บท
ตั้งค่า

3 ธิปก

“แล้ว...?”

“ธีร์ก็มาส่งตอนเช้า”

“โอ๊ย! อีจิง!” รัชชุตะโกนลั่นจนฉันต้องตำหนิด้วยสายตา ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในร้านอาหาร นังเพื่อนตัวดีดันลืมที่ชาร์จแบตมือถือไว้ที่ห้องฉัน เดือดร้อนต้องเอามาส่งแถมยังต้องมานั่งเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟังอีกต่างหาก “ฉันอยากรู้ว่าแกตอบตกลงเหรอ ถามจริง? เรื่องจริงน่ะนะ?”

“ก็.. อืม”

“ฉันคิดว่าแกสองคนแค่จะกินกันเฉยๆ แต่พระเจ้า... จริงจังซะงั้น” รัชชุใช้สองมือปิดปาก ทำท่าทางตกตะลึงที่ฉันมองว่าเล่นใหญ่เกินไปนิด

กับอีแค่ฉันตอบตกลงที่จะคบกับธีร์ ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันเมื่อวาน แล้วก็มีอะไรกันแค่คืนเดียว แต่ไม่ใช่ครั้งเดียวนั่นน่ะ 

แต่มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกนี่นา การจะพบคนที่ถูกใจมากๆ แถมเรายังเข้ากันดีในเรื่องอย่างว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตัดสินใจยากเย็นซะหน่อย ถึงใครจะมองว่าเร็วไป หรือความสัมพันธ์นั้นอาจไม่จริงจังก็ช่างสิ ฉันเองก็ไม่ได้คิดว่าคนเราจะคบกันได้ยืดยาวอยู่แล้ว ฉันไม่เคยคบกับใครนานเกินสามเดือนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ต่างฝ่ายต่างเบื่อกันไปเอง ก็ไปเจอคนใหม่กันทั้งคู่นั่นล่ะ

กับธีร์... ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไร เขาเจ้าชู้จะตาย เจอกันครั้งเดียวยังรุกฉันขนาดนั้น แต่มันก็น่าประหลาดใจนิดหน่อยที่หลังจากเราทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ธีร์ก็ดูเหมือนจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เขาสารภาพว่าหลงใหลภาพลักษณ์ที่ดูไร้เดียงสาของฉัน ซึ่งขัดกับความเร่าร้อนที่เกิดขึ้นบนเตียง เขาชอบเวลาที่ฉันยิ้มและทัดผมอย่างเขินอาย แต่กลับเป็นฝ่ายพลิกร่างเขาให้ล้มตัวลงนอนก่อนที่ฉันจะคร่อมร่างเขาและจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ตอนที่เรือนกายของฉันโยกเย้าไปมาอยู่บนร่างเขา ธีร์ก็เอาแต่จ้องฉันไม่หยุด ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาหลงเสน่ห์ฉันที่สุด กลับเป็นตอนที่ฉันเหนื่อยอ่อน ล้มนอนข้างกายเขาและจ้องมองดวงตาเจ้าเล่ห์ด้วยแววตาใสซื่อนั่นต่างหาก

ตอนนั้นฉันก็แค่เหนื่อย ระหว่างเรามันยาวนานมากในแบบที่ฉันคิดว่าไม่เคยใช้เวลากับใครนานเท่านี้มาก่อนเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าสนุกมาก! ธีร์เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี เขามีจังหวะในการดึงรั้งให้ฉันเผลอไผล และผลักไสฉันเพื่อให้โหยหา ซึ่งพอเหนื่อยล้าจนฉันต้องพักนอน ธีร์ก็เอาแต่ใช้ปลายนิ้วเขี่ยแก้มฉันไปมา แล้วก็บอกว่าฉันน่ารัก ฉันรู้ว่าเขาชมเพื่อจะสานต่อ แต่พอเถอะ ฉันเหนื่อยจนอยากนอนใจจะขาด ก็เลยแสร้งทำเป็นหัวเราะตอนที่เขาพยายามแทรกกายลงมาในผ้านวมผืนใหญ่ และขัดขวางโดยการใช้ผ้านวมผืนนั้นห่อลำตัวของตัวเองไว้เหมือนแยมโรลหนาๆ จนธีร์ไม่สามารถแตะต้องผิวกายฉันได้เลย ธีร์ยกมือยอมแพ้ แต่กลับโอบกอดฉันที่ถูกพันผ้าไว้ราวกับกอดหมอนข้าง แล้วก็เริ่มจุมพิตลงมาแผ่วเบาจนฉันหวั่นไหว

ริมฝีปากเขาไม่ได้แตะสัมผัสกายฉันสักนิด เขากำลังแตะผืนผ้าต่างหาก แต่ทว่ามันเป็นตำแหน่งเนินอก ค่อยๆ ลากไล้ต่ำลงมาเป็นหน้าท้อง และต่ำลงไปอีกจนถึงจุดนั้น...

จุมพิตแผ่วเบาผ่านผ้าผืนหนา มันไม่สามารถส่งผ่านสัมผัสใดๆ ได้เลยด้วยซ้ำ แต่เชื่อไหมว่าเขากลับทำให้ฉันรู้สึกราวกับถูกกลืนกินโดยปราศจากสิ่งใดปิดกั้น ราวกับว่าฉันนอนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าเขา อย่างยิ่งตอนที่ธีร์พยายามทำทุกอย่างให้ช้าลง ซุกไซ้กดใบหน้าลงมาอย่างอ้อยอิ่ง นั่นล่ะ... ที่ทำให้ฉันเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง

แล้วเรื่องของเราก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ในตอนสุดท้าย ธีร์ที่หายใจเหนื่อยหอบก็ทาบทับลงมาบนเรือนกายฉัน ปล่อยให้เนื้อตัวสัมผัสกันแนบชิด ริมฝีปากที่ครั้งหนึ่งเร่าร้อนแทบแผดเผาวิญญาณ ก็กระซิบบอกฉันเสียงเบา

‘ธีร์ชอบจิง...’

‘ชอบมากๆ เลย’

‘เรา... คบกันมั้ย’

แน่นอน... ฉันตอบตกลง มันไม่มีอะไรเสียหายในความสัมพันธ์ของเราอยู่แล้ว ธีร์เป็นผู้ชายที่ดี ฉันหมายถึง... อย่างน้อยเขาก็มีรูปร่างหน้าตาที่ดี มีการศึกษา มีเงิน มีสังคมใกล้เคียงกัน เขาเพียบพร้อมทุกอย่าง ส่วนเรื่องนิสัยใจคอ ฉันมองว่าเราเรียนรู้กันได้

“เอาเหอะ อย่าไปจริงจังมากก็แล้วกัน” รัชชุเตือนอีก “เต็มที่ให้ไม่เกินสามเดือนอะ”

“น้อยจัง”

“สามเดือนก็นานสุดเท่าที่รู้จักกันมาแล้วโว้ย”

สามเดือน... ฉันกับรัชชุตั้งเป้าไว้เท่านั้น แต่เอาเข้าจริง ฉันกับธีร์ก็กลับคบกันยืดยาวมานานถึงครึ่งปี เราไม่ได้อยู่ด้วยกันก็จริง เพราะฉันก็มีคอนโดฯ ของฉัน ธีร์ก็มีคอนโดฯ ของธีร์ แต่เขามักจะมาที่ห้องฉันบ่อยๆ และทิ้งของใช้ส่วนตัวไว้ราวกับว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองของเขาไปแล้ว ธีร์อ้างว่าเขาอยากอยู่กับฉันตลอดเวลา และอีกอย่างที่นี่ก็เป็นคอนโดฯ เดียวกับปีขาลเพื่อนสนิทของเขาด้วย

พูดถึงปีขาล... ฉันไม่ได้สนิทกับเขาเท่าไหร่ หมอนั่นเป็นคนแบ่งเส้นกั้นระหว่างเราตั้งแต่ไม่ยอมให้ฉันหรือคนอื่นๆ เรียกว่า ‘เสือ’ ทั้งๆ ที่ธีร์เรียกชื่อนั้นได้ เขาเคยบอกว่าปีขาลเป็นทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง แต่ธีร์นั่นแหละที่อยากเรียกสั้นๆ และใช้ชื่อเสือที่เป็นคำแปลของปีขาลมาเรียก ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้อนุญาต จึงไม่มีใครกล้าเรียกเขาด้วยชื่อนั้น นอกจากคนที่สนิทๆ อย่างธีร์และกลุ่มเพื่อนของเขา

ถึงจะไม่ได้สนิทกันเท่าที่ควร แต่ฉันกับปีขาลก็อยู่คอนโดฯ ที่เดียวกัน แถมยังชั้นเดียวกันจึงบังเอิญเจอกันบ่อยๆ หมอนั่นควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเลยล่ะ ไม่ซ้ำขนาดที่ว่าถ้าเมื่อคืนเขาพาผู้หญิงกลับมาหนึ่งคน พอเช้าวันรุ่งขึ้นฉันก็จะเจอผู้หญิงอีกคนเดินออกมาจากห้องเขา แต่ปีขาลจะเจ้าชู้แค่ไหนมันก็เป็นเรื่องของเขา มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลย และก็คงจะไม่มีวันเกี่ยวข้องอะไรกัน จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งที่เราและคู่ควงของเขาบังเอิญเจอกันที่หน้าลิฟต์

บทสนทนากระเง้ากระงอดดังขึ้นเป็นระยะ ฉันพยายามไม่สนใจและไม่ได้หันไปมองพวกเขาด้วย แต่ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับพูดถึงชื่อของธีร์ซึ่งเป็นแฟนของฉัน

“รู้ปะ ตกลงเพื่อนมีนก็ไปนอนห้องเพื่อนปีขาลจริงๆ ด้วยล่ะ ที่ชื่อธีร์”

ฉันหันขวับตอนที่ได้ยืนชื่อนั้น ปีขาลจ้องฉันพอดี และเขาก็พยายามยุติบทสนทนาด้วยถ้อยคำเรียบง่าย

“ไม่รู้ เลิกพูดเหอะ ง่วง”

ฉันดูออกว่าเขากำลังพยายามเลี่ยง แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ระแคะระคายอะไรเลย ฉันมั่นใจว่าเธอไม่รู้จักฉัน รวมถึงไม่รู้ด้วยว่าผู้ชายที่เธอกำลังเอ่ยถึง ฉันซึ่งยืนอยู่ตรงนี้รู้จักเป็นอย่างดี

“เห็นบอกว่าธีร์ตามตื๊อตั้งนาน ขนาดกลับหอไปแล้วก็ยังขับรถตาม ทีแรกมีนนึกว่าสองคนนั้นจะไม่ลงเอยกันซะอีก ที่ไหนได้-”

“เงียบสักที” แล้วก็เป็นปีขาลที่พยายามขัดขึ้นอีก คราวนี้เขามองหน้าฉันแค่ครู่เดียว ส่วนฉันก็จ้องหน้าเขาไม่หยุดพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืนไปด้วย...

ธีร์ไม่ได้มาหาฉัน เขาบอกว่าอาทิตย์นี้มีสอบก็เลยนัดเพื่อนอ่านหนังสือ ปกติแล้วเขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ แต่ถ้าฟังจากบทสนทนาตอนนี้ ฉันมองว่ามีสิทธิ์เป็นไปได้ที่เขาจะโกหก

เพราะแบบนั้น จากเดิมที่แค่จะออกไปเดินเล่นในห้าง ฉันก็ตรงดิ่งไปที่ห้องของธีร์ ลึกๆ ฉันภาวนาให้เรื่องที่ได้ยินมาเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด แต่ทันทีที่มาถึงคอนโดฯ ของธีร์ ยังไม่ทันจะเข้าไปในห้อง ผู้หญิงคนหนึ่งก็เปิดประตูออกมาและเจอกับฉันเข้าอย่างจัง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินตามออกมาโดยที่ยังคุยโทรศัพท์ค้างไว้แบบนั้น

“เออ... กูวางละ”

ธีร์ตัดสายง่ายๆ และโดยไม่ต้องเอ่ยถามฉันก็รู้ว่าปลายสายคือใคร

ปีขาลสินะ...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel