9 ปรากฏตัว
ฉันทั้งโกรธทั้งอาย ได้แต่ดึงผ้านวมมาคลุมโปงแล้วก็ซุกใบหน้าลงบนหมอนอยู่อย่างนั้น โดยไม่คิดที่จะลุกมาแต่งกายให้เรียบร้อย ส่วนปีขาลที่ผละจากฉันไปอย่างร้ายกาจ ก็หนีเข้าไปในห้องน้ำนานเกือบครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ออกมาสูบบุหรี่อยู่ตรงห้องนั่งเล่น เขายังไม่ได้สวมเสื้อด้วยซ้ำ เสื้อยืดที่พาดอยู่บนบ่าเขา ฉันเป็นคนถอดมันเองกับมือ!
พูดแล้วก็หงุดหงิด!
ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกจึงพลิกตัวกลับมาอีกฝั่ง มองไปยังนอกหน้าต่างบานกว้าง ที่ถึงแม้จะมีผ้าม่านปกคลุมอยู่ แต่ก็พอจะมองออกว่าใกล้จะเช้าแล้ว บรรยากาศเมื่อครู่น่าหงุดหงิดจนคิดว่าวันนี้ฉันคงนอนไม่หลับ แต่พอเอาเข้าจริง พอนอนนิ่งๆ เปลือกตาของฉันก็เริ่มหนักอึ้ง ฉันไม่ได้คาดหวังและไม่ได้รอคอยให้ปีขาลกลับมาสานต่อ หมอนั่นคงไม่กลับเข้ามาในห้องนอนอีกแล้วมั้ง เพราะอย่างนั้น สุดท้ายแล้วฉันก็เผลอหลับไปจริงๆ
ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็มึนงงนิดหน่อย แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ตื่นมาในสถานที่แปลกๆ ห้องนอนแปลกๆ แล้วจะต้องมานั่งพูดถามตัวเองลอยๆ ว่าที่นี่ที่ไหนกันนะ หรือแม้กระทั่ง ทำไมฉันถึงโป๊แบบนี้ด้วย
ก็แหงล่ะ ฉันจำได้ดีว่าฉันอยู่ในห้องปีขาล และที่ยังนอนเปลือยกาย สวมเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวก็เป็นเพราะเมื่อคืนฉันโกรธจนไม่มีอารมณ์จะลุกมาแต่งตัวน่ะสิ ส่วนคนต้นเรื่อง... ชะโงกหน้าไปดูที่ห้องนั่งเล่นผ่านบานกระจกใสที่กั้นไว้ ก็ไม่เห็นปีขาลอยู่ตรงนั้น คงออกไปข้างนอกแล้วมั้ง
พอไม่เห็นเขาอยู่ในห้อง ฉันจึงรีบลุกออกจากที่นอน ใช้มือข้างหนึ่งปกปิดหน้าอกที่เปลือยเปล่า มืออีกข้างก็ก้มหยิบเสื้อกับบราเซียที่ถูกโยนทิ้งไว้ข้างเตียง ส่วนกางเกงขาสั้นปลิวไปอยู่ใต้ชั้นวางของ ก้มเก็บทุกชิ้นส่วนขึ้นมาตั้งใจจะไปแต่งตัวพร้อมกับล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันเดินไปถึงหน้าประตู เจ้าของห้องที่ฉันคิดว่าเขาไม่อยู่ ก็ดันโผล่ออกมาจากในนั้นเสียก่อน
ปีขาลสวมผ้าขนหนูแค่ท่อนล่าง ส่วนด้านบนก็มีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดลำคอและใช้ชายผ้าด้านหนึ่งขยี้เรือนผมที่เปียกโชก หมอนั่นมองฉันและทำหน้ามึนๆ ท่าทางคงเพิ่งตื่นไม่แพ้กัน แต่ขอโทษเถอะ จะยืนขวางประตูอีกนานมั้ยเนี่ย
“ถอยไปสิ”
ฉันบอกเขาเสียงขุ่น ยังขัดใจเรื่องเมื่อคืนไม่หาย โอ๊ย ช่างมันเถอะ เลิกคิดได้แล้ว แต่ปีขาลยังคงนิ่ง เพราะงั้นฉันก็เลยเบี่ยงตัวไปอีกทาง ทว่าหมอนั่นก็กลับเอนมาทางเดียวกับฉัน ซึ่งพอฉันขยับไปอีกทาง ปีขาลก็ดันขยับมาทางเดียวกันอีก กลายเป็นว่าเราสองคนต่างก็ยึกยักกันอยู่อย่างนั้น เรื่องบังเอิญนั่นแหละ แต่มันน่าหงุดหงิด!
ยังไม่ทันที่ฉันจะโวยวาย ปีขาลก็วางมือลงบนศีรษะฉันแทนคำสั่งให้อยู่นิ่งๆ จากนั้นก็เป็นเขาที่ขยับไปทางซ้าย เปิดทางโล่งหน้าประตูและใช้ฝ่ามือซึ่งยังวางอยู่บนศีรษะ ออกแรงบังคับเบาๆ ให้ฉันเดินเข้าไปด้านใน
บอกตามตรงว่าฉันเขินนิดหน่อย แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าฉันแค่แพ้ผู้ชายเล่นหัวเฉยๆ น่ะแหละ...
พอเข้ามาในห้องน้ำ ฉันก็ทำการสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเป็นอันดับแรก ร่างกายเปลือยเปล่ากับกระจกบานใหญ่ทำให้ฉันมองเห็นตัวเองโดยละเอียด เมื่อคืนนี้ถึงฉันกับปีขาลจะไม่ได้มีอะไรกัน แต่มันก็เกือบ และปีขาลเองก็ค่อนข้างรุนแรงกับฉัน เขาทั้งขบทั้งกัดจนหลายครั้งที่ฉันเผลอร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว แต่มันน่าแปลกทีผิวกายของฉันไม่มีร่องรอยอะไรเลย ไม่มีแม้แต่รอยจูบในแบบที่ปกติผู้ชายส่วนใหญ่ชอบทำทิ้งไว้ ซึ่งมันทำให้มุมมองของฉันที่มีต่อปีขาลเปลี่ยนไปเลย
หมอนั่นน่ะรุนแรง แต่ทว่าก็ทะนุถนอมฉันอยู่เหมือนกัน...
ฉันใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำไม่นาน เพราะแค่ล้างหน้าล้างตาแล้วก็สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเท่านั้น
แต่พอออกมาจากห้องน้ำ ปีขาลที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็กำลังดริปกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว
ในห้องครัวของปีขาลไม่มีเครื่องมือทำอาหารมากนัก แต่ที่มองเห็นเด่นชัดก็คือเครื่องดริปกาแฟสด และเมล็ดกาแฟในขวดโหลที่ปิดฝาแน่นสนิทวางเรียงรายกันอยู่ ฉันมองคนตัวสูงในชุดลำลองสบายๆ ที่กำลังบดกาแฟ แล้วก็เทน้ำลงในฟิลเตอร์ดริปอย่างช้าๆ จ้องเขาตอนที่พักรอเวลาแล้วก็เทน้ำลงไปใหม่ ทุกขั้นตอนมันทำให้ปีขาลดูเป็นคนใจเย็น ซึ่งมันดูขัดกับภาพลักษณ์ของเขาสุดๆ เลย
รออยู่นานในความคิดฉัน กว่ากาแฟพวกนั้นจะเสร็จสิ้น ปีขาลทำให้ตัวเองหนึ่งแก้ว ส่วนอีกแก้วก็...
“ไม่ดื่มเหรอ”
ของฉันนั่นแหละ
เพราะปีขาลหันมาถาม ฉันจึงเดินเข้าไปใกล้ ปกติแล้วฉันเป็นคนดื่มกาแฟง่ายๆ แบบที่ไปสั่งจากร้าน แต่ไม่เคยกินกาแฟอะไรแบบนี้ แล้วก็พบว่ารสชาติมัน...
“ขมจัง”
ฉันจิบไปได้หน่อยเดียวแล้วก็บ่นออกมา ไม่ได้ตั้งใจให้ปีขาลได้ยินหรอก แต่หมอนั่นก็หันมาถาม
“ให้ทำใหม่มั้ย”
“ไม่เป็นไร” ฉันปฏิเสธ เพราะถ้าทำใหม่รสชาติก็น่าจะคล้ายแบบเดิมอยู่ดี ฉันไม่ใช่คอกาแฟ ไม่ได้โปรดปรานอะไรขนาดนั้น
“มันมีวิธีดื่มที่ทำให้ไม่ขมอยู่นะ”
แต่จุ่ๆ ปีขาลก็พูดออกมา ฉันสงสัยก็เลยหันไปมอง ยังไม่ทันจะเอ่ยถาม หมอนั่นก็ดื่มกาแฟในมือตัวเองก่อนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ และทาบทับริมฝีปากนุ่มหยุ่นลงบนเรียวปากของฉันอย่างแผ่วเบา...
ริมฝีปากเราสัมผัสกันเพียงชั่วครู่ อาจจะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวแต่กลับชวนให้หวั่นไหว ปีขาลถอนจูบออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความหอมหวานและขมฝาดที่ปลายลิ้น
“แบบนี้”
แล้วคนเจ้าเล่ห์ที่ขโมยจูบฉันไปเมื่อครู่ก็เอ่ยขึ้น รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเขา ใจคอหมอนี่จะทำให้ฉันตกหลุมพรางแล้วก็ยินยอมเป็นแฟนกับเขาให้ได้เลยสินะ
ไม่เอาด้วยหรอก
แต่ว่านะ... กาแฟรสชาติขมขนาดนั้น พอได้ลิ้มรสจากเรียวปากของปีขาล... ทำไมถึงได้หวานเป็นพิเศษขนาดนั้น
มันเป็นรสชาติเฉพาะตัวที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงอยู่เหมือนกัน...
หลังจากรอให้เขาดื่มกาแฟเสร็จ ฉันก็ไม่ได้เอ้อระเหยอยู่ในห้องของปีขาลต่อ ตอนนี้เกือบบ่ายโมงแล้ว ฉันควรกลับห้องและจัดการเรื่องของตัวเองให้เรียบร้อย แต่พอฉันบอกเขา ปีขาลที่วุ่นวายอยู่ในครัวก็ทำท่าจะเดินไปส่ง เขาคงทำแบบนั้นบ่อยๆ ล่ะมั้ง มันเป็นภาพที่เห็นจนชินตา ปีขาลที่เดินออกจากห้องพร้อมกับผู้หญิงซักคน ไปรอกดลิฟต์และส่งผู้หญิงพวกนั้นที่หน้าคอนโดฯ แต่เขาลืมไปหรือเปล่าว่าฉันไม่ใช่คนนอก เขาไม่ต้องใช้คีย์การ์ดเรียกลิฟต์ หรือเปิดประตูหน้าคอนโดฯ ให้ทั้งนั้น
“ไม่ต้องไปส่งก็ได้” ฉันรีบบอก
แต่ปีขาลขมวดคิ้ว เขาชูถุงดำในมือแล้วก็ตอบฉันด้วยคำพูดอีกครั้ง
“จะไปทิ้งขยะ”
หมอนี่มัน...
ฉันทำหน้ามุ่ยเดินตามเขาไปที่หน้าประตู นึกโกรธตัวเองที่หลงเข้าใจผิดอยู่เรื่อย ปล่อยให้ปีขาลเป็นคนเปิดประตูด้วยตัวเอง ส่วนฉันที่อยู่ด้านหลังก็ค่อยๆ เดินตามออกมา
ก่อนที่เราทั้งคู่ต่างก็ต้องหยุดชะงัก...
เพราะการปรากฏตัวของใครบางคน...
ธีร์...
