8 กลางคัน
จากนั้น... เพียงพริบตาเดียว สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากนุ่มหยุ่นก็เข้ามาแทนที่ ปีขาลไม่ได้กดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง แต่กำลังมอบจุมพิตที่แผ่วเบาด้วยการขบเม้มริมฝีปากฉัน และดูดดึงเพียงเล็กน้อยราวกับกำลังชิมชีสเค้กนุ่มๆ สักก้อน สัมผัสนั้นของเขาช่างหยอกเย้าและยั่วยวน ตอนที่ปีขาลค่อยๆ งับริมฝีปากและขยับออก ก็ราวกับจะดูดกลืนวิญญาณของฉันให้หลุดลอยออกไป
ลมหายใจของฉันถี่กระชั้นขึ้นมาทันทีตอนที่ฝ่ามือของเขาเลื่อนไปแตะต้องลำคอ และโน้มเกี่ยวลงมาเพื่อนำทางให้ร่างกายฉันเข้าสู่อ้อมแขนของเขาโดยอัตโนมัติ ตอนนี้ริมฝีปากของเราแนบชิดกันยิ่งกว่าเดิม จูบที่เคยแผ่วเบาจนหวั่นไหว กำลังเร่งเร้าจังหวะให้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรียวลิ้นอุ่นร้อนเกี่ยวกระหวัดตวัดรัวจนแก่นกายของฉันสั่นสะท้าน อุณหภูมิสิบแปดองศาในห้องคล้ายกับจะเพิ่มขึ้น หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะไฟในกายเราทั้งคู่ที่พร้อมจะแผดเผากันและกันจึงทำให้ฉันรู้สึกร้อนผะผ่าวขึ้นมา
ปีขาลจุมพิตฉันเนิ่นนานคล้ายกับรอคอยให้ฉันอนุญาต ต้องรอจนกว่าฉันจะครวญครางในลำคอและโอบกอดเขากลับ ร่างสูงจึงเริ่มพลิกตัวคร่อมร่างฉันและบดเบียดลงมาเชื่องช้าจนฉันแทบทนไม่ไหว ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนเราทั้งคู่อยู่บนเรือลำเล็กท่ามกลางคลื่นสวรรค์ที่ซัดสาด ไร้ไม้พายจำต้องปล่อยให้ระลอกคลื่นแห่งห้วงอารมณ์เป็นตัวนำพา ฉันไม่ได้คิดเรื่องอื่นให้หนักสมองอีกแล้ว
บทเล้าโลมของเขาเริ่มต้นตั้งแต่สัมผัสแรกจากปลายนิ้ว ตามด้วยริมฝีปาก และทุกสัดส่วนในร่างกายที่พร้อมจะทำให้ฉันระเบิดเป็นจุณ เพียงแค่เขาขยับเรือนกายไปมา โยกเย้าทั้งๆ ที่เราต่างก็สวมใส่เสื้อผ้าทุกชิ้น กลับทำให้ฉันโหยหาและร้องขอสัมผัสนั้นเสียเอง
“อืม...”
เสียงครางของฉันดังขึ้นอีกครั้งตอนที่ปีขาลถอนจูบออก ก่อนลากไล้ริมฝีปากไปยังลำคอและจุมพิตสัมผัสผิวกายเนียนละเอียดอย่างอ้อยอิ่ง ปีขาลทำทุกขั้นตอนอย่างแผ่วเบา เขารู้ดีว่ายิ่งช้านาน ฉันก็ยิ่งสั่นสะท้าน คลั่งไคล้
ตอนที่ริมฝีปากสีชมพูสดประทับบนเนินอก ฉันก็เผลอแอ่นกายเรียกร้องอย่างห้ามใจไม่ไหว มือบางของฉันสอดไปใต้เรือนผมของเขาและกดใบหน้านั้นให้แนบชิดกับทรวงอกตัวเอง ปีขาลจึงซุกไซ้และมอบสัมผัสเร่าร้อนทั้งๆ ที่เขายังไม่ยอมถอดเสื้อฉันออก!
“นี่...”
เป็นฉันอีกแล้วที่ร้องขอ บ้าชะมัด เขาทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง!
“ใจเย็น” ปีขาลพูดอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้น แต่นั่นไม่ได้ทำให้ฉันใจเย็นขึ้นมาได้อย่างที่เขาพูดสักนิด ฉันขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง และเพราะแบบนั้นปีขาลจึงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ผละออกจากทรวงอกอวบอิ่มและมอบจุมพิตบนเรียวคิ้วหนาของฉันแทน
จุมพิตอ่อนโยนบนหว่างคิ้วทำให้ปมที่พันขมวดคลายออกอย่างว่าง่าย ก่อนที่ปีขาลจะค่อยๆ เลื่อนไล้ต่ำลง สัมผัสปลายจมูกโด่งมน แตะข้างแก้มเพื่อทิ้งรอยจูบเอาไว้ ก่อนทาบลงบนเรียวปากเพียงบางเบา ขบเม้มหยอกล้ออีกครั้ง ขณะที่ฝ่ามือหนาก็เริ่มสอดเข้ามาใต้เสื้อของฉัน และจัดการปลดตะขอเสื้อในอย่างช่ำชอง
พอตะขอชั้นในถูกปลด ทรวงอกอวบอิ่มที่ถูกรั้งไว้แต่แรกก็ราวตื่นตัวโหยหา มือแกร่งเริ่มซุกซนทั้งที่ปลายนิ้วของเขายังสั่นไหว ปีขาลแตะสัมผัสลงมาอย่างแผ่วเบาตั้งแต่ตอนที่ถอดเสื้อและชั้นใจของฉันออก รวมถึงตอนที่ฝ่ามืออบอุ่นวางทาบลงบนทรวงอก ค่อยๆ บีบเคล้นแตะสัมผัสวนไล้ตรงยอดอก ฉันก็เห็นได้ชัดเลยว่าเขาลอบกลืนน้ำลายลงคอ
เป็นเขาบ้างล่ะที่ร้องขอด้วยความทนไม่ไหว อย่างยิ่งตอนที่ฉันแกล้งขยับบดเบียดจนทรวงอกเต่งตูมแนบชิดกับใบหน้าเขา แต่กลับถูกเอาคืนด้วยการโลมเลียยอดอก พลางดูดดึง ขบเม้มลงมาอย่างไม่ปรานี!
และราวกับว่านั่นเป็นสัญญาณเตือน เพราะหลังจากหยอกล้อทรวงอกของฉันจนพึงพอใจแล้ว ปีขาลก็ลากต่ำลงเรื่อยๆ เขาจุมพิตไปทั่วร่างกายฉัน กดจูบขบกัดลงบนหน้าท้องแบนราบจนฉันคิดว่าคงมีรอยแดงผุดปรายไปทั่ว จนในที่สุด เรียวปากเร่าร้อนก็หยุดอยู่ตรงขอบกางเกง!
วันนี้ฉันสวมกางเกงขาสั้น เป็นเรื่องง่ายมากหากจะถอดมันออก ปีขาลเพียงแค่ใช้ริมฝีปากกัดกระดุมและรูดซิปลงมาแผ่วเบา สองมือของเขาลูบไล้อยู่ที่ต้นขาฉัน ก่อนค่อยละไล่มายังสะโพก ออกแรงเพียงน้อยนิดให้ฉันยกบั้นท้ายขึ้นและจัดการถอดกางเกงขาสั้นของฉันออกมาอย่างง่ายดาย
ปีขาลไม่ได้ถอดกางเกงชั้นในของฉันออกมาด้วย แต่นั่นล่ะที่ทำให้เขายิ่งร้ายกาจ! เพราะริมฝีปากที่ในตอนนี้ร้อนจัดกำลังขบกัดและดูดดึงผิวเนื้ออ่อนบางภายใต้กางเกงชั้นในตัวจิ๋ว
สัมผัสนั้นชวนให้เรียกร้อง ถวิลหา และฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถอดทนต่อไปได้อีกแม้สักวินาที โดยเฉพาะตอนที่เรียวปากซุกซนหยุดนิ่งอยู่ตรงแก่นกลางแห่งเรือนกาย และขบเม้มลงมาอย่างจงใจ!
“อื้อ…”
ฉันเผลอร้องตอนที่ปีขาลยั่วเย้า แต่มันไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่คิดหรอก เป็นความเสียวซ่านต่างหากที่เกิดขึ้นจากสัมผัสของเขา ปีขาลไม่ได้หยุดการกระทำของตัวเองด้วย ยิ่งฉันร้อง ยิ่งฉันดิ้น เขาก็รู้ว่าฉันกำลังต้องการ!
และใช่! ฉันกำลังต้องการเขา ต้องการจนแทบจะทนไม่ไหวแล้วด้วย!
ร่างกายของฉันดิ้นเร่า สองมือปะป่ายไปทั่ว ฉันโหยหาเขา ต้องการสัมผัสจากเขา ปีขาลเองก็รับรู้ เขาจึงขบเม้มแรงขึ้น และหยอกล้อทั้งที่ยังมีผ้าผืนบางขวางกั้น มือข้างหนึ่งของเขาจับขาฉันพาดบ่าก่อนค่อยลูบไล้บั้นท้ายบางเบาให้เย้ายวนความรู้สึกไปในตัว
แต่ให้ตายเถอะ! ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว!
“ปีขาล...”
เป็นฉันที่วิงวอนอย่างไร้ความเขินอาย ใบหน้าเห่อร้อนและไม่กล้าลืมตามองอีกฝ่ายที่ยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง ดิ้นเร่าจนในที่สุดคนตัวสูงที่รุกรานฉันอย่างหนักหน่วงก็ผ่อนลง
ปีขาลเลื่อนมาจุมพิตฉันอีกครั้ง คราวนี้มันเต็มไปด้วยความหนักหน่วงและรุนแรงจนแม้แต่ฉันเองก็ควบคุมไม่อยู่ ฉันเป็นฝ่ายถอดเสื้อเขาออกด้วยตัวเอง พอท่อนบนเปลือยเปล่าฉันก็ลูบไล้เขาราวกับต้องการที่พึ่ง จวบจนมือบางเลื่อนไปทีกางเกงขายาวของเขา ปีขาลก็ถอนจูบออกและมองสบเข้ามาในดวงตาสั่นเทิ้มของฉัน
“บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้เมา”
น้ำเสียงแหบพร่าเย้ายวนเอ่ยขึ้น ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอและเอ่ยบอกเขาเช่นกัน
“รู้แล้ว” เสียงฉันสั่นไหวจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง “ไม่ได้เมาเหมือนกัน”
ปีขาลโน้มใบหน้ามาจุมพิตฉันอีก คราวนี้มันแผ่วเบา นุ่มนวล เหมือนตอนละเลียดชิมฟองนมจากคาปูชิโนร้อนๆ ยังไงยังงั้น
“จิง”
ปีขาลแค่เรียกชื่อฉัน
แต่ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความวิงวอนนั้น ฉันรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร
“คบกับฉันนะ”
แต่เรื่องนั้นน่ะ...
“ฉันไม่คิดจะพาตัวเองไปเจ็บปวดอีกครั้งหรอก ในเมื่อนายก็เป็นคนประเภทเดียวกันกับธีร์”
“...”
ฉันพลั้งปาก แต่มันช่วยไม่ได้ที่ฉันไม่อาจยอมรับ ฉันยอมมีเซ็กซ์กับปีขาลนะ มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะตอนนี้ฉันไม่มีพันธะ แต่เขาคิดเหรอว่าการที่ฉันหลีกหนีจากผู้ชายประเภทนั้นมา จะยอมมาจมอยู่ในวังวนเดิมๆ ที่แค่เปลี่ยนจากธีร์เป็นปีขาลน่ะเหรอ...
ไม่มีทางหรอก
อีกฝ่ายชะงักไปเหมือนกัน ร่างสูงยืดแขนคร่อมร่างฉันและจ้องหน้าก่อนเอ่ยถามซ้ำ
“ถ้างั้น...”
“ก็แค่เซ็กซ์”
“เหรอ...”
“นายก็แค่อยากนอนกับฉันไม่ใช่หรือไง”
“...”
“...”
ฉันรู้สึกเหมือนตัดสินใจผิดพลาดที่พูดประโยคนั้นออกไป ถึงแม้จะคิดแบบนั้นจริงๆ ก็เถอะ เพราะจู่ๆ ปีขาลก็นิ่งไป ฉันสัมผัสได้ถึงกรุ่นไอแห่งความยะเยือกที่ถูกส่งผ่านมา
“...อืม”
ปีขาลตอบรับ แต่เขาไม่ได้ตอบฉันหรอก มันเหมือนกับว่าเขากำลังตอบรับกับตัวเองมากกว่า
แต่ดูเหมือนสิ่งที่ฉันคิดจะไม่ถูกต้องไปเสียหมด เพราะอย่างน้อยปีขาลที่ชะงักไปในทีแรกก็โน้มใบหน้าลงมาจุมพิตฉันอีกครั้ง เขาน่าจะเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว ปฐมบทแห่งความสัมพันธ์จึงดำเนินต่อด้วยรสจูบที่หนักหน่วง รุนแรง และเร่าร้อนยิ่งกว่าที่ผ่านมา
ปีขาลจูบฉันขณะที่ฝ่ามือแกร่งเลื่อนต่ำลงด้านล่าง เขาดึงรั้งกางเกงชั้นในและสอดปลายนิ้วมืออุ่นจัดลงไปโดยไม่ได้ถอดชั้นในออก จากนั้นปลายนิ้วก็ลูบสัมผัสกลีบดอกบัว กดบดขยี้โดยรอบก่อนวนไล้แก่นกลางเรือนกายจนน้ำหวานเยิ้มฉ่ำเอ่อปลายนิ้วเขา
เนื้อตัวของฉันสั่นระริก ฉันกำลังรอคอย... รอให้ปีขาลสอดแทรกแก่นกายลงมาแต่ทว่าเขายังไม่ยอมถอดกางเกงตัวเองออกเสียที ตอนที่มือบางของฉันเลื่อนไปแตะที่ขอบเอวและจงใจดึงยางยืดนั้นออก ฝ่ามือของเขาที่ฟอนเฟ้นทรวงอกฉันอยู่ก็ละมาห้ามไว้ ฉุดดึงกันจนปีขาลดึงมือออกจากกลีบดอกบัว และใช้มือข้างนั้นรั้งสองแขนฉันไพล่เหนือศีรษะ และเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัดจนฉันแทบกรี๊ด!
“ถ้าอย่างนั้น... เราก็หยุดแค่นี้เถอะ”
“!!!”
“เพราะฉันไม่ได้แค่อยากนอนกับเธอ”
พูดจบก็ผละออกจากร่างฉันทันที ปล่อยให้ฉันนอนเปลือยกายเหลือเพียงกางเกงชั้นในและค้างเติ่งอยู่กับห้วงอารมณ์ที่ราวกับถูกผลักลงนรกทั้งเป็น!
อะ... ไอ้ปีขาล! นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!
อย่างน้อยถ้าเขาคิดจะหยุดเพราะไม่พอใจในคำตอบฉัน ก็ควรจะยุติตั้งแต่ตอนที่เราคุยกันรู้เรื่องแล้วมั้ย! มาสานต่อให้ฉันอารมณ์ค้างจนถึงขีดสุด แล้วตัวเองก็หนีไปกลางคันแบบนี้เนี่ยนะ!!!
คนบ้าชัดๆ!!
