล่ะ ถามพี่ม่อนเหรอ แกต้องใจเย็นก่อนดาว เรื่องนี้เราได้รู้แน่ว่าพี่ม่อนกำลังคั่วใครอยู่ คราวหน้าเลิกเรียนก็ต้องออกจากห้องให้เร็วกว่านี้ มาดักรอ”

“อืม พรุ่งนี้พวกแกก็อย่ามัวโอเอ้เติมแป้งเติมลิป”

“พวกฉันแค่สองคนหรือไง แกก็ด้วย” ใยไหมประท้วง

“เออ รู้แล้วน่า กลับบ้านสิ จะอยู่รออะไร”

นับดาวกระแทกเท้าเดินจากไปก่อนอย่างหงุดหงิด แพรวากับใยไหมหันมองหน้ากัน ถอนใจเอือมระอา เป็นแบบนี้มาตลอดไม่เคยเปลี่ยน แต่ก็ยังคงต้องคบหากันต่อไป

ระหว่างที่รถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบกำลังแล่นอยู่บนท้องถนนนอกเมืองใกล้ถึงคฤหาสน์ของทั้งคู่เต็มที ปัณชญาก็ล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าแบรนด์เนมที่วางอยู่บนตัก พลันลิปสติกแท่งโปรดก็ตกออกจากกระเป๋าอีกแล้ว

คราวนี้เธอเห็น จึงก้มลงควานมือลงไปหา นิ้วเรียวยาวสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่มัน ๆ ลื่น ๆ อยู่ข้างลิปสติก แม้จะตกใจแต่มือเจ้ากรรมดันหยิบมันติดมาด้วย

“อะไรเนี่ย”

เธอคีบมันขึ้นมาดู พลาสติกลื่น ๆ สีใสที่ได้เห็นเต็มตาก็รู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร จึงสะบัดนิ้วทิ้งจนมันกระเด็นไปแปะที่กระจกหน้ารถ

“เฮ้ย น้ำปั่น”

ในซอยเข้าหมู่บ้าน เมธาหักพวงมาลัยเข้าจอดข้างทางทันที มือคว้าหมับที่ถุงยางอนามัยที่ยังไม่ทันได้ใช้ของตัวเอง

“อี๋ โคตรสกปรก พี่เอาผู้หญิงขึ้นมาทำอะไรกันบนรถเหรอ”

“ฮึ่ม อืม”

“แหวะ โสโครกอะ แล้วทิ้งถุงยางไว้ในรถนี่นะ จะอ้วก”

“แล้วเธอไปหยิบมันมาทำไมเล่า”

“แล้วไม่มีที่ทิ้งหรือไงเล่า หรือมักง่ายจนชิน ทุเรศ”

“น้อยหน่อยน้ำปั่น นี่มันรถพี่ พี่จะทำอะไรก็ได้”

“งั้นหนูจะบอกพี่ปิง หนูจะไม่ไปไหนมาไหนกับพี่แล้ว หนูรับไม่ได้” พูดพลางคว้าทิชชูเปียกเช็ดมือแรง ๆ สีหน้ารังเกียจแสดงชัด

“เหอะ ทำเป็นรับไม่ได้ จะบอกให้ว่ายังไม่ได้ใช้เลย”

“นี่พี่ไม่ใช้ถุงยางเลยเหรอ โห ติดโรคอะไรมาหรือเปล่าเนี่ย ไปไกล ๆ หนูเลยนะ”

ขยับถอยหลังเบียดประตูรถ คนตัวโตนึกสนุก โน้มตัวเข้ามาหาอย่างคุกคาม

“ทำไม กลัวติดโรคจากพี่งั้นเหรอ”

“ใช่ ขยับออกไปไกล ๆ เลยนะ”

“แค่นั่งใกล้กันมันติดโรคไม่ได้หรอก เคยเรียนมานี่ว่าโรคทางเพศสัมพันธ์มันติดกันได้ทางไหน”

ดวงตาคมกริบวาววับล้อแสงทำเธอตัวสั่น ยกมือขึ้นยันอกแกร่งที่ค่อย ๆ รุกคืบทีละนิด

“พี่ม่อน” ตะคอกเรียกไม่พอใจ

“เรียกทำไม”

“ถอยไปสิ หนูไม่เล่นนะ”

คนตัวโตแค่นหัวเราะหยัน ยอมขยับไปนั่งที่เดิม ก่อนออกตัวทันทีเพราะอีกเพียงไม่กี่เมตรก็ถึงบ้านแล้ว

“รีบอาบน้ำ พี่จะมาติวให้”

ลดกระจกลงเมื่อเธอเปิดประตูรถเตรียมวิ่งเข้าบ้าน

“เอ่อ คือ วันนี้...”

“มีอะไร หรือนัดคุยโทรศัพท์กับผู้ชาย ไม่สนใจเรื่องเรียนแล้ว”

“ไม่ใช่ แต่หนูแค่ยังไม่อยากอยู่ใกล้พี่”

คนหล่อขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวเราะเบา ๆ ในลำคอคิดว่าเธอเขินที่เพิ่งถูกเขาทำโทษเมื่อตอนกลางวัน

“มันคนละเรื่องกัน เมื่อเที่ยงเป็นเรื่องที่เธอดื้อ จะคบผู้ชาย แต่ตอนนี้ต้องติวหนังสือให้เธอ เอาคะแนนควิซมาดูด้วย”

“วันนี้ไม่ได้ควิซ”

เธอสวนกลับทันควัน ท่าทางร้อนรนราวเด็กทำความผิด และท่าทางแบบนี้สมัยก่อนเขาเห็นจนชินตา

“ถึงงั้นก็เหอะ ยังไงก็ต้องติว ไปอาบน้ำ ถ้าครึ่งชั่วโมงพี่มาถึงแล้วเธอยังอาบน้ำไม่เสร็จ เธอเสร็จพี่แน่”

ขู่เสร็จก็ขับรถกลับบ้านที่ประตูรั้วติดกัน ปัณชญาหน้าซีดเผือด แต่ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ในเมื่อโกหกไปแล้วและเขาไม่มีทางจับได้แน่ว่าเธอมีควิซเมื่อตอนบ่าย เพราะฉะนั้นห้ามร้อนรนเป็นอันขาด

ในขณะที่คนฉลาด เมื่อกลับถึงบ้านก็โทรหาใครบางคนทันที

“สวัสดีค่ะพี่ม่อน”

“พีช คะแนนควิซวันนี้ของน้ำปั่นเป็นยังไงบ้าง พอดีพี่อยากรู้ว่าต้องปรับการสอนตรงไหน จะได้วางแผนติวถูกครับ”

“วันนี้น้ำปั่นทำผิดหมดเลยค่ะ ไม่รู้ว่าทำไม หรือพี่ม่อนสอนแบบยากไปหรือเปล่าคะ น้ำปั่นเลยไม่เข้าใจ”

“เหรอครับ งั้นพี่คงต้องปรับเปลี่ยนวิธีสอนใหม่ ขอบคุณมากครับพีช อย่าบอกน้ำปั่นนะว่าพี่โทรมา”

“ค่ะ”

วางสายไปด้วยแววตาวาวโรจน์ แค่นหัวเราะหยันคนขี้โกหกแล้วรีบอาบน้ำทันทีเพราะภารกิจจัดการกับเด็กดื้อรอเขาอยู่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel