CHAPTER 8
“มันยังไม่ไปอีกงั้นหรือ?”
“เขาจะไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ข้าให้เขามาอยู่ที่นี่กับพวกเราแล้ว”
สิงห์คำพูดตอบไปตามความจริง เขาไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไรทุกคนที่อยู่ที่นี่ แต่มันยังไม่มีโอกาสให้ได้พูดมากกว่า รังจะพูดแต่เรื่องก็เป็นอย่างนี้เสียก่อน ทุกคนต่างถูกสั่งให้ไปนั่งคุยกันต่อด้านในตัวบ้าน พอเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นก็คงไม่พ้นความเปลี่ยนไปของบ้านที่พวกเขาอยู่กันทุกวัน
“บ้านสะอาดเพียงนี้เป็นฝีมือของเธอหรือ?”
“อินเพียงปัดกวาดนิดหน่อยจ้ะ ไม่ได้ทำอะไรมาก”
เป็นขามที่เอ่ยถาม พอรู้ว่าอินธาราเป็นชายท้องได้คำพูดก็เปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน เพราะสิงห์คำมักปลูกฝังให้คนในแก๊งเข้าใจตรงกันว่าพวกเขาจะให้เกียรติเพศแม่ แต่งานนี้เหมือนว่าเทียนที่ไม่ค่อยชอบอินธารามากนักจะไม่เชื่อฟังเขามากเท่าไร
“กูตั้งใจจะบอกพวกมึง แต่ก็มีเรื่องกันเสียก่อน”
“งั้นเดี๋ยวอินออกไปรอด้านนอกก่อนนะจ๊ะ”
“ควรจะไปเสียนานแล้ว”
เทียนพูดต่อในทันทีที่อินธาราพูดจบ สำหรับอินที่เพิ่งเข้ามาก็คิดว่าพวกเขาคงจะอยากคุยกันเองก่อน เพราะคนแปลกที่แปลกหน้าในตอนนี้ก็เป็นตน แถมยังถูกพูดกระแทกกระทั้นจากคนที่ชื่อเทียนแล้วอีก มันทำให้อินธารารู้สึกไม่มั่นใจแล้วว่าตนเองจะอยู่ที่นี่ได้จริง ๆ หรือไม่
“ไม่ต้อง เธอเป็นคนที่นี่แล้ว จะต้องออกไปไหนเล่า”
“...!”
ระหว่างที่อินธารากำลังจะเดินออกไปเพราะคำพูดของเทียน สิงห์คำก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน ทุกคนที่นั่งอยู่ด้วยกันนับสิบชีวิตต่างเงียบเพราะเหมือนว่าที่นี่กำลังเกิดสงครามภายในอย่างไรอย่างนั้น และแน่นอนว่าคนที่แสดงท่าทางและสีหน้าไม่พอใจออกมาก็เป็นเทียนอีกเหมือนเดิม
เทียนไม่ชอบขี้หน้าของอินธาราเลยสักนิด ตั้งแต่เจอยันตอนนี้
“มานั่งข้างพี่เถิด”
“ขอบคุณจ้ะ”
เป็นเข้มที่เอ่ยบอกคนตัวเล็กพร้อมกับสร้างที่นั่งให้ด้วยเหมือนกัน หากไม่รีบพูดมีหวังได้อึดอัดกันไปมากกว่าเดิมเป็นแน่ อินเดินไปนั่งลงข้างระหว่างเข้มและขามที่อีกคนได้สร้างพื้นที่ไว้ให้นั่ง แต่พอได้มองหน้าสองคนนี้ใกล้ ๆ ก็เห็นถึงความเหมือนจนต้องสะดุดสายตามองค้างไปช่วงหนึ่ง
“เป็นอย่างที่กูได้เล่าให้พวกมึงฟังไปแล้วเมื่อคืน กูเลยรับอินเข้ามาอยู่ด้วยกับพวกเราที่นี่”
สิงห์คำมองไปทางอินธาราให้อีกคนได้แนะนำชื่อตัวเองต่อคนอื่น ๆ ที่หลังจากนี้จะได้อยู่ร่วมกันเป็นพี่น้องทั้งหมด
“สวัสดีจ้ะ ฉันชื่ออินธารา เรียกอินอย่างเดียวก็ได้จ้ะ ง่ายดี...”
“ชื่ออินงั้นหรือ เห็นสมแก่อินยิ่ง”
เป็นลูกน้องอีกคนที่เอ่ยขึ้นมาต่อชายหน้างามและทุกคนก็เห็นเป็นอย่างนั้น ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มแนะนำตัวให้อินรู้จักด้วยเหมือนกันเว้นเพียงเทียนผู้เดียว อินธาราทำได้เพียงยิ้มตอบเพราะรอให้สิงห์คำได้พูดต่อในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับตนเอง
“อินจะเข้ามาอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเทียนเรื่องครัวและทำความสะอาดบ้านเป็นหลัก ส่วนเอ็ง...เทียน...จะได้ไม่เหนื่อยมากหากต้องทำงานแล้วกลับบ้านมาทำกับข้าวให้พวกข้ากินอีก”
“เทียนไม่ลำบากเลย ไม่จำเป็นที่พี่สิงห์จะต้องหาคนมาช่วย เห็นทีจะเกะกะเสียมากกว่า”
สุดท้ายเทียนก็ยังเป็นเทียนเหมือนเดิม หากคนที่เข้ามาใหม่เป็นชายตัวโต ๆ เทียนคงไม่แสดงท่าทางแบบนี้ออกมา คนผู้นี้ไว้ใจไม่ได้ มีสิทธิ์สูงนักที่จะเข้ามาอ่อยพี่สิงห์ของตน
บรรยากาศเริ่มอึมครึมอีกครั้ง ทั้งเทียนและอินธารามองหน้ากันด้วยสายตาที่ต่างกันออกไป อินไม่รู้ว่าตนไปทำอะไรให้เขา ทั้งที่ก็เพิ่งเจอกันเมื่อวานเห็นจะได้ แต่อีกคนเหมือนไม่ชอบขี้หน้าอินมาเป็นชาติแล้ว
“อย่าพูดให้มากความไปเลย ข้าตัดสินใจแล้ว เห็นทีเอ็งน่าจะพอใจที่ตัวเองจะได้เหนื่อยน้อยลงนะ”
“จริงอย่างพี่สิงห์ว่า ให้พวกข้าได้เปลี่ยนรสชาติอาหารเสียบ้าง”
“...”
เทียนเริ่มไม่ชอบใจที่ใครต่อใครก็ต่างเห็นดีไปกันหมด แล้วเทียนผิดอะไรงั้นหรือ เขาแค่กลัว กลัวว่าจะเสียพี่สิงห์ให้แก่คนผู้นี้ไป คิดแล้วก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเฉย ๆ
“กินกับข้าวฝีมือฉันมาร่วมสิบปี แต่กลับอยากมาเปลี่ยนฝีมือกันวันนี้น่ะหรือ?”
“กูเหนื่อยมากพอแล้ว กูจะไปอาบน้ำ”
สิงห์คำพูดบอกต่อเพียงเท่านั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินหนีออกไปในทันที เทียนเป็นน้องที่ดีกับพวกเขามาโดยตลอด แต่กับเรื่องนี้เหตุใดจึงไม่ยอมอ่อนข้อให้ แม้จะรู้อยู่ในใจลึก ๆ แต่สิงห์ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเสียขึ้นมาหน่อย ๆ
หลังจากที่สิงห์คำลุกเดินออกจากตรงนี้ไปแล้ว ทุกคนก็เริ่มจะลุกออกไปแล้วด้วยเหมือนกัน อินธารารู้สึกไม่สบายใจที่เหมือนว่าตนจะเป็นต้นเหตุให้ต้องมีคนไม่พอใจที่อินเข้ามาอยู่ที่นี่
“ขอโทษจ้ะ อินอยากขอบคุณ”
“มีอะไรงั้นหรือ?”
เข้มหยุดเดินหน้าต่อเมื่อถูกพูดรั้งไว้จากคนตัวเล็กที่เพิ่งนั่งข้างกันไปเมื่อครู่ อินธารารู้มาว่าห้องที่ตนตื่นขึ้นมาเป็นห้องของเข้ม และเหมือนว่าห้องนั้นจะเป็นห้องของอินตลอดไปหลังจากนี้เพราะเขายอมสละห้องให้
“ขอบคุณที่ยกห้องนั้นให้อิน”
“ไม่เป็นไร พี่อยู่กับไอ้ขามได้ สบายใจเถอะหนา”
แม้จะพูดแบบนั้นแต่ก่อนที่จะเดินแยกกันออกไปอินธาราก็มิวายต้องขอบคุณเขาอีกรอบอยู่ดี การที่ต้องเสียสละห้องที่อยู่มาตลอดหลายปีให้กับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานนับว่าคงจะต้องเป็นคนที่ใจกว้างมากนัก
นัยน์ตากลมลอบมองหน้าห้องของสิงห์คำที่เขาเดินเข้าไปเมื่อครู่อย่างชั่งใจ ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกหรือจัดการอย่างไรดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ อินรู้ว่าเทียนไม่พอใจที่ตนย้ายเข้ามาอยู่ด้วย แต่หากไม่อยู่ที่นี่ คนไร้บ้านแบบอินธาราจะไปอยู่ที่ใดได้อีก
“ขอโทษจ้ะ คุณยังอยู่ด้านในหรือไม่?”
“...”
อินตัดสินใจเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องของเขา สิงห์คำบอกว่าอยากจะอาบน้ำให้ชื่นใจ แต่ที่นี่กับทุกห้องไม่ได้มีห้องน้ำส่วนตัวเหมือนเรือนของพวกฝรั่ง แต่อินที่สำรวจที่นี่ทั้งหมดแล้วก็เห็นว่ามีห้องน้ำที่อยู่หลังเรือนถึงสองห้องสำหรับรับรองคนสิบคนที่นี่ เขาเดินเข้าไปนานแล้วและไม่รู้ว่าคุณสิงห์นั้นเดินออกไปอาบน้ำตามที่พูดไว้แล้วหรือยัง
“สงสัยจะไปอาบน้ำแล้ว...” อินพูดขึ้นเสียงเบาอยู่คนเดียวหน้าห้องระหว่างคนที่ถูกเรียกถามเมื่อครู่กำลังเดินออกมาเปิดประตูดูคนที่มาเรียกตนเมื่อครู่ทั้งร่างกำยำไร้อาภรณ์ปิดกายท่อนบน
“มีอะไรหรือเธอ?”
“...”
อินธาราที่กำลังกลับไปเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็นรอท่าทุกคนก็หันกลับมาหาต้นเสียงที่พูดถาม ประตูที่ปิดไว้เปิดออกโดยเจ้าของห้องพร้อมกับร่างหนาของสิงห์คำที่พันด้วยผ้าขาวม้าเพียงตัวเดียว ทำเอาอินธาราต้องหันหน้ากลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว
“คุณอาบน้ำก่อนก็ได้จ้ะ อินรอได้”
“พวกมันคงกำลังอาบกันอยู่จนห้องน้ำเต็ม เข้ามาในห้องก่อน”
ไม่ได้รอให้อีกคนรับปากว่าจะเข้าไปตามที่เขาบอก เจ้าตัวก็เดินเข้าไปด้านในห้องนั้นทันทีทั้งประตูห้องก็ยังเปิดอ้าไว้แบบนั้นเหมือนเดิม กับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่มันไม่ใช่เรื่องแปลก บ่าวชายในเรือนก็เห็นกันจนชินตา แต่ไม่รู้เหตุใดกับสิงห์คำผู้นี้ อินธาราจึงเลือกจะเบี่ยงหน้าหนีเขา
“ขอบใจที่ทำความสะอาดห้องให้ฉัน”
“ไม่เป็นไรจ้ะ อินยินดีทำ”
เป็นสิ่งแรกที่พวกเขาพูดคุยกันหลังจากเดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว อินธาราที่ตั้งใจจะพูดเรื่องสำคัญกับสิงห์คำก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ด้วย ร่างหนาของคนที่โพกเพียงผ้าขาวม้ารอบเอวกำลังนั่งเช็ดสปาตาของตนอย่างตั้งใจ แม้จะไม่ได้ถามว่าเอาไปทำอะไรมาแต่ก็น่าจะเดาได้ไม่ยากเพราะคราบเลือดที่ติดผ้าพวกนั้น
“มีอะไรจะคุยกับฉันอย่างนั้นหรือ?”
“อินขอโทษนะหากทำให้คนที่นี่ไม่พอใจกับการที่อินย้ายเข้ามา”
“หมายถึงเทียนน่ะหรือ?”
เพราะดูจากเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว คนที่ไม่พอใจที่สุดกับเรื่องนี้ก็หาเป็นคนอื่นไกล อินธาราเงียบไปไร้คำตอบกลับจนสิงห์คำที่สนใจสปาตาคู่กายจำต้องเงยหน้าขึ้นมามอง
“วางใจเถอะ เธอสามารถอยู่ที่นี่ได้จริง ๆ เทียนมันก็เป็นคนแบบนี้”
“เขาเป็นเมียของคุณหรือ?”
เป็นเด็กยังมองออกว่าคนที่ชื่อเทียนกำลังหวงสิงห์คำอยู่ อินธารามองออกแต่แรกและคิดมาเสมอว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นผัวเมียกันอย่างที่ถาม ทำเอาเรื่องเมื่อเช้าอดรู้สึกผิดไปไม่ได้กับกอดที่อินเผลอขอเขาไป
“ฉันยังไม่มีเมีย เธอไม่ต้องมาหาเมียให้ฉันหรอกหนา”
“...”
สปาตาในมือถึงกับถูกวางลงข้างกายอย่างกะทันหันจนอินสะดุ้งตัวขึ้นตามดั่งกับว่าตนกำลังทำให้สิงห์คำโมโหต่อสิ่งที่พูดออกไป สุดท้ายแล้วเขาก็เดินออกจากห้องไปในที่สุด
อาหารเย็นของวันนี้ถูกจัดเตรียมไว้แล้วในห้องอาหารที่ถูกจัดไว้เป็นโซนก่อนที่ทุกคนต่างพากันเดินเข้ามาในนี้ทีละคนสองคนจนครบ สิงห์คำที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายต่างให้ความสนใจต่ออาหารแต่ละจานบนโต๊ะนั้นไม่ต่างไปจากผู้อื่นเลย
“อินทำเองทั้งหมดเลยงั้นหรือ?” ขามเป็นคนเอ่ยถามระหว่างที่ทุกคนกำลังมองความงดงามของอาหารในจาน
“จ้ะ วันนี้มันกะทันหันไปมาก แต่มองไปนอกบ้านแล้วมีดอกไม้อยู่เยอะ อินเลยไปเก็บมาทอดกินคู่กับน้ำพริกน่ะจ้ะ”
“ดอกไม้งั้นหรือ?”
รอบนี้เป็นสิงห์คำที่เอ่ยถาม เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าดอกไม้ที่เห็นอยู่ทุกวันหน้าบ้านตรงนั้นจะสามารถกินพวกมันได้แถมวันนี้กำลังจะเป็นอาหารของพวกเขาด้วยอีก
“จ้ะ ไว้พรุ่งนี้เช้าอินจะทำอาหารให้ดีกว่านี้นะจ๊ะ”
“ไม่เลยอิน อาหารพวกนี้ดีมาก ๆ”
ทุกคนต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันและยังคงเชยชมต่อของกินเบื้องหน้า มันดูดีเหมือนกับว่าพวกเขาได้เข้าเมืองไปกินที่ร้านอาหารอย่างไรอย่างนั้น แต่งานนี้คนที่ไม่เห็นด้วยและกำลังมีท่าทางไม่พอใจก็คงเป็นคนเดิมกับเมื่อเย็น
“ฉันขอตัวนะจ๊ะ” เทียนพูด
“อ้าว ไม่กินข้าวก่อนหรือเอ็ง?”
“ไม่ ฉันกินไม่ลง”
ว่าจบเทียนก็ลุกจากเก้าอี้และเดินออกจากตรงนั้นไปเลยในทันที อินธารายังลอบมองร่างเล็กของเทียนเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ อินยังคงไม่สบายใจที่เป็นต้นเหตุของความไม่สบายใจของเทียน
“ดี กูจะได้มีตัวหารน้อยลง”
“นี่ข้าวจ้ะ เดี๋ยวอินมานะจ๊ะ”
“จะไปไหนหรือเธอ?”
สิงห์คำเอ่ยถามคนที่ยังไม่นั่งลงกับเก้าอี้เหมือนคนผู้อื่นที่พร้อมจะกินข้าวมื้อนี้แล้ว อินธาราตั้งใจจะไปคุยกับเทียนอย่างเปิดใจ ว่าตนไม่ได้เข้ามาเพียงหวังสิ่งที่เทียนคิดและหวังว่าเทียนจะเชื่อ
อินไม่ได้ตอบคำถามของสิงห์ แต่เขากลับรู้ได้ถึงสิ่งที่ร่างเล็กต้องการ สิงห์คำเพียงพยักหน้าให้ไปก่อนที่อินธาราจะเดินตามเทียนออกไปในเส้นทางเดียวกัน
“ฉันขอนั่งด้วยได้หรือไม่”
