EP3 วิวาห์เลือด
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านลูกไม้ราคาแพงเข้ามาในห้องนอนเจ้าสาวที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างวิจิตรบรรจง แต่มันกลับไม่ช่วยให้หัวใจของ พราวนภา รู้สึกอบอุ่นขึ้นเลย วันนี้คือวันแต่งงาน... วันที่ผู้หญิงทุกคนควรจะมีความสุขที่สุดในชีวิต แต่วันนี้กลับเป็นวันที่เธอรู้สึกเหมือนกำลังก้าวขาเข้าสู่แดนประหาร
ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมรุมล้อมร่างบางที่นั่งนิ่งราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต พราวนภาในชุดเจ้าสาวผ้าไหมอิตาลีสีขาวบริสุทธิ์ ปักประดับด้วยเพชรแท้ระยิบระยับดูสง่างามจนทุกคนในห้องต่างพากันชื่นชม แต่ภายใต้ใบหน้าที่สวยสะกดตานั้น เธอต้องใช้เครื่องสำอางราคาแพงกลบเกลื่อนรอยคล้ำใต้ตาจากการอดนอนและรอยช้ำแห่งความโศกเศร้า
"คุณพราวรุ้งวันนี้สวยมากจริงๆ ค่ะ สมกับที่เป็นเจ้าสาวของคุณคิรินเลย" ช่างแต่งหน้าเอ่ยชมโดยไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่พราวรุ้ง
พราวนภาฝืนยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ขอบคุณค่ะ"
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกเปิดออก คิรินเดินเข้ามาในชุดสูททับสิโดสีดำสนิทที่ขับให้บุคลิกของเขาดูสุขุมและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เมื่อเขาก้าวเข้ามา ช่างทุกคนต่างรีบถอยออกไปเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับคู่บ่าวสาว
คิรินเดินมาหยุดยืนซ้อนหลังเธอที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ เขามองภาพสะท้อนของเจ้าสาวในกระจกด้วยสายตาที่เย็นชาจนพราวนภาต้องลอบกลืนน้ำลาย
"สวยดีนี่..." เขาโน้มตัวลงมาประชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่แก้มแต่คำพูดกลับเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง "เสียดายที่เป็นได้แค่ของปลอม... วันนี้ต่อหน้าแขกเหรื่อหลายร้อยคน เธอต้องเล่นบท 'เมียรัก' ของฉันให้สมบทบาทที่สุด อย่าให้ใครจับได้ว่าเธอคือตัวซวยที่ตระกูลวรโชติเมธีไม่ได้ต้องการ"
"พราวทราบค่ะ... พราวจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" เธอตอบโดยไม่หันไปมองหน้าเขา
"ดี... เพราะถ้าเธอทำให้ฉันเสียหน้าแม้แต่นิดเดียว หรือคิดจะตระบัดสัตย์หนีไปในงาน..." เขาใช้มือหนาลูบไล้ไปตามแนวไพ่ลูกไม้ที่ลำคอระหงก่อนจะออกแรงบีบเบาๆ เป็นการเตือน "ฉันจะลากเธอมาประจานต่อหน้าสื่อทุกคน ให้ตระกูลเธอไม่มีที่ยืนในสังคมอีกเลย"
เสียงระฆังจากโบสถ์จำลองในสวนสวยของคฤหาสน์ดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าพิธีการกำลังจะเริ่ม คิรินคลายมือออกแล้วยื่นแขนให้เธอควง พราวนภาจำใจวางมือสั่นๆ ลงบนแขนแกร่งของเขา เดินออกไปรับสายตาชื่นชมจากแขกผู้มีเกียรติและนักข่าวที่มารอทำข่าวงานวิวาห์แห่งปี
บรรยากาศในงานถูกจัดอย่างหรูหราอลังการ ดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกถูกนำมาประดับจนกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ พราวนภาต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลาที่เดินเข้าสู่ปะรำพิธี ทุกครั้งที่เขาโอบเอวเธอ หรือแสร้งทำเป็นกระซิบกระซาบอย่างรักใคร่ เธอรู้สึกเหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงไปทั่วร่าง
ในช่วงพิธีสวมแหวน คิรินหยิบแหวนเพชรน้ำงามขนาดหลายกะรัตขึ้นมา เขามองหน้าพราวนภานิ่งครู่หนึ่งก่อนจะคว้ามือเธอขึ้นมาสวมแหวนอย่างแรงจนหัวแหวนบาดนิ้วเรียวเล็กจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
"โอ๊ย..." เธออุทานเบาๆ
"เจ็บแค่นี้มันน้อยไป พราวนภา" เขาขยับริมฝีปากพูดโดยที่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มส่งให้ช่างภาพ "นี่คือจุดเริ่มต้นของ 'วิวาห์เลือด' ของเธอ... เตรียมตัวรับคำตัดสินหลังจากนี้ได้เลย"
หลังจบพิธีการที่แสนยาวนานและการเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยความจอมปลอม พราวนภาถูกพาตัวมายังเรือนหอหลังใหญ่ที่คิรินสร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นเรือนหอของเขากับพราวรุ้ง ห้องนอนกว้างขวางถูกประดับด้วยกลีบกุหลาบเป็นรูปหัวใจดูโรแมนติก แต่ความจริงมันกลับเป็นกรงขังที่น่าสะพรึงกลัว
คิรินเดินเข้ามาในห้องหลังจากแขกคนสุดท้ายกลับไป เขาถอดเสื้อสูทเหวี่ยงทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี ท่าทางนุ่มนวลที่แสร้งทำต่อหน้าคนอื่นเลือนหายไปทันที เหลือเพียงชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น
"เอาล่ะ... แขกกลับไปหมดแล้ว งานแสดงจบลงแล้ว" เขาเดินเข้าหาพราวนภาที่ยืนอยู่ปลายเตียงด้วยท่าทางคุกคาม "ถึงเวลาที่เราจะมาสะสางเรื่องหนี้สินที่พี่สาวเธอทิ้งไว้... และความผิดที่เธอแส่เข้ามาสวมรอยเป็นเมียฉัน"
"คุณคิริน... พราวขอโทษ พราวไม่ได้อยากทำแบบนี้จริงๆ" พราวนภาพยายามถอยหนีจนแผ่นหลังติดกับหัวเตียง
"คำขอโทษมันไม่มีค่าเท่ากับเงินห้าล้านที่พี่สาวเธอขโมยไปหรอก!" คิรินตะคอกใส่หน้าเธอ "และมันก็เทียบไม่ได้กับความรู้สึกที่ฉันถูกเหยียบย่ำจนไม่มีชิ้นดี ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินเข้ามาในกรงนี้เอง เธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบทุกหยาดน้ำตาที่ฉันเสียไป!"
เขาคว้าข้อเท้าของเธอแล้วลากเธอลงมากลางเตียง พราวนภาดิ้นรนด้วยความหวาดกลัว ชุดเจ้าสาวที่สวยงามบัดนี้เริ่มหลุดลุ่ยและยับย่น
"ปล่อยพราวนะคะ! คุณสัญญากับพราวว่าจะแต่งงานเพื่อรักษาชื่อเสียงครอบครัวเท่านั้น!"
"ฉันสัญญาตอนที่ฉันยังคิดว่าเธอคือพราวรุ้ง!" คิรินกดร่างเล็กไว้ใต้พันธนาการ "แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร... ในเมื่อเธออยากได้สมบัติของฉันนัก อยากเกาะตระกูลวรโชติเมธีจนตัวสั่น ฉันก็จะทำหน้าที่สามีให้เธอ 'อิ่ม' จนไม่อยากจะร้องขออะไรจากฉันอีกเลย!"
พราวนภาร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เธอรู้ดีว่าคำว่า 'วิวาห์' สำหรับคิรินในตอนนี้ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของครอบครัว แต่มันคือการลงทัณฑ์ที่เขาเตรียมไว้บดขยี้เธอให้แหลกคามือ
คืนเข้าหอที่ควรจะแสนหวาน... กำลังจะกลายเป็นฝันร้ายที่กรีดลึกเข้าไปในความทรงจำของเธอไปชั่วชีวิต
