EP6 รอยช้ำใต้ผ้าลูกไม้
เช้าวันต่อมา
อากาศในคฤหาสน์วรโชติเมธีดูจะขุ่นมัวไม่ต่างจากจิตใจของคนอยู่อาศัย พราวนภา ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวที่แล่นไปทั่วสรรพางค์กาย เธอกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงกว้างที่บัดนี้ไร้เงาของชายใจร้าย คิรินออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งความอัปยศบนผ้าปูที่นอนและรอยแดงช้ำตามลำตัวของเธอ
ร่างบางก้าวไปที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ เธอสะท้อนใจเมื่อเห็นภาพผู้หญิงในกระจก ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้บวมช้ำและหม่นแสง ผิวขาวเนียนที่เธอเคยดูแลอย่างดีกลับมีรอยนิ้วมือและรอยจ้ำแดงกระจายไปทั่วแขนและลำคอ
"ต้องซ่อน... จะให้ใครเห็นไม่ได้" เธอกระซิบกับตัวเองด้วยเสียงที่แหบพร่า
พราวนภาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมของพราวรุ้ง เธอเลือกชุดเดรสยาวแขนกระบอกที่ทำจากผ้าลูกไม้เนื้อละเอียดสีครีม คอเสื้อสูงปิดมิดชิดถึงลำคอ เพื่อปกปิดร่องรอยที่คิรินฝากไว้ประจานความใจร้ายของเขา เธอใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการโบกเครื่องสำอางลงบนใบหน้า พยายามอย่างยิ่งที่จะปั้นหน้าให้ดูเป็น 'พราวรุ้ง' ผู้สง่างามและไร้ที่ติ
เมื่อเธอเดินลงมาด้านล่าง ความรู้สึกอึดอัดก็เข้าจู่โจมทันที สายตาของเหล่าคนรับใช้ที่มองมาแฝงไปด้วยความสอดรู้สอดเห็น บางคนซุบซิบกันลับหลังถึง "เจ้าสาว" ที่ถูกสามีทิ้งให้อยู่แต่ในห้องตั้งแต่คืนแรก
"คุณพราวรุ้งคะ คุณคิรินสั่งไว้ว่าวันนี้จะมีแขกมาทานมื้อกลางวันด้วยค่ะ" ป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย "คุณคิรินกำชับว่าให้คุณลงไปรับรองแขกในฐานะ 'คุณผู้หญิงของบ้าน' ห้ามทำให้ตระกูลวรโชติเมธีเสียชื่อเด็ดขาด"
พราวนภาใจหายวาบ แขกที่ว่าคือใคร? แล้วเธอจะรับมือได้ไหม? "ใครจะมาเหรอคะป้า?"
"คุณหญิงมณฑา คุณแม่ของคุณคิรินค่ะ"
คำตอบนั้นทำให้พราวนภาแทบทรุด คุณหญิงมณฑาขึ้นชื่อเรื่องความเจ้านายและหูตาว่องไว ถ้าท่านจับได้ว่าเธอไม่ใช่พราวรุ้ง หรือเห็นรอยช้ำพวกนี้ เรื่องใหญ่ต้องเกิดขึ้นแน่
เวลาเที่ยงตรง รถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ คิรินลงจากรถพร้อมกับหญิงวัยกลางคนที่ดูสง่าและภูมิฐานในชุดผ้าไหมสีม่วงเข้ม พราวนภายืนรอรับอยู่ที่โถงกลาง เธอพยายามคุมมือที่สั่นเทาให้วางประสานกันอย่างสำรวม
"สวัสดีค่ะคุณแม่" พราวนภาก้มลงกราบที่อกของท่านตามแบบที่พราวรุ้งเคยทำ
คุณหญิงมณฑารับไหว้ด้วยท่าทางกึ่งรับกึ่งสู้ ท่านมองพราวนภาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาจับผิด "แต่งตัวมิดชิดเชียวนะพราวรุ้ง อากาศเมืองไทยร้อนจะตาย ใส่แขนยาวคอสูงขนาดนี้ไม่กลัวเป็นลมหรือไง?"
"พอดีพราวรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อยค่ะคุณแม่ เลยอยากให้ร่างกายอบอุ่น" เธอตอบเสียงเบา
คิรินที่ยืนอยู่ข้างๆ กระตุกยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองชุดลูกไม้ของเธออย่างรู้ทัน เขาเดินเข้าไปโอบไหล่เธออย่างรักใคร่—เป็นการแสดงละครต่อหน้ามารดาที่แนบเนียนจนน่าใจหาย
"นั่นสิครับคุณแม่ สงสัยผมจะ 'ดูแล' พราวดีเกินไปหน่อยเมื่อคืน เธอเลยดูเพลียๆ" คำพูดกำกวมของเขาทำให้คุณหญิงมณฑาหัวเราะร่า ในขณะที่พราวนภาหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายและโกรธแค้น
ตลอดมื้ออาหาร พราวนภาต้องทนฟังคำถากถางอ้อมๆ จากแม่สามีและการเสแสร้งของคิริน ทุกครั้งที่เขาเอื้อมมือมากุมมือเธอใต้โต๊ะทำงาน เขาจะออกแรงบีบตรงรอยช้ำที่นิ้วมือจนเธอต้องลอบสูดปากด้วยความเจ็บ
"พราว... เป็นอะไรหรือเปล่าลูก? หน้าซีดๆ" คุณหญิงมณฑาทักขึ้น
"เปล่าค่ะ... พราวแค่..." พราวนภาพยายามจะตอบ แต่จู่ๆ ผ้าลูกไม้ที่แขนเสื้อของเธอก็ไปเกี่ยวเข้ากับขอบโต๊ะไม้แกะสลัก แรงกระชากทำให้รอยแยกของผ้าเผยให้เห็นรอยเขียวช้ำขนาดใหญ่ที่ต้นแขนขาวโพลนอย่างชัดเจน
คุณหญิงมณฑาตาไวเท่าความคิด "นั่น! แขนไปโดนอะไรมาน่ะพราวรุ้ง?"
พราวนภาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอรีบดึงแขนหลบและเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดไว้ "เอ่อ... พราวเดินชนขอบประตูเมื่อเช้านี้ค่ะคุณแม่ พราวซุ่มซ่ามเอง"
"ชนยังไงถึงเป็นรอยนิ้วมือชัดขนาดนั้น?" คุณหญิงมณฑาขมวดคิ้วสงสัย เตรียมจะขยับเข้าไปดูใกล้ๆ
"คุณแม่ครับ..." คิรินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มีอำนาจ "พราวเขาเป็นคนผิวบางครับ แค่นิดหน่อยก็เขียวแล้ว อย่าไปสนใจเลยครับ ทานขนมหวานต่อดีกว่า"
คิรินส่งสายตาปรามพราวนภา เป็นสายตาที่บอกว่าถ้าเธอทำให้เรื่องนี้แดงขึ้นมา เธอจะเจอดีกว่านี้ พราวนภาได้แต่ก้มหน้ายอมรับความขมขื่น ภายใต้ผ้าลูกไม้สวยหรูที่แขกเหรื่อชื่นชม มันซ่อนไว้ซึ่งความเจ็บปวดที่ไม่มีใครมองเห็น
เมื่อคุณหญิงมณฑากลับไป คิรินก็สะบัดมือออกจากเธอทันที ความอบอุ่นจอมปลอมมลายหายไปในพริบตา
"เกือบไปแล้วไหมล่ะ 'ของปลอม' อย่างเธอนี่มันเก็บอาการไม่อยู่จริงๆ" เขาตะคอกใส่เธอ "คราวหน้าถ้าจะสำออย ก็ช่วยสำออยให้มันเนียนกว่านี้ อย่าให้แม่ฉันต้องมาสงสัยในตัวลูกชายตัวเอง!"
"พราวไม่ได้สำออย! รอยพวกนี้มันเกิดขึ้นเพราะความป่าเถื่อนของคุณ!" พราวนภาตะโกนกลับทั้งน้ำตา
"ป่าเถื่อนงั้นเหรอ?" คิรินย่างสามขุมเข้าหาเธอ "จำไว้พราวนภา ตราบใดที่เธอยังอยู่ในบ้านหลังนี้ ในฐานะพราวรุ้ง รอยช้ำพวกนี้คือเครื่องเตือนใจว่าเธอเป็นหนี้ฉัน... และฉันจะฝากมันไว้บนตัวเธอเพิ่มขึ้นทุกวัน จนกว่าฉันจะพอใจ!"
คิรินเดินจากไปทิ้งให้พราวนภารุดตัวลงร้องไห้ลำพัง รอยช้ำใต้ผ้าลูกไม้บัดนี้เริ่มระบมยิ่งกว่าเดิม แต่มันยังไม่เท่ากับแผลในใจที่นับวันจะยิ่งถูกกรีดลึกจนยากจะเยียวยา
