ตอนที่ 2 หนูโตแล้ว
รถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบขับเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งมีประตูรั้วติดกับคฤหาสน์ของเมธา เพียงครู่เดียวคนที่เขาต้องเสียเวลาชีวิตหนุ่มโสดมาคอยดูแลก็เดินออกมา
น้ำปั่น ปัณชญา นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่หนึ่งในชุดนักศึกษาค่อนข้างรัดรูปเผยส่วนเว้าส่วนโค้งกับกระโปรงที่ค่อนข้างสั้น เรือนร่างบอบบางแต่เย้ายวนด้วยวัยสาว ผิวพรรณขาวสว่างสะท้อนแสงดึงดูดสายตาให้คนที่กำลังก้มเล่นโทรศัพท์มือถือเหลือบตาขึ้นมอง
พลันดวงตาคมกริบก็ต้องเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองน้องสาวข้างบ้านชัด ๆ ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มที่เคยมีแว่นตากรอบหนามาบดบังดวงตากลมโตบัดนี้หายไป มองเห็นจมูกปลายเชิดรั้นอย่างเด็กดื้อชัดขึ้น ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นทรงสวยธรรมชาติแต่งแต้มสีแดงอมชมพูมันวาวน่าจูบ ผมปล่อยสยายเสริมเสน่ห์ให้หญิงสาวน่าหลงใหล
ปกติเคยเห็นแต่ใส่ชุดนักเรียน พอมาเห็นใส่ชุดนักศึกษา เธอดูโตเป็นสาวแปลกตาและน่ารักมากจนใจสั่น
“สวัสดีค่ะ พี่ม่อน”
เมื่อก้าวขึ้นมานั่งบนรถพร้อมกับยกมือไหว้ทักทาย เมธาจึงได้สติ กระแอมกลบเกลื่อนอาการตกตะลึงนิดหน่อย ก่อนกวาดตา
มองน้องสาวข้างบ้านที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปีจนทั่วแล้วขมวดคิ้ว
กระโปรงที่ดูว่าค่อนข้างสั้นในตอนแรกมันถลกเลิกสั้นขึ้นกว่าเดิมไปอีกจนเห็นเรียวขาขาวเนียน มันรบกวนจิตใจจนน่าหงุดหงิด
“อยู่แค่ปีหนึ่ง แต่รู้จักแต่งตัวไปอ่อยผู้ชาย”
คนตัวบางหน้าตึง หลายปีมานี้เธอก็ชอบแต่งตัวและรักสวยรักงามมาตลอด ถึงขั้นไปทำเลสิกเพราะไม่อยากใส่แว่นตากรอบหนาเหมือนเดิม แถมยังเข้าคลินิกความงามเพื่อบำรุงผิวแทบทุกสัปดาห์ก็ไม่เห็นมีใครว่า
“ไม่ได้ไปอ่อยผู้ชายค่ะ ไปเรียน”
“ไปเรียนต้องใส่กระโปรงสั้นขนาดนี้เลยเหรอ นั่งทีคงเห็นหมดว่าวันนี้เธอใส่กางเกงในสีอะไร”
“ไม่เห็นค่ะ ไม่ได้ใส่” เชิดหน้าตอบ
“น้ำปั่น...” เสียงทุ้มกดต่ำ จ้องแววตาดื้อรั้นเขม็ง แต่เธอไม่กลัว
“ปากร้ายกว่าเมื่อก่อนนะ”
“พี่ม่อนก็เหมือนกัน”
“พี่โตแล้ว มีสิทธิ์ว่าเธอที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยไปเรียน”
“หนูก็โตแล้วค่ะ มีสิทธิ์แต่งตัวแบบไหนก็ได้ไปเรียน”
“น้ำปั่น”
หนุ่มสาวจ้องตากันอยู่พักใหญ่ ก่อนเขาจะไล่สายตาลงมายังหน้าอกอวบอิ่มที่เบียดกันจนชิดภายใต้เสื้อนักศึกษาที่ค่อนข้างรัดรูป
“เสื้อนี่ด้วย จะรัดไปไหน แค่นมปลอม ไม่ต้องอวดหรอกมั้ง”
แค่นหัวเราะหยัน ตอนเริ่มโตเป็นสาวก็เห็นหน้าอกแบนราบ เป็นไปไม่ได้ว่าแค่พอขึ้นมหาวิทยาลัยไฟหน้าของเธอจะเบียดขึ้นแซงดึงดูดสายตากว่าส่วนอื่น
โรงพยาบาลเสริมความงามเท่านั้นที่เนรมิตให้เธอได้
“ของจริงค่ะ”
“เหอะ เอาไปหลอกพวกโง่ ๆ เถอะ พี่เห็นเธอมาตั้งแต่เด็ก ไฟหน้าเธอมันแบนแค่ไหนยังติดตา”
ปัณชญาเม้มปาก ดวงตาวาววับจ้องเขาราวจะฉีกเนื้อคนใจร้าย
“แล้วแต่พี่จะคิด”
สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ก็สะบัดหน้า กระแทกตัวนั่งพิงเบาะอย่างแรงด้วยความเจ็บใจ ตั้งแต่เด็กไม่เคยสู้สกิลปากเขาได้
“คาดเบลต์ด้วย”
“ไม่คาดค่ะ เดี๋ยวรัดซิลิโคนแตก” ประชดใส่ เชิดคอตั้ง ตามองตรงไปด้านหน้า
“โคตรดื้อ”
พ่นลมหายใจเหนื่อยหน่ายก่อนโน้มไปดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้
เธอตกใจหันขวับมอง เขาเหลือบสบตานิ่ง ๆ หนุ่มสาวอยู่ใกล้กันมาก ใบหน้าห่างไม่ถึงสองคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายมีรสนิยมที่เข้ากับบุคลิกลอยฟุ้งเตะจมูกทำเธอลอบสูดดมไม่ให้เขารู้ตัว
“ไอ้ปิงแม่งทิ้งภาระ” บ่นเบา ๆ แล้วทิ้งตัวนั่งพิงเบาะ
“ก็ไม่น่ารับปากแต่แรก หนูขึ้นรถไฟฟ้าไปเรียนเองได้”
“กว่าจะต่อรถเข้าบ้าน แล้วแต่งตัวแบบนี้ปลอดภัยตายล่ะ”
“งั้นหนูจะรีบสอบใบขับขี่”
“มีใบขับขี่พี่ชายเธอมันก็ไม่ให้ไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่ดี มันกลัวเธอมีผัว ไม่รู้หรือไง”
สะบัดหน้ามองเขาด้วยความไม่พอใจอีกครั้ง ก่อนสะบัดหน้าหนีสายตาวาววับที่แปลความหมายไม่ออก
“ต่อให้ส่งพี่มาคุม ถ้าหนูจะมี หนูก็จะแอบมีให้ได้”
“แล้วมาคอยดูกัน ว่าพี่จะควบคุมเธอได้หรือเปล่า”
พูดจบก็ออกตัวอย่างแรงจนคนตัวบางเบิกตาโต ส่งค้อนให้เขานิดหน่อยแล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความตอบเพื่อนที่ตอนนี้กำลังเดินทางไปเรียนและจะรอที่จุดนัดพบทุกเช้าก่อนขึ้นห้องเรียนพร้อมกัน
“ส่งตารางเรียนให้พี่ด้วย” ออกคำสั่ง แต่ตายังมองตรงไปบนท้องถนนที่การจราจรแน่นขนัด
“ค่ะ”
รับคำอย่างว่าง่ายเพราะเรื่องนี้พี่ชายสั่งมาก่อนหน้าแล้ว จึงยอมส่งภาพตารางเรียนให้เขาแต่โดยดี
“มีใครมาจีบหรือเปล่า”
นั่งฟังเพลงเพลิน ๆ ไปสักพักเขาก็เอ่ยถาม
“ยังไม่มีค่ะ”
ยังไม่มี ไม่ได้แปลว่าจะไม่มี แน่นอน...ก็เธอทั้งสวยและน่ารักขนาดนี้ จะไม่มีหนุ่ม ๆ มาจีบเลยสิแปลก และเขาต้องเตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้แต่เนิ่น ๆ
“มีเพื่อนกี่คน”
“เพื่อนใหม่สองคนค่ะ”
“ผู้ชายหรือผู้หญิง” สะบัดหน้ามองเขาเล็กน้อยแล้วตอบ
“ผู้หญิงค่ะ แต่ก็อาจจะมีเพื่อนผู้ชายเพิ่ม ในคณะไม่ได้มีแค่ผู้หญิง”
“ใครเข้ามาคุยด้วยต้องบอกพี่”
“พี่ม่อน มันไม่มากไปหรือคะ”
“อะไรที่มากไป พี่ชายเธอฝากให้พี่ช่วยดูแลเธอไม่ให้ผู้ชายมายุ่งนะ ถ้าพี่ไม่ทำ ไอ้ปิงมันจะคิดยังไง”
“หนูก็ไม่ได้จะรีบมีแฟน”
“ไม่ได้รีบ แปลว่าจะมี”
“ทีพวกพี่ยังมีได้เลย ทำไมหนูจะมีบ้างไม่ได้”
“พวกพี่เป็นผู้ชาย ไม่ได้มีอะไรเสียหาย แต่เธอเป็นผู้หญิง เซ่อซ่าโดนหลอกจิ้มขึ้นมา มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้วนะ”
“สมัยนี้แคร์เรื่องพรหมจรรย์ด้วยเหรอ ใคร ๆ ก็มีอะไรกับแฟนก่อนแต่งทั้งนั้น ถ้าคนนี้ไม่ดี เข้ากันไม่ได้ ก็แค่หาใหม่ จะสนใจอะไร”
“อย่ามามั่นว่ะ หรือที่ผ่านมาเธอแอบนอนกับผู้ชายลับหลังไอ้ปิงมาแล้ว”
“ค่ะ หนูเปลี่ยนผู้ชายมาหลายคนแล้ว พี่ปิงยังไม่รู้เลย แล้วหนูก็ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย ก็แค่เซ็กซ์ ไม่สนุกก็เลิกกัน จบ ๆ”
ประชดประชันทั้งที่ไม่มีความจริงอยู่ในนั้น ครอบครัวรวมถึงพี่ชายตามติดแจ คอยตามรับส่งแทบไม่มีเคยอิสระ แค่จะเดินห้างเตร็ดเตร่หลังเลิกเรียนยังต้องมีผู้ปกครองไปด้วย แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน
เมธากัดกรามกำพวงมาลัยแน่น เบือนหน้ามองสาวมั่นด้วยสายตาวาววับ
“ถ้าไอ้ปิงรู้ เธอโดนมันจับล่ามโซ่แน่”
“ถ้าพี่บอกพี่ปิง หนูจะตามรังควานพี่ไม่ให้มีความสุขกับผู้หญิงของพี่อีกเลย”
“เหอะ จะทำยังไง มุดอยู่ใต้เตียงพี่งั้นเหรอ ระวังจะทนไม่ไหวจนออกมาร่วมวงด้วย”
หันสบตา ยักคิ้วให้คนตัวบาง ใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์และสายตาแวววาวมีเลศนัยคู่นั้นทำเธอชะงัก
“ทุเรศ”
“ก็พูดเอง เธอตามรังควานพี่ไม่ได้หรอก พี่ไม่คบใครเป็นแฟน แค่นอนด้วยกันสนุก ๆ ไม่มีใครสนใจเธอหรอกนะ ผู้หญิงพวกนั้นสนใจลีลาบนเตียงของพี่มากกว่า”
“แหวะ จะพูดว่าแค่กระดิกนิ้ว สาว ๆ ก็วิ่งมานอนกับพี่แล้วงั้นเหรอ”
“ก็ประมาณนั้น”
คนหล่อหันมายักคิ้วอีกครั้ง มุมปากอมยิ้มน้อย ๆ ทรงเสน่ห์ชวนใจสั่น
เขาหล่อมาก สายตาแวววาวดูร้ายกาจมันทำให้เขามีเสน่ห์จนใจสาวเต้นกระตุก
เสียอย่างเดียว เขาปากเสียไปหน่อย
“หลงตัวเอง สภาพแบบพี่นี่เหรอจะมีสาวมาชอบ ปากก็เสีย ด่าก็เก่ง วุ่นวายจุ้นจ้านด้วย”
“ก็ปากแบบนี้แหละ บนเตียงมันได้ใช้ประโยชน์นะ”
ว่าแล้วก็หันมาสบตา แลบลิ้นออกมาแล้วหดกลับ ก่อนแค่นยิ้มที่ทำเอาใบหน้าขาวใสมีออร่าจับจนตาพร่า แล้วเดาะลิ้นโชว์สกิลปากเสีย ๆ นิดหน่อย
“แหวะ”
หันหน้าหนีทันควัน กอดอกมองตรงไปข้างหน้าไม่ต่อล้อต่อเถียงอีก ไม่นานก็ถึงหน้าตึกคณะของเธอเสียที
