ตอนที่ 5 ถ้าดื้อ...โดนจูบ
หลังเลิกเรียน ปัณชญาออกมายืนรอเมธาอยู่หน้าตึกตามที่เขาสั่ง เพื่อนทั้งสองแยกตัวกลับไปแล้วโดยเฉพาะบัวบูชาที่ต้องทำงานพิเศษต่อจนดึกทุกวัน
ไม่กี่อึดใจ รถยนต์คันหรูก็ขับมาจอดเทียบหน้าตึก เธอเปิดประตูก้าวขึ้นรถแล้วเขาก็ออกตัวอย่างรวดเร็ว
“เอ๊ะ นั่นรถพี่ม่อนนี่ ใช่ไหมดาว”
แพรวา นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่หนึ่งในเสื้อผ้ารัดรูปถามเพื่อนสนิทที่เดินมาด้วยกัน
นับดาว มองตามท้ายรถยนต์คุ้นตาที่จำได้ขึ้นใจก็เร่งฝีเท้าไปยังหน้าตึก ทันเห็นป้ายทะเบียนก่อนรถคันนั้นจะเลี้ยวออกไป
“ใช่ นั่นรถพี่ม่อน มาทำอะไรที่นี่”
ใยไหม สาวสวยมีนิสัยชอบยุแยงเร่งฝีเท้าตามมาขมวดคิ้วทันใด
“หรือว่าพี่ม่อนของแกมารับสาว อีคนไหนในคณะเรานะที่กล้าแย่งผู้ชายของนับดาว”
แม้จะยังเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง แต่พวกเธอทุกคนมาจากครอบครัวร่ำรวยติดอันดับ จึงวางตัวสูงส่งเหนือทุกคนแม้จะเป็นรุ่นพี่
อีกอย่างนับดาวที่ชอบงานปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจใช้เงินซื้อทางสะดวกเข้าไปในผับหลายครั้งทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าสถานบันเทิง และที่นั่นทำให้เธอได้เจอกับเมธา ชายหนุ่มรูปหล่อตรงสเปกเธอที่สุด หลังจากคืนนั้นก็สานต่อความสัมพันธ์เร่าร้อนบนเตียงกันเรื่อยมา
แม้เขาจะไม่ให้สถานะคนรักอย่างที่เธอคาดหวัง แต่เขาก็ดูเหมือนจะชอบเธอมากที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่เป็นเพียงคู่นอน
“มันจะเป็นใครฉันก็ไม่สน พวกแกไปสืบมา ฉันจะลากมันมาตบหน้าตึกให้ดู”
“เฮ้ยดาว ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนที่เส้นสายพ่อแม่แกจะคุ้มกะลาหัวแกได้ ทำอะไรระวังหน่อย อย่าถึงขั้นทำร้ายร่างกาย แต่แค่ลากมาด่าประจานน่าจะพอไหว”
แพรวาแนะนำ ประโยคหลังพูดกลั้วหัวเราะราวกับสะใจ นับดาวและใยไหมเองก็หัวเราะด้วย
“คอยดูนะ ฉันไม่ปล่อยอีนั่นไว้แน่”
“แต่แกอย่าลืมนะว่าพี่ม่อนไม่ได้คบกับแก แถมเขายังนอนกับผู้หญิงอีกเป็นสิบ ในมหา’ลัยนี้แกจะไปตามรังควานผู้หญิงพวกนั้นหมดได้ไง” ใยไหมเลิกคิ้ว
“คนเก่าปล่อยมัน แต่เด็กใหม่ฉันตามคิดบัญชีแน่ ดูซิใครจะกล้า”
ดวงตากลมวาววับเล่นแสง เชิดหน้าขึ้นทะนงตนว่าเป็นถึงลูกสาวนักธุรกิจร่ำรวย ใครที่ไหนจะกล้าเผยอหน้ามาเป็นคู่แข่ง
ขณะเดียวกัน ในรถยนต์คันหรูที่ขับเคลื่อนเต็มสมรรถนะบนถนนสายนอกเมืองที่การจราจรยังไม่คับคั่ง เสียงเพลงเบาสบายฟังเพลินจนลืมอีกฝ่ายที่นั่งข้างกันไปเสียสนิท แต่สุดท้ายเขาก็ทำลายบรรยากาศด้วยคำถามนี้
“วันนี้ควิซหรือเปล่า สถิติคาบบ่าย”
“ค่ะ” ตอบรับเสียงเบา กลายเป็นคนไม่มั่นใจไปทันที
“คะแนน”
“ก็ไม่ค่อยดีค่ะ”
“ตก?”
“แค่เกือบ”
“เหอะ กลับบ้านรีบอาบน้ำเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปติวให้”
ปัณชญาหันขวับมองหน้า ก็รู้อยู่หรอกว่าเขาต้องช่วยติววิชาคณิตศาสตร์ที่เธอไม่ถนัดเท่าไรนัก แต่ไม่คิดว่าเขาจะเอาจริง
“มองหน้าทำไม ไม่พอใจหรือไง”
“เปล่าค่ะ พี่ไม่ต้องติวก็ได้ เดี๋ยวหนูหากลุ่มเพื่อนช่วยกันติว เห็นมีเพื่อนที่เก่ง ๆ จะจัดติวที่คอนโดอยู่”
“ผู้หญิง?”
“ผู้ชายค่ะ”
“คิดว่าจะได้ไปเหรอ”
“ทีพี่เป็นผู้ชายยังจะติวให้หนูได้เลย”
“พี่เป็นพี่เธอ”
“นั่นก็เพื่อนหนู”
“ลองขอไอ้ปิงดูสิ ดีเหมือนกัน พี่จะได้เอาเวลาไปกินเหล้า ไม่ได้อยากติวให้เด็กไม่ได้เรื่องอย่างเธอหรอก”
เธอสะบัดหน้าหนี ยกโทรศัพท์ต่อสายหาพี่ชายพร้อมเปิดลำโพงให้เขาได้ยินไปทีเดียว
“ว่าไง น้ำปั่น”
“พี่ปิงอยู่ไหน จะกลับบ้านยังคะ”
“อยู่แถวมหา’ลัยนี่แหละ กลับดึก ๆ มีอะไรหรือเปล่า”
เธอย่นจมูกใส่โทรศัพท์ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าอยู่กับผู้หญิง และคงไม่มีทางกลับบ้านง่าย ๆ เผลอ ๆ ค้างคืนข้างนอกเหมือนทุกที
“วันนี้หนูทำควิซเกือบตก เพื่อนเลยจะจัดกลุ่มติวกันที่คอนโด จะขอไปติวกับเพื่อนแทนติวกับพี่ม่อนได้ไหมคะ ไม่อยากรบกวนพี่ม่อน ให้เขาไปหาสาว ๆ ของเขาเถอะค่ะ” เงียบไปหลายอึดใจก่อนถามออกมา
“เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“ทั้งสองค่ะ”
“เจ้าของคอนโดเป็นใคร”
“เอ่อ ผู้ชายค่ะ แต่มีเพื่อนไปเยอะเลยนะคะ”
“แล้วติวเยอะมันจะได้เรื่องหรือไง จะคุยกันซะมากกว่า เรายิ่งไม่ถนัดอยู่ จะไปเข้าใจได้ยังไง ให้ไอ้ม่อนติวตัวต่อตัวให้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมเรื่องมากจัง”
“แต่พี่ปิง พี่ม่อนเขาก็มีเรื่องอยากจะไปทำนะคะ ให้มาตัวติดกับหนูทุกวัน สาวเขาตามตบหนูสิ”
“ไม่มีใครกล้าหรอก สาวมัน มันควบคุมได้ทุกคน ใครควบคุมไม่ได้เดี๋ยวมันเขี่ยทิ้งเอง ไม่ต้องไปห่วงเรื่องนั้นหรอก มีหน้าที่ตั้งใจเรียนก็ทำไป พี่เขาอุตส่าห์เสียสละเวลามาติวให้ก็ต้องยิ่งตั้งใจ รู้ไหม อย่าให้มันฟ้องพี่เด็ดขาดว่าเราไม่ตั้งใจเรียนนะน้ำปั่น”
“รู้แล้วค่ะ หนูจะตั้งใจเรียน”
“ดีมาก งั้นเริ่มเย็นนี้เลยนะ คะแนนควิซรอบหน้าต้องดีกว่านี้ ไม่งั้นจะเสียเวลาเปล่า”
“ค่ะ”
กดวางสายหน้าหงอย หันมองเขาก็เห็นมุมปากยกยิ้มเยาะยิ่งเจ็บใจ
“พอใจไหมคะ หนูอดไปติวกับเพื่อนแล้ว”
“ก็พี่บอกเธอแล้วไม่เชื่อ อยากดื้อเอง ช่วยไม่ได้”
“หนูยังไม่ได้ดื้อเลย ทำไมทุกคนชอบหาว่าหนูดื้อ”
เด็กดื้อไม่รู้ตัวขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่ยิ่งทำให้อีกฝ่ายหมั่นไส้อยากแกล้ง
“รีบอาบน้ำ พี่ให้เวลาครึ่งชั่วโมง เจอกันที่บ้านเธอ เดี๋ยวพี่หาเลกเชอร์วิชานั้นก่อน แล้วจะตามไป”
“เจ้าค่ะ”
ประชดประชันแล้วกดส่งข้อความหาเพื่อน แผนการไปหาที่ติวของเธอกับพิชชาเป็นอันต้องล้มเลิกไปเพียงเท่านี้
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เมธาในเสื้อผ้าสบาย ๆ ก็มารอนักเรียนสาวในห้องนั่งเล่น แม่ของเธอต้อนรับขับสู้พร้อมเอาขนมกับเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ก่อนขอตัวไปดูความเรียบร้อยในครัว
“กว่าจะลงมา มัวทำอะไรชักช้า”
“ก็อาบน้ำไงคะ”
“เธออาบน้ำเกือบชั่วโมงเนี่ยนะ”
“ค่ะ เวลาปกติ”
“ถ้าคราวหน้าเธอมาสายแม้แต่นาทีเดียว พี่จัดการเธอแน่”
“โหด”
เบะปากใส่แล้วทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกระทั้น มือเปิดสมุดจดของตัวเองแรง ๆ อย่างประชดประชัน เขาดันสมุดเล่มนั้นปิดลง เธอจึงเงยหน้าสบตา
คนตัวโตยื่นหน้าเข้าหาเล็กน้อยราวกับข่มขู่ ดวงตาคมกริบวาววับคู่นั้นทำเธอใจสั่น แต่ไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าหล่อเหลาได้
“มาตกลงกันก่อน”
“อะไรอีกล่ะคะ เรื่องมากจริง”
“ติวกับพี่ มีกฎ”
“ค่ะ ว่ามาเลย” ถอนหายใจเบื่อหน่าย
“กฎเหล็กของการเป็นติวเตอร์ให้เด็กหัวทึบอย่างเธอ...มีข้อเดียว ถ้าดื้อ...โดนจูบ”
คนตัวบางชะงัก สบตาเขานิ่ง ๆ อยู่พักใหญ่ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกกับสายตาที่แปลความหมายไม่ออกคู่นั้น
“ตะ แต่หนู”
“ไม่มีสิทธิ์เลือก เอาตามนั้น”
พูดจบก็ยกยิ้มมุมปากมีเสน่ห์ สายตาร้อนแรงทำเลือดในกายสาวแล่นพล่านจนหูอื้อ
“ไหน มาดูก่อนว่าเธอมีอะไรในสมองบ้าง”
ขยับตัวนั่งที่เดิมแล้วเปิดหนังสือเล่มที่เธอใช้ พร้อมกับให้เธอทบทวนความรู้พื้นฐานเดิมที่เรียนมาในชั้นมัธยมปลายด้วยการตอบคำถาม
ตอบถูกบ้างผิดบ้างตามความยากง่ายของคำถาม เนื่องจากเป็นวิชาที่ไม่ถนัด เด็กขี้เกียจจึงไม่อยากเรียนและไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก ไม่เหมือนวิชาอื่นที่เธอถนัดเช่นภาษาอังกฤษ
“โห สมองเธอนี่มันทึบกว่าที่คิดอีกนะ”
“เอ๊ะ”
“ตั้งใจเรียน”
กระชากร่างบางเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วเริ่มติวให้เธออย่างจริงจัง ทั้งดุ ทั้งกดดัน แต่ให้เคล็ดลับในการจดจำและแก้โจทย์ปัญหาจนเรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย เป็นการเริ่มต้นพื้นฐานที่ดี
“ควิซรอบหน้า คะแนนต้องดีกว่านี้ ไม่งั้นเธอโดนพี่ลงโทษแน่”
“พี่ม่อน...” เรียกเขาด้วยน้ำเสียงประชด
“บอกแล้วไงว่าไม่มีสิทธิ์ ดื้อหรือคะแนนไม่ได้เรื่องเมื่อไหร่ เธอโดนพี่แน่”
