
บทย่อ
แฟนเลวๆ ทำให้ฉันกลายเป็นหมาบ้า ส่วนผู้ชายบ้าๆ ทำให้ฉันเป็นผู้หญิงเลว ฉันบอกเลิก 'ธีร์' เพราะถูกนอกใจ นอกกาย ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แต่นอกจากเขาจะไม่ยอมเลิกง่ายๆ แล้ว 'ปีขาล' ที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาก็ดันเข้ามาพัวพันทำให้เรื่องมันยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่ ฉันคิดว่าเขาก็แค่ต้องการร่างกายฉัน ซึ่งพอฉันยินยอม หมอนั่นกลับขอคบกับฉันอย่างจริงจัง แต่ทำไมฉันจะต้องคบกับผู้ชายที่นิสัยเหมือนแฟนเก่าตัวเองด้วยล่ะ ไม่มีวัน!
บทนำ
เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง แต่ความยุ่งเหยิงกำลังเริ่มต้น
01:15 AM
“จอดตรงนี้ค่ะ”
ฉันบอกคนขับแท็กซี่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับจ่ายค่าโดยสารและเปิดประตูลงจากรถทันทีโดยไม่รอรับเงินทอน พอลงมาได้ฉันก็ไม่รอช้า ถึงแม้จะไม่เคยมาที่นี่เลย แต่ป้ายไฟที่ส่องสว่างอยู่ในตอนนี้เป็นชื่อ PLAY Snooker ชัดเจนจนฉันมั่นใจ ฉันก้าวฉับไปตามทางเดินที่คับแคบเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นที่จอดรถสำหรับผู้มาใช้บริการไปแล้ว ในมือกำโทรศัพท์ไว้แน่น ความโมโหที่สะสมมาตลอดสองชั่วโมงทำให้ฉันกำลังระเบิด!
ยังไม่ทันเดินไปถึงประตู ร่างสูงคุ้นตาที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าก็หันมาเจอฉันเสียก่อน หมอนั่นกำลังสูบบุหรี่และคุยโทรศัพท์ แต่พอเห็นฉันเขาก็วางสาย ดีเหมือนกัน อย่างน้อยการเห็นเขาตรงนี้ ก็ทำให้ฉันมั่นใจว่าฉันมาถูก
“จิง?”
จิงคือชื่อเล่นของฉัน น่าแปลกที่เขาเอ่ยทักฉันก่อน ปกติหมอนี่ไม่ค่อยคุยกับฉันด้วยซ้ำ
“ธีร์อยู่ข้างในใช่มั้ย”
แต่ฉันไม่ได้ตอบคำถามเขา จะต้องตอบทำไม ก็ในเมื่อเห็นชัดอยู่แล้วว่าฉันคือจิง ฉันยืนอยู่ตรงนี้
แต่ทว่าหมอนั่นก็ไม่ตอบคำถามฉันเหมือนกัน ช่างเถอะ ฉันไม่ได้ถามเพื่อหวังคำตอบจากเขาอยู่แล้ว ฉันเลิกสนใจผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของธีร์ พลางเปิดประตูกระจกสีทึบที่ติดผ้าม่านด้านในซ้ำอีกจนปิดกั้นทุกการมองเห็นจากด้านนอก และทันทีที่บานประตูถูกเปิดออก ก็ราวกับว่าทุกสายตาจะจับจ้องมาที่ฉัน มันช่างแตกต่างจากทุกความรู้สึกที่ผ่านมาจริงๆ อย่างน้อยที่สุด การปรากฏตัวของฉันก็ไม่เคยสร้างบรรยากาศอึมครึมขนาดนี้เลย...
ฉันเคยสดใสร่าเริง ใบหน้าที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้ทุกสายตาจ้องมองฉันอย่างหื่นกระหาย ฉันดูเขินอายแต่ทว่ามีท่าทีเชิญชวนอย่างบริสุทธิ์ รอยยิ้มของฉันดูจริงใจแต่กลับเย้ายวน รูปร่างของฉันดูผอมบาง แต่กลับมีหน้าอก เอว สะโพกเด่นชัด ทุกอย่างในตัวฉันขัดแย้งกัน แต่ทว่านั่นคือเสน่ห์ที่ไม่มีใครต้านทานได้
แต่ตอนนี้มันกลับไม่เป็นแบบนั้น...
ฉันกลายเป็นผู้หญิงเศร้าหมอง ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์บ่อยครั้งบึ้งตึงจนไม่น่าเข้าใกล้ แววตาซุกซนกลับเซื่องซึมลงจนไม่มีราศี และคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ก็คือเขา!
เขาที่นั่งอยู่บนโซฟาสีแดงสด และกำลังจูบกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้!
ภาพตรงหน้าทำให้สติของฉันขาดผึง ทั้งๆ ที่คิดว่าจะมาคุยด้วยดีๆ ธีร์อาจมีเหตุผลที่ไม่ยอมรับสายที่ฉันคิดไปเองสารพัด แต่เปล่าเลย หมอนั่นแค่จงใจเลี่ยงวันครบรอบหนึ่งปีของเรา แล้วก็มาเลี้ยงฉลองสอบเสร็จกับกลุ่มเพื่อนที่โต๊ะสนุ้กฯ รวมถึงลากผู้หญิงมานั่งตักแล้วก็จูบกันอย่างดูดดื่มนั่นด้วย!
แล้วคิดว่าฉันจะอึ้งกับภาพตรงหน้าแล้วเดินร้องไห้กลับไปเฉยๆ งั้นเหรอ บอกเลยว่าไม่มีทาง!
ฉันเสยผมและถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด พอก้าวฉับไปหยุดอยู่ตรงหน้า ฉันก็กระชากเรือนผมยาวสีดำของผู้หญิงที่ฉันไม่รู้จักสักนิด แล้วก็ฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าเธอเต็มแรง!
“เขามีแฟนแล้ว!”
ฉันตะโกนบอกเสียงดังแข่งกับเสียงร้องโอดโอยของผู้หญิงคนดังกล่าว ก่อนจะหันกลับมาเล่นงานผู้ชายที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม และมองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“นี่มันหมายความว่าไง ธีร์” ฉันถามเขา “เหตุผลที่นายไม่รับโทรศัพท์ฉัน เพราะแบบนี้เหรอ”
“น่ารำคาญน่าจิง” เสียงทุ้มของเขาเอ่ยขึ้น “ถ้ามาแล้วโวยวายก็กลับไปเหอะ”
ฉันโกรธจนตัวสั่น สองมือกำหมัดแน่น คำพูดว่าเลวร้ายจนน่าหงุดหงิดแล้ว แต่ริมฝีปากที่เอ่ยออกมาเปรอะเปื้อนลิปสติกจากจูบเมื่อครู่ ก็ทำให้ฉันหงุดหงิดยิ่งกว่า
และเพราะแบบนั้นฉันจึงไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว สบตาเขาครู่เดียวแล้วก็ปรี่เข้าไปตบหน้าธีร์อย่างรุนแรงยิ่งกว่าการกระทำเมื่อครู่นี้อีก คนโดนตบหน้าร้องเสียงดังลั่น ธีร์โมโหจนปาไม้คิวในมือลงพื้น ฉันเพิ่งรู้ในตอนนี้ว่าเขาเมาด้วย กลิ่นแอลกอฮอล์ในกายเขาคละคลุ้งไปหมด
“อะไรวะจิง!”
ธีร์ตะโกนและเป็นฝ่ายปรี่เข้ามาใกล้ แต่ฉันกลัวเหรอ บอกเลยว่าไม่! ฉันรอการเผชิญหน้าอยู่แล้ว ถ้ามันถึงที่สุดก็แค่เลิกกัน
“เป็นบ้าเหรอ!”
“เออ เป็นบ้า!” ฉันตะโกนเสียงดังลั่น
และเพราะคำนั้น...
ใช่ ฉันเป็นบ้า ฉันก็เลยระบายอารมณ์ด้วยการทุบตีเขา ตบหน้าเขา จนธีร์ต้องคอยเบี่ยงตัวหลบและพยายามใช้สองมือคว้ามือฉันไว้เพื่อให้ฉันหยุด โทรศัพท์มือถือที่ฉันยัดใส่กระเป๋ากางเกงขาสั้นไว้ลวกๆ ร่วงลงมาตามแรงกระแทกจนหน้าจอแตก แต่ฉันยังคงดื้อดึง ฉันคงบ้าไปแล้วอย่างที่ธีร์พูดไว้จริงๆ
ฉันเจ็บ...
การถูกคนรักนอกใจ... นอกกาย... หลายต่อหลายครั้ง ทำให้หัวใจของฉันปวดร้าวจนทนไม่ไหว
ฉันควรพอกับวังวนนี้ได้หรือยัง...
“เลิกบ้าได้แล้วจิง!”
น้ำเสียงของธีร์ที่ตะโกนขึ้นอีกส่งผลให้ฉันกระตุกวูบไปครั้งหนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่นั้นจะจับข้อมือฉันไว้แน่นและใช้ช่วงเวลานี้สะบัดฉันออก ฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเซและล้มลงไปกองกับพื้น ธีร์ไม่ได้ตั้งใจหรอก เขาชะงักไปนิดหน่อยเลยล่ะ แต่แววตาของเขาก็ยังคงดุร้าย ความห่วงใยที่มีมันแสดงออกน้อยกว่าความโกรธเคืองเสียอีก
“อย่ากรี๊ดให้ได้ยินนะ”
ธีร์พูดอย่างรู้ทัน เพราะทุกครั้งที่ฉันตามไปอาละวาด ฉันมักจะกรีดร้องอย่างเอาแต่ใจ มันน่าอายฉันรู้ แต่ฉันมีวิธีระบายอารมณ์ที่ดีกว่านี้เหรอ
ฉันเป็นบ้ายังไงล่ะ...
แฟนเลวๆ ทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงบ้า
แล้วฉันต้องเป็นบ้าไปถึงเมื่อไหร่ พอได้หรือยังจิง เธอควรเอาตัวเองออกไปจากจุดนี้เสียที!
ฉันลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง ธีร์ทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาใกล้ แต่เป็นฉันเองที่ถอยหนี
“โอเค...” ฉันบอก “ฉันเหนื่อยที่จะเป็นบ้าแล้ว”
“พูดอะไรอีก”
“เลิกกัน”
“อะไร”
ธีร์ถามเหมือนไม่ได้ยิน ทั้งๆ ที่เขาได้ยินมันชัดเจน
“พูดบ้าอะไร”
“เลิกกันเถอะ”
“กลับไปคุยกันที่ห้อง”
ธีร์โมโหขึ้นมาทันที เขาเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ฉันขู่ว่าจะเลิก แต่คราวนี้ธีร์น่าจะรู้ว่าฉันเอาจริงถึงได้เดินเข้ามาคว้าข้อมือฉันไว้แล้วพยายามดึงฉันออกจากสถานที่แห่งนี้ แต่ฉันขืนตัวไว้พลางสะบัดออกอย่างรุนแรงจนร่างกายที่อ่อนล้าถึงกับเซถลาจนเกือบล้มลงไปอีกรอบ
โชคดีที่คราวนี้แผ่นหลังของฉันมีร่างสูงของใครอีกคนเป็นกำแพงช่วยพยุงไว้ เหลือบมองด้วยหางตาก็พบว่าเป็นปีขาล... ผู้ชายที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงหน้าประตูในทีแรก
ผู้ชายที่เป็นเพื่อนสนิทของธีร์
ผู้ชายที่นิสัยเหมือนธีร์แทบจะทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง
“มึงพอได้แล้ว”
แล้วก็เป็นปีขาลที่เอ่ยขึ้น สิ่งเดียวที่เขาแตกต่างจากธีร์อย่างชัดเจนก็คงเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่ากลัวนี่ล่ะมั้ง
“ผู้หญิงเขาจะเลิก”
“เรื่องของผัวเมีย มึงไม่ต้องยุ่ง” ธีร์พูดขณะเอื้อมมือออกมาอีก
แน่นอนว่าฉันสะบัดออก ตั้งใจจะเดินหนีออกมาเลยด้วยซ้ำเพราะคงคุยต่อไปไม่รู้เรื่อง
แต่ทว่าน้ำเสียงเย็นชาที่อยู่ด้านหลังฉัน กลับเอ่ยประโยคที่แม้แต่ฉันหรือธีร์เองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน!
“ถ้าจิงขอเลิก มึงก็เป็นแค่ผัวเก่านะ”
“...”
“ดูแลเธอให้ดีไม่ได้ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกูซักที”
นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรอีกเนี่ย!
