ตอนที่ 3 ไม่ชอบหน้า
“ขอบคุณมากค่ะ”
ยกมือไหว้กล่าวขอบคุณตามมารยาท กำลังจะเปิดประตูลงจากรถเพราะเห็นเพื่อนทั้งสองคนยืนรออยู่ก็ต้องชะงักเมื่อเขารั้งเอาไว้
“เย็นนี้เลิกเรียนแล้วนั่งรออยู่แถวนี้นะ เดี๋ยวพี่มารับ ถ้ามีอะไรก็โทรมา หรือถ้าพี่ไม่รับ ติดต่อไม่ได้ ก็ไปหาที่ห้องเรียน”
ว่าแล้วก็ส่งตารางเรียนของเขาให้ แม้ไม่อยากรับแต่ก็จำเป็นต้องกดบันทึกเอาไว้
“ค่ะ”
เมื่อลงจากรถได้ก็ตรงดิ่งไปหาเพื่อนใหม่ทั้งสองคน สามสาวทักทายกันเสร็จก็จะขึ้นห้องเรียน แต่เมธากลับคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงเปิดประตูรถเดินลงไปหา
“น้ำปั่น...”
เสียงทุ้มคุ้นเคยทำเจ้าของชื่อหันขวับไปมอง เพื่อนสนิทกลุ่มใหม่ทั้งสองคนจึงหันมองตามก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าหล่อเหลามีออร่าจนนึกว่าเป็นดารา
“พี่ม่อน มีอะไรคะ”
“พี่แค่อยากมารู้จักเพื่อนใหม่ของเธอสักหน่อย”
“น้ำปั่น แฟนแกเหรอ”
พีช พิชชา หญิงสาวผิวขาวรูปร่างบอบบางในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทจีบรอบตัวสั้นเหนือเข่านิดหน่อยกับรองเท้าผ้าใบสีขาวดูน่ารักสะกิดถามเพื่อนเสียงเบา แต่ฝ่ายชายยังได้ยินจึงอมยิ้มขำ
“บ้า ไม่ใช่ แค่พี่ชายข้างบ้าน ฉันติดรถมาเรียนด้วย”
“สวัสดีครับ พี่ชื่อม่อน วิศวะโยธาปีสี่ เป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายน้ำปั่น พอดีพี่ชายน้ำปั่นฝากให้พี่ช่วยดูแล...ไม่ให้คลาดสายตา เลยต้องมารู้จักเพื่อนใหม่ของน้ำปั่นเสียหน่อย”
สองสาวยิ้มค้าง ยกมือไหว้รุ่นพี่ปีสี่ ก่อนเริ่มแนะนำตัว
“สวัสดีค่ะพี่ม่อน พีชค่ะ”
“สวัสดีค่ะ ใบบัวค่ะ”
ใบบัว บัวบูชา สาวนุ่มนิ่มส่งยิ้มให้จนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้มสองข้างดูสดใสน่ารักไม่มีพิษภัย
“พีช ใบบัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ ยังไงพี่ฝากดูแลน้ำปั่นด้วยนะ อย่าให้มีผู้ชายเข้ามายุ่ง พอดีว่าพี่ชายของน้ำปั่นไม่ชอบ ถ้ามีอะไรก็ติดต่อพี่ได้โดยตรงเลยนะครับ”
ว่าแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้สองสาวเพิ่มเพื่อนในไลน์ ก่อนส่งยิ้มมีเสน่ห์แล้วเดินจากไป
“โห คนนี้เหรอ พี่ม่อนวิศวะโยธา แก๊งวิศวะสุดหล่อที่เขาเล่าลือกันว่าฟันสาวไม่ยั้ง” พิชชาเบิกตาโต ทำราวกับว่าได้เห็นดาราชื่อดังตัวเป็น ๆ
“อืม คนนี้แหละ อย่าเข้าใกล้ ฟันไม่เลือกแล้วยังปากเสียมากด้วย เห็นหล่อ ๆ แบบนั้นนะ ด่าโคตรเจ็บ”
“เขาหล่อเนอะ” ยังคงทำหน้าเคลิ้มฝัน
“พีช แกฟังฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
จับไหล่เพื่อนทั้งสองข้างให้หันมาหาแล้วเขย่าเบา ๆ เรียกสติ
“ฟังสิ คนหล่อ จะทำอะไรก็ได้ จะแบดแค่ไหนก็สู้”
“แกได้สู้แน่ แต่ตบกับผู้หญิงแย่งเขานะ คนที่เม้าไม่ได้บอกหรือไง ว่ามีผู้หญิงตบกันเท่าไหร่เพื่อแย่งผู้ชายแก๊งนี้”
“ก็พูดไปงั้นแหละ หล่อขนาดนี้เขาจะมองฉันได้ไง ขนาดแกสวยจะตายยังได้เป็นแค่น้องเขาเลย”
“ดีแล้วที่เป็นแค่น้อง ฉันยังไม่อยากชะตาขาด อยู่ให้ห่างผู้ชายวิศวะไว้ กินเหล้าเก่ง แถมเจ้าชู้มากทุกคน เชื่อฉัน”
เอาประสบการณ์ตัวเองมาตัดสิน เพราะพี่ชายของเธอก็เจ้าชู้มากรักเปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่นไม่ต่างกัน
“รู้แล้วน่า เห็นคนหล่อก็แค่ชื่นชมเป็นอาหารตาเฉย ๆ ให้คบจริง ๆ ก็ไม่ไหว คณะนี้เถื่อนสุด ๆ” ทำท่าทีขนลุกขนพอง
“แล้วแกต้องไปกลับพร้อมเขาเหรอ” บัวบูชาถามบ้าง
“ใช่ พี่ปิงน่ะสิ ไม่ยอมให้ฉันนั่งรถไฟฟ้ามาเรียนเอง จะไปทำใบขับขี่ก็อ้างนั่นอ้างนี่ ฉันขับรถเป็นมาชาตินึงแล้วยังไม่มีใบขับขี่เลย ดูสิ”
“พี่ปิงคงเป็นห่วง” บัวบูชามองโลกในแง่ดี
“ห่วง แต่ไม่ได้ห่วงว่าฉันจะมีอุบัติเหตุนะ ห่วงว่าฉันจะแอบมีแฟนนี่สิ”
“แต่แกโตแล้วนะ” พิชชาค้าน
“ใช่ อย่าคิดว่าฉันจะเชื่อนะ ถ้ามีคนที่ฉันถูกใจ ยังไงฉันก็จะคบ ให้หลบ ๆ ซ่อน ๆ ก็ได้”
พูดจบสามสาวก็หัวเราะลั่นพร้อมกันในความแสบของคนที่ถูกพี่ชายคุมความประพฤติ แล้วพากันขึ้นห้องเรียน
************************
เมื่อเมธาจอดรถในลานจอดของตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็เหลือบไปเห็นลิปสติกแบรนด์ดังตกอยู่บนเบาะที่น้องสาวข้างบ้านเคยนั่ง หยิบขึ้นมาเปิดดูก็เห็นเป็นสีเดียวกับบนริมฝีปากของเธอจึงแค่นยิ้มขำ
ตั้งใจทิ้งไว้ให้สาว ๆ ของเขาเข้าใจผิดอย่างที่เธอบอกว่าจะตามรังควานให้เขาไม่สมหวังหรือเปล่า
แต่เธอคงไม่รู้ว่าลิปสติกแท่งแค่นี้ไม่มีผลอะไร ขนาดเจอกางเกงในของผู้หญิงคนอื่นตกอยู่ในรถ ผู้หญิงอีกคนยังทำแค่เปิดกระจกโยนมันทิ้งแล้วไปสนุกกับเขาต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาลงจากรถ เดินผ่านโต๊ะม้าหินข้างตึกคณะ เจอน้องรหัสและกลุ่มเด็กปีสามนั่งอยู่จึงเดินเข้าไปหา
“เฮีย สวัสดีครับ” เด็กทั้งกลุ่มยกมือไหว้
“สวัสดี ไอ้ลี มึงทำอะไรให้กูหน่อย ตอนเที่ยงก็ได้”
“ว่ามาเลยครับเฮีย”
ยื่นลิปสติกให้ชาลี น้องรหัสที่ถอดแบบพี่รหัสมาแทบทุกกระเบียดนิ้วเลิกคิ้วขึ้นถาม
“นี่อะไรครับ”
“ลิปสติก น้องสาวข้างบ้านที่ติดรถกูมาเรียนด้วยทำตกในรถ มึงเอาไปคืนให้หน่อย เดี๋ยวกูส่งตารางเรียนยัยนั่นให้”
เมื่อเห็นข้อมูลก็เงยหน้าถาม
“บริหาร ปีหนึ่ง เหรอครับ”
“อืม ชื่อน้ำปั่น มึงค่อยไปตอนเที่ยงก็ได้ นี่จะได้เวลาเรียนแล้ว”
“ผมไปให้เลยครับเฮีย คาบแรกอาจารย์ยกเลิกคลาส”
“อืม ขอบใจ กูขึ้นเรียนก่อน ไอ้พวกนั้นไลน์ตามแล้ว”
“เสร็จแล้วผมไลน์บอกครับเฮีย”
ใช้เวลาไม่นาน ชาลีก็มาถึงหน้าห้องเรียนวิชาพื้นฐานของคณะบริหารธุรกิจ เขาส่องดูว่ายังไม่มีอาจารย์เข้าสอนจึงเปิดประตูเข้าไป
ทันทีที่หนุ่มหล่อในเสื้อช็อปวิศวะสีแดงเลือดหมูเปิดประตูเข้ามาก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นเบา ๆ
“น้องน้ำปั่นคนไหนครับ”
ปัณชญายกมือขึ้น มองชายเสื้อช็อปด้วยความแปลกใจ เมื่อเขาเห็นจึงเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพร้อมยื่นอะไรบางอย่างให้
“เฮียม่อนให้พี่เอามาคืน น้องทำมันตกในรถของเฮีย”
ท่าทางกวนประสาทของเขาทำเอาพิชชาไม่พอใจ ยื่นมือไปรับแทนแล้วเอามายื่นให้เพื่อน
“ทำไมพี่ม่อนไม่เอามาให้เอง ทำไมใช้นายมา”
พิชชามองหน้า เขาเองก็เหลือบสายตามามองเช่นกัน แม้จะชะงักเล็กน้อยที่เธอสวยน่ารักตรงสเปก แต่ท่าทีดื้อรั้นแบบนั้นไม่น่าพิศวาสเท่าไร
“ฉันอยู่ปีสาม เธออยู่ปีหนึ่ง อย่าปีนเกลียว”
“ไม่ใช่รุ่นพี่ในคณะ ต้องสนด้วยเหรอ”
หนุ่มสาวจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร สองสาวเห็นท่าไม่ดีจึงห้ามทัพ
“พีช ไม่เอา ขอบคุณมากค่ะ พี่...”
“ลีครับ ชาลี วิศวะโยธาปีสาม น้องรหัสเฮียม่อน”
“ขอบคุณมากค่ะพี่ลี”
“ไม่เป็นไร ต่อไปเราอาจได้เจอกันบ่อย ๆ ยังไงถ้าน้องลืมอะไรไว้บนรถเดี๋ยวเฮียม่อนก็ใช้พี่เอามาให้น้องอีกอยู่ดี”
“นี่คิดว่าเพื่อนฉันตั้งใจลืมของไว้บนรถพี่ม่อนเพื่อให้เขาเอามาให้ถึงที่เพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากเขางั้นเหรอ” พิชชาโวย
“ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลย ทำไมร้อนตัว”
“เพื่อนฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ไม่ได้ชอบพี่ม่อนของนายด้วย ผู้ชายวิศวะ ใครจะอยากได้”
“เอ๊ะ หรือว่า...”
หรี่ตามองคนตัวบางท่าทางเอาเรื่องด้วยสีหน้ากวนประสาท กวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนแค่นหัวเราะหยันเบา ๆ
“หรือว่าอะไร”
“หวงไง เพื่อนเธอน่ะ อาหวังเหรอ”
“อาหวังอะไร ไอ้บ้า”
“เลสเบี้ยนสินะ” เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยกยิ้มมุมปาก
“ไม่ใช่”
“เหอะ คงเชื่อหรอก”
“งั้นก็แล้วแต่นาย”
“จ้องจะงาบเพื่อนสนิทเหรอ น้องน้ำปั่นระวังไว้หน่อยก็ดีนะครับ”
“ไม่ใช่แบบบนั้นหรอกค่ะพี่ลี”
“น้ำปั่น ไม่ต้อง หมอนี่อยากคิดอะไรก็ให้คิดไป”
“ไม่ปฏิเสธแล้ว เหอะ จะบอกอะไรให้นะ ถ้าเฮียม่อนอยากได้น้ำปั่นล่ะก็ เลสเบี้ยนอย่างเธอไม่ใช่คู่ต่อสู้หรอก ตีฉิ่งมันไม่เสียวเท่าโดนเด้าหรอกนะครับน้อง”
“ทุเรศ”
“หมดธุระของพี่แล้ว กลับก่อนนะ”
อยู่ ๆ เขาก็กระตุกยิ้มหยันมุมปากแล้วเดินจากไปเสียดื้อ ๆ ทำเอาพิชชาเต้นเร่า ๆ
“ใจเย็นพีช”
“ก็ดูหมอนั่นสิ ปากโคตรหมา”
“ก็แกไปพูดจาไม่ดีใส่พี่เขาก่อน” บัวบูชาให้สติ
“ก็หน้าตาหมอนั่นมันกวนประสาท ไม่น่าไว้ใจด้วย”
“แกคิดมาก คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ ช่างเถอะ”
ปัณชญาตัดบท ก่อนอาจารย์จะเข้าคลาสจึงตั้งใจเรียนวิชาที่ไม่ค่อยถนัดเท่าไรนักเพื่อให้พี่ชายได้เห็นว่าเธอไม่ใช่เด็กเหลวไหลและดูแลตัวเองได้อย่างดี
