ตอนที่ 4 ตกหลุมเสน่ห์
“เรียบร้อยแล้วครับเฮีย”
ชาลีเดินมารายงานพี่รหัสที่โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ในตอนเที่ยง
“เด็กนั่นว่าไง”
“ไม่ว่าไงเฮีย มีแต่เพื่อนที่ดูท่าจะเป็นเลสเบี้ยนว่า”
“ใครวะ”
“ก็คนที่ชื่อพีช”
“อ้อ ชอบผู้หญิงเหรอ สวยขนาดนั้น น่าเสียดาย สเปกมึงเลยนี่หว่า” พูดกลั้วหัวเราะ แต่น้องรหัสกลับมีท่าทีหัวเสีย
“สเปกแค่ไหนก็ไม่ไหวครับ ปากหมา”
“เฮ้ย มึงไปว่าน้องเขาอย่างนั้นได้ไง”
“โหเฮีย ปากโคตรหมาจริง น่ากระทืบมากกว่าน่ารัก”
“มึงไปทะเลาะกับเพื่อนสนิทเด็กนั่นแล้วคราวนี้กูจะใช้อะไรมึงได้อีก”
“ใช้มาเหอะเฮีย ผมทำให้ได้ น้องน้ำปั่นน่ารักดี ไม่เหมือนยัยนั่นหรอก”
คำชื่นชมของน้องรหัสทำเมธาคิ้วกระตุก
“อย่าเสือกยุ่งกับเด็กนั่นเด็ดขาด กูขอเตือน”
“โหเฮีย ถ้าไม่ติดว่าเพื่อนเฮียฝากให้เฮียดูแล ผมจะคิดว่าเฮียชอบน้ำปั่นแล้วนะครับเนี่ย เหมือนหวงอะ”
คำพูดของชาลีทำเอากลุ่มเพื่อนของเมธาที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่หันมองพร้อมกัน
“อะไรวะไอ้ลี ไหนมึงพูดใหม่ซิ”
ธิป ชนาธิป ชายหนุ่มที่มีกิ๊กจนนับนิ้วไม่ไหวเลิกคิ้วถาม
“ที่ว่าเฮียม่อนเหมือนหวงน้องน้ำปั่นเหรอเฮีย”
“มึงหุบปากไปเลยไอ้ลี เดี๋ยวกูถีบ”
เจ้าของเรื่องขยับเท้าออกจากโต๊ะอาหาร ชาลีจึงขยับถอยหนีไปยืนอยู่อีกฝั่ง ใช้ชายหนุ่มรูปหล่ออีกคนเป็นเกราะกำบัง
“มึงหวงน้องข้างบ้านมึงเหรอ ไอ้ม่อน”
ฟืน อัครา แฝดพี่สุดฮอตที่มีน้องชายเรียนบริหารอินเตอร์เลิกคิ้วล้อเลียน
“กูไม่ได้หวง สภาพเด็กนั่นเหรอที่น่าหวง”
“โหเฮีย โคตรสวยเลยนะ”
ชาลีพยักพเยิดหน้ากับรุ่นพี่ทั้งสามคน สีหน้าจริงจังไม่ได้ล้อเล่น
“ถึงว่า มึงถึงยอมรับภาระของเพื่อนข้างบ้าน”
คิริว หนุ่มหล่อละมุนออร่าจับที่สุดในกลุ่มเพราะมีเชื้อสายต่างชาติหรี่ตามองเมธาอย่างรู้ทัน
“มึงก็พูดไปไอ้ริว เด็กนั่นก็เป็นน้องสาวกู โตมาด้วยกัน อีกอย่างพวกมึงก็รู้ว่าพ่อแม่กูกับพ่อแม่ยัยนั่นเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจด้วยกัน ที่ยอมรับมาดูแลก็ถือว่าช่วย ๆ กัน แม่กูสั่งด้วย”
“โห แก้ตัวซะยาว”
อัคราพูดกลั้วหัวเราะ เพื่อนคนอื่นก็หัวเราะในลำคอตาม
“กูพูดจริง พวกมึงจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่”
“โอเค เชื่อก็ได้ งั้นเย็นนี้ไปผับกัน กูอยากแดกเหล้า” ชนาธิปเอ่ยชวน แต่คนมีภาระกลับอ้ำอึ้ง
“วันนี้กูต้องพาเด็กนั่นกลับบ้าน ช่วงนี้แม่ไม่ค่อยอยากให้ออกไปไหน รออีกสักพักแล้วกัน”
“โอ้โฮ เด็กดี” คิริวแซว
“อย่าพูดมากว่ะ แค่ช่วงแรก ๆ พวกมึงก็อย่าใจร้อนดิ๊”
“เออ พวกกูจะคอยดู” อัคราพยักหน้าแล้วกินข้าวต่อ
********************************
เที่ยงนี้สามสาวเลือกไปกินข้าวที่โรงอาหารกลางซึ่งอยู่ใกล้อาคารเรียนในคาบบ่ายมากกว่า เมื่อได้โต๊ะก็แยกย้ายกันไปซื้อของที่อยากกิน
ปัณชญาซื้อข้าวเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะ ระหว่างรอเพื่อนก็เปิดขวดน้ำเปล่ารินใส่แก้วน้ำแข็ง อยู่ ๆ ก็คิดอยากเปลี่ยนไปนั่งอีกฝั่ง จึงถือแก้วน้ำแล้วลุกพรวดออกจากเก้าอี้
ไม่ทันได้มองให้ดี ด้านหลังของเธอมีชายหนุ่มรูปหล่อในชุดนักศึกษาเดินมาพอดีจึงชนกับเธออย่างจัง
น้ำเปล่าในแก้วหกรดชายชุดนักศึกษาจนเสื้อเปียกชุ่ม
“ว้าย ขอโทษค่ะ”
คนตัวบางลนลานหยิบทิชชูจากกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมมาเช็ดให้ ปากพึมพำขอโทษไม่หยุด
“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ”
อิน อินทัช ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวพรรณขาวสะอาดก้มมองคนตัวบางที่เอาแต่ใช้ทิชชูเช็ดน้ำให้เขา
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องตกใจ”
เสียงนุ่มหูเรียกสติปัณชญา เธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอกแกร่งที่สัมผัสแล้วมีมัดกล้ามเนื้อกำลังดีอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
“เอ่อ ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“เสื้อพี่เปียกหมดเลย”
“เดี๋ยวก็แห้ง ไม่เป็นไรจริง ๆ”
“น้ำปั่นขอโทษนะคะ งั้นพี่เอานี่ไปนะคะ เอาไว้ซับน้ำอีก”
ยื่นซองกระดาษทิชชูสำหรับเช็ดหน้าอย่างดีให้ เขารับมาพร้อมอมยิ้มน้อย ๆ จ้องใบหน้าสวยหวานราวต้องมนตร์สะกด
“พี่อยากให้น้ำปั่นรับผิดชอบอะไรไหมคะ ให้น้ำปั่นเอาเสื้อผ้าพี่ไปส่งซักแห้งให้ก็ได้”
“งั้นแลกไลน์กันดีไหม”
“ได้ค่ะ”
หนุ่มสาวแลกช่องทางติดต่อกันเรียบร้อย แต่สีหน้ารู้สึกผิดยังไม่ดีขึ้น
“พี่ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ครับ น้องน้ำปั่น”
“เอ่อ...” รู้สึกใจเต้นแปลก ๆ กับสายตาและเสียงโทนอบอุ่นที่เรียกชื่อเธออย่างอ่อนโยน ไหนจะใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องชวนใจสั่นนั่นอีก
“พี่ชื่ออินนะครับ คณะแพทย์ปีสาม”
“แพทย์เหรอคะ พี่เก่งจัง”
ดวงตากลมมองเขาอย่างชื่นชม เธอแพ้ทางสายแพทย์ที่สุด ยิ่งหล่อ ๆ อย่างเขายิ่งแล้วใหญ่
“ไม่เก่งหรอกครับ พี่แค่ขยัน”
“ยังไงก็เก่งอยู่ดี เอ่อ ขอโทษนะคะที่ชวนคุย พี่หมออินไปกินข้าวเถอะค่ะ แล้วติดต่อมานะคะ น้ำปั่นจะเอาชุดไปซักให้”
“ครับ งั้นคืนนี้พี่โทรไปนะ จะทำให้น้ำปั่นมีปัญหากับแฟนหรือเปล่า”
“น้ำปั่นไม่มีแฟนค่ะ”
คำตอบนั้นทำนักศึกษาแพทย์อมยิ้ม พยักหน้ารับ
“ครับ รอรับสายนะ”
“ค่ะ”
เขาส่งยิ้มมีเสน่ห์แล้วเดินจากไป คนตัวบางมองตามจนลับสายตา เม้มปากแน่นข่มอาการใจเต้นแรง
“โคตรหล่อเลย เรียนหมออีกต่างหาก”
“น้ำปั่น ทำไมไม่นั่ง ยืนมองอะไรเหรอ”
สองสาวที่ซื้ออาหารเสร็จแล้วเดินกลับมายังโต๊ะ เห็นเพื่อนยืนมองอะไรบางอย่างจึงมองตาม แต่ไม่เห็นมีอะไรนอกจากความวุ่นวายของนักศึกษาที่เพิ่งเปิดเทอมใหม่ ๆ
“มองหมอ”
“ฮะ หมอ ไหนหมอ”
พิชชามองตามสายตาอีกครั้ง เห็นแต่ชุดนักศึกษาเต็มไปหมด ไม่มีใครใส่ชุดกาวน์สักคน
“ไปแล้ว”
พูดจบก็นั่งลงที่เดิม เพื่อนทั้งสองจึงนั่งลงตาม จ้องหน้าเขม็งเพราะยังไม่ได้คำตอบ
“ยังไง อะไร คืองงมากเนี่ย” พิชชาเอียงคอ
“เมื่อกี้ฉันดันซุ่มซ่ามทำน้ำหกใส่เสื้อผู้ชายคนหนึ่ง เขาเรียนหมอ แค่นั้น”
“แค่นั้น?” ยังคงเป็นพิชชาที่ซักไซ้
“อืม แค่นั้น ดีที่วันนี้กินน้ำเปล่า เช็ดเสื้อให้เขาเดี๋ยวก็แห้ง เขาเลยไปเรียนต่อได้ ถ้ากินน้ำส้มเหมือนเมื่อวาน บันเทิงแน่”
บัวบูชามองแก้วน้ำของเพื่อนที่เหลือติดก้นแก้วจึงเปิดขวดน้ำของตัวเองเทแบ่งให้
“ขอบใจนะใบบัว”
“เขากับแกไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว วันหลังก็ระวังหน่อย”
“โอเค เรารีบกินเถอะ เดี๋ยวขึ้นเรียนไม่ทัน”
สามสาวรีบกินข้าวเพราะเรื่องอุบัติเหตุไม่มีอะไรน่าสนใจอีกต่อไป โดยไม่ได้รู้เลยว่าหนุ่มสาวที่ชนกันเมื่อสักครู่ดันตกหลุมเสน่ห์กันโครมใหญ่เสียแล้ว
