2 ห้ามไม่ได้หรอก
ห้ามไม่ได้... ไม่ได้จริงๆ
โดยเฉพาะตอนที่ฉันกับเขา ซึ่งแนะนำตัวในตอนหลังว่าชื่อ ‘ธีร์’ หรือชื่อจริงๆ ว่า ‘ธิปก’ คุยกันถูกคอและอยากไปสานสัมพันธ์ต่อที่อื่น ฉันส่งข้อความไปบอกรัชชุว่าเมามากแล้วขอตัวกลับก่อน แต่มันที่หายหัวไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ กลับตอบมาว่าฉันไม่ได้เมา! รู้ดีสมกับเป็นเพื่อนสนิท แต่ช่างสิ ใครสนกันล่ะ ฉันไม่ได้เมาจริงๆ นั่นแหละ แต่แกล้งทำเป็นมึนหัวจนนั่งหลังตรงไม่ได้ต้องเอนซบคนข้างๆ มันก็เป็นการอ่อยที่แนบเนียนไม่ใช่เหรอ
“จิงไหวไหม” ธีร์เอ่ยถามตอนที่ประคองร่างฉันออกจากร้าน ฉันพยักหน้ารับก็เพราะไหวจริงๆ แต่ธีร์กลับหัวเราะ “ไหวยังไง จิงเดินยังไม่ตรงเลย”
ถ้ารัชชุอยู่ตรงนี้ คงได้ยินคำว่า ‘ตอแหลไง’ ลอยมาเลยล่ะ เพราะฉันทำเป็นเดินเซไปเซมา เอียงไปหาคนที่โอบไหล่ฉันไว้ให้ร่างกายของเราแนบชิดเข้าไปอีก มือข้างหนึ่งของฉันสอดไปด้านหลังเพื่อเกาะเอวเขาไว้ด้วย เพราะแบบนั้นธีร์จึงกระชับร่างฉันแน่นขึ้น ตอนนี้เราใกล้กันขนาดที่ฉันได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นเลยล่ะ
ตอนที่ออกมาถึงหน้าร้าน ฉันก็เป็นฝ่ายบอกธีร์ก่อนว่าไม่ได้เอารถมา เพราะรู้ตัวว่าต้องเมาแน่ๆ ส่วนธีร์เองก็เช่นกัน มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อย่างน้อยก็รณรงค์เมาไม่ขับไง
“งั้นธีร์ช่วยเรียกแท็กซี่ให้จิงหน่อยนะ”
ฉันใช้สายตาแบบลูกแมวร้องขออาหารจ้องมองคนตัวสูงที่โอบร่างฉันไว้แน่น ธีร์มองฉันยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยถามต่อ “ให้ธีร์บอกแท็กซี่ว่าไปไหนเหรอ”
คราวนี้ฉันไม่ตอบ แสร้งอมยิ้มเขินอายอย่างเชิญชวน ธีร์เข้าใจเจตนานั้นโดยง่าย เขาไม่ได้ถามอะไรต่ออีก และตอนที่แท็กซี่จอดรับเราทั้งคู่ ธีร์ก็บอกปลายทางเป็นชื่อคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ฉันเดาว่าน่าจะเป็นห้องเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก ระยะทางไม่เกินสิบกิโลเมตร รวมยูเทิร์นสองรอบก็ใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาที แต่ทว่ากลับยาวนานในความรู้สึก...
มันเริ่มจากการที่ธีร์จับมือฉันพร้อมกับใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปมา ฉันรู้พอๆ กับที่ธีร์เองก็รู้ว่านั่นคือคำขอแรก แน่นอนว่าฉันไม่คิดจะปฏิเสธ จากนั้นฝ่ามือหนาที่ร้อนจัดของเขาก็เปลี่ยนมาวางทาบลงบนต้นขาของฉันอย่างแผ่วเบา ก่อนค่อยลูบไล้อ้อยอิ่ง... เชื่องช้า... ราวกับจงใจปลุกเร้าอารมณ์
ธีร์ร้ายกาจอย่างที่คิด แต่เขาก็สุภาพมากพอที่จะไม่ประเจิดประเจ้อขณะที่เราทั้งคู่อยู่บนรถแท็กซี่ เขาแค่กำลังเกริ่นนำ การกระทำของเขาบ่งบอกเป็นนัยว่าเขาจะไม่พลาดเรื่องคืนนี้
แน่นอน... ฉันก็จะไม่พลาดเหมือนกัน
เพราะแบบนั้น ในตอนที่ลงจากแท็กซี่และพาตัวเองมายังชั้น 17 ได้ ทันทีที่กดรหัสประตูห้องและก้าวไปด้านใน ยังไม่ทันจะผลักบานประตูให้ปิดลงด้วยซ้ำ ร่างสูงที่อดทนรอมานานก็ดันร่างฉันจนแผ่นหลังติดผนังและทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็ว!
จุมพิตของเขาร้อนแรงและนำพาให้สติของฉันขาดผึง ทั้งๆ ที่คิดว่าควรจะประคองเกมเอาไว้ให้ได้ หรืออย่างน้อยฉันก็ต้องเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง แต่กลับทำได้แค่โอนอ่อนตามจูบของเขาเท่านั้น ตอนที่ปลายลิ้นอุ่นร้อนนั้นตวัดรัวลงมา ก็ราวกับจะดูดกลืนจิตวิญญาณของฉันออกไปด้วย บ้าชะมัด นี่ไม่ใช่จูบแรก! และฉันเองก็ช่ำชองกับมัน แต่บอกได้เลยว่าจูบของธีร์ทำให้ฉันหลอมละลายจนไม่เป็นตัวของตัวเอง
มันเหมือนเกลียวคลื่นที่ถาโถมจนตั้งตัวไม่ทัน เหมือนอันตรายแต่กลับลุ่มลึกจนน่าค้นหา จูบของธีร์เดี๋ยวรุนแรงเร่าร้อน แต่อีกเดี๋ยวก็ผ่อนปรนอย่างอ่อนโยน เป็นจูบที่ไม่มีซักวินาทีที่ฉันอยากจะผละออก มีแต่จะร่ำร้อง และรอคอยให้เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างโหยหา
ธีร์จูบฉันขณะที่ค่อยๆ พาเราทั้งคู่ไปยังห้องนอนที่อยู่ด้านใน เขาไม่ได้ปิดประตูไว้แต่แรก เพราะงั้นธีร์จึงไม่ต้องปล่อยมือที่โอบกอดฉันไว้ตั้งแต่ต้น ฝ่ามือหนาของเขาลูบไล้ที่ช่วงเอวฉัน ส่วนอีกข้างก็สอดเข้ามาใต้ชายกระโปรงและค่อยๆ ลูบไล้บั้นท้ายกลมกลึงของฉันแผ่วเบา และโดยไม่รู้สึกตัว แผ่นหลังของฉันก็แนบชิดฟูกนิ่มเสียแล้ว นั่นเป็นครั้งแรกที่ธีร์ถอนจูบออก ดวงตาหยาดเยิ้มเพราะแอลกอฮอล์และไฟราคะทำให้เขาดูเย้ายวนและมีเสน่ห์มากขึ้นอีกเท่าตัว ธีร์ในตอนนี้หน้าแดงก่ำ เขาดูเหมือนเด็กน้อยขี้อายทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เขาน่ะตัวอันตรายชัดๆ
“ธีร์ชอบจิงนะ”
น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบขึ้นใกล้ๆ ใบหู ก่อนที่ริมฝีปากสีสวยจะขบเม้มลงมาคลอเคลียและลากไล้ต่ำลงไปยังลำคอระหง เขาค่อยๆ จุมพิตนุ่มนวล เพียงใช้ริมฝีปากแตะสัมผัสผิวเนื้อของฉัน แต่กลับปลุกเร้าอารมณ์จนร่างกายของฉันสั่นสะท้านไปหมด
อาจเพราะฉันสวมเพียงเสื้อยืดรัดรูป มันจึงไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยกับการที่ธีร์จะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวคอเสื้อลงมา ก่อนค่อยใช้ริมฝีปากและปลายลิ้นร้อนจัดประทับลงไปบนเนินอก อ้อ... และเพราะฉันโนบรา ธีร์จึงไม่ต้องจัดการอะไรที่มันขวางกั้นจนอาจทำให้เสียเวลาทั้งสิ้น
“สุดยอด” ธีร์กระซิบออกมาอีก ฉันเดาได้เลยว่าเขากำลังคลั่งไคล้ทรวงอกของฉัน “ไม่รู้เลยว่าจิงโนบรา”
“ทำไมเหรอ” ฉันแกล้งถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว
ฉันเป็นคนหน้าอกใหญ่ แต่มันไม่ได้หย่อนคล้อยอย่างที่ควรจะเป็น ฉันไม่ได้เสริมด้วยนะ แต่คิดว่าฉันคงออกกำลังกายเยอะจนทำให้ทรวงอกกระชับและได้รูปทรงที่สวยงามล่ะมั้ง
“หน้าอกจิงสวยมากอะ” น้ำเสียงของธีร์สั่นไหวพร้อมๆ กับที่ฝ่ามือเลื่อนลงมาสัมผัสทรวงอกของฉันและเคล้นคลึงแผ่วเบาโดยไม่มีอะไรขวางกั้นอยู่ เสื้อยืดของฉันถูกดึงขึ้นมาตอนไหนนะ...
แล้วความคิดไร้สาระของฉันก็ถูกฉุดดึงออกไปในตอนที่จู่ๆ ริมฝีปากของธีร์ขบกัดลงมาบนทรวงอก สัมผัสนั้นไม่ได้รุนแรง เพียงแต่ฉันตั้งตัวไม่ทัน และพอฉันเผลอสะดุ้งธีร์จึงเงยหน้ามอง และมันก็ช่วยไม่ได้ที่ฉันต้องปล่อยเลยตามเลย รับบทเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา เขินอายที่มีผู้ชายกำลังใช้ปลายลิ้นหยอกล้อบนยอดทรวงอกราวกับไม่เคยมาก่อน และท่าทีของฉันคงแนบเนียนมากเลยมั้ง เพราะธีร์ยิ้ม... มันเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน และแววตาที่เย้ายวนคู่นั้นก็มองฉันอย่างเอ็นดู
แต่ถึงอย่างนั้นธีร์ก็ไม่ได้หยุด เขายังคงตวัดปลายลิ้นระรัวราวกับกำลังดูดกลืนความหอมหวานที่น่าหลงใหล มือข้างหนึ่งของเขาฟอนเฟ้นหน้าอกของฉันไปด้วย มันไม่ได้รุนแรง แต่กลับแผ่วเบา เนิบช้า จนร่างของฉันสั่นระริกและกำลังทนไม่ไหว...
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ค่อยๆ สอดฝ่ามือลงไปบนท้ายทอยของธีร์ กระชับเรือนผมสีดำสนิทไว้ในอุ้งมือและใช้แรงน้อยนิดผลักดันร่างสูงที่คร่อมกายฉันอยู่ในตอนนี้ให้แนบชิดเข้ามาอีก เสื้อยืดของฉันถูกถอดออกไปแล้ว ธีร์กำลังปลดกระดุมเสื้อของเขาเช่นกัน แผ่นอกกว้างของเขาแนบสนิทอยู่บนกายฉัน ตอนที่ผิวเนื้ออุ่นร้อนสัมผัสกัน ธีร์ก็บดเบียด ขยับตัวขึ้นลงทั้งๆ ที่ท่อนล่างของเราทั้งคู่ยังคงเดิม
ฉันชอบตอนที่ธีร์สัมผัสฉันนะ ทั้งตอนที่ฝ่ามือหนาลูบไล้ที่ช่วงเอว ทรวงอก หรือแม้กระทั่งต้นขา มันก็ทำให้ฉันรู้สึกโหยหาร้อนแรงไปหมด เขารู้จักเล้าโลมมากกว่ารุกรานอย่างเอาแต่ใจ มันเป็นนิสัยของผู้ชายที่ดีที่อย่างน้อยก็สนใจอีกฝ่ายมากกว่าความต้องการของตัวเอง
ครู่เดียวกระโปรงสั้นสีดำของฉันก็ถูกปลดออก ส่วนธีร์... เขาสวมกางเกงยีนที่ค่อนข้างจะถอดยากไปนิดแต่ฉันก็ช่วยเขาอยู่เหมือนกัน ฉันเป็นคนรูปซิปเขาเองกับมือ และจงใจใช้ฝ่ามือบางสัมผัสลงบนบ็อกเซอร์นั่นด้วย เพราะแบบนั้น ธีร์ที่ยิ้มกรุ้มกริ่มจึงจับมือฉันให้สอดเข้าไปด้านในแทนที่จะสัมผัสเพียงด้านนอก ตอนที่ฝ่ามือบางของฉันแตะต้องผิวกายส่วนลึกของเขา คนตัวสูงที่แข็งแกร่งก็เผลอส่งเสียงคราง หายใจหอบ และกลืนน้ำลายลงคอไม่ต่างกัน
และฉันไม่ได้ทำเพียงแค่สัมผัสเฉยๆ แต่กำลังเลื่อนไล้ขึ้นลงเชื่องช้าอย่างเป็นจังหวะ ส่งผลให้กายแกร่งบิดเร่า สองแขนที่ค้ำคร่อมร่างฉันไว้ถึงกับทรุดลงมาและประทับจูบที่ร้อนแรงในทันที
จูบครั้งนี้ของธีร์ค่อนข้างดุดัน แต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนฉันทนไม่ไหว ริมฝีปากนุ่มหยุ่นเบียดชิดจนรสสัมผัสนั้นตราตรึง ปลายลิ้นสากที่ร้อนจัดก็ตวัดรัวไปทั่ว ทั้งดูดดึงและชิมความหอมหวานราวกับจะไม่ให้หลงเหลือไว้ เขายังเป็นเลิศในการเล้าโลม เพราะขณะที่จูบฉัน ฝ่ามือทั้งสองข้างก็บีบเคล้นทรวงอกและสัมผัสผิวกายของฉันไปด้วย ทุกครั้งที่ฝ่ามือร้อนแรงแตะต้องมา ร่างกายฉันก็สั่นสะท้าน พอๆ กับธีร์ที่สั่นไหวในยามที่ฝ่ามือของฉันสัมผัสแก่นกายเขา
ในที่สุดกางเกงยีนและบ็อกเซอร์ตัวนั้นก็ถูกถอดออกด้วยฝีมือฉัน เขาเปลือยกายก่อนฉันเสียอีก และในขณะที่ธีร์จะเลื่อนฝ่ามือลงมาถอดชั้นในตัวจิ๋วซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้าย ก็เป็นฉันเองที่ขัดขึ้น
“มีถุงยางหรือเปล่า” ฉันถามตรงไปตรงมาและจ้องหน้าเขา
ธีร์ยิ้ม และครางรับเสียงเบา “อืม”
ตอนที่เขาเอ่ยตอบ มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปยังโต๊ะข้างเตียง เปิดลิ้นชักอย่างคุ้นเคยและหยิบกล่องถุงยางมาโดยไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ เขาจูบฉันอีกครั้งขณะที่ใช้มือเพียงข้างเดียวฉีกซองและจัดการอะไรต่อมิอะไรอย่างช่ำชอง และหลังจากนั้น... เพียงแค่ครู่เดียวที่เขาโน้มตัวลงมา บดเบียด เล้าโลมแนบชิด ใช้ผิวกายแตะสัมผัสจนแทบไม่มีช่องว่าง ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่แก่นกายของเขาสอดแทรกลงมาในกายฉันอย่างอ่อนโยน ก่อนค่อยขยับสะโพกไปตามจังหวะอย่างมีชั้นเชิง
สัมผัสนั้นวาบหวิวล้ำลึก มันเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจถอนตัวได้ ธีร์เก่งกาจในเรื่องของการปลุกเร้าอารมณ์ เขารู้จักวิธีการที่จะทำให้ผู้หญิงทุกคนตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขาโดยไม่อาจปฏิเสธได้ เขาร้องขอด้วยสายตา วิงวอนด้วยเสียงหอบหายใจ และโดยไม่ต้องพูดอะไรสักคำ ฉันเชื่อว่าผู้หญิงจะตกเป็นของเขาและไม่มีวันหลุดพ้น...
ผู้ชายอันตรายเป็นแบบนี้เอง...
