CHAPTER 5
“คุณพ่อของฉันมีเงินอยู่มาก หากคุณช่วย คุณพ่อคงจะเมตตา”
“สุดท้ายเธอก็เป็นเพียงเด็กที่แบมือขอเงินครอบครัวไม่ใช่หรือ?”
“...”
ท่ามกลางบทสนทนาที่น่าอึดอัดใจของกลุ่มคน ระหว่างที่อินธารายังถูกขึงตึงอยู่กับกำแพงสูงของตึกร้างไร้ผู้อยู่อาศัย สิงห์คำที่เป็นบุคคลที่เข้ามาใหม่ยังไม่ลนลานเท่าทหารสองนายที่อยู่ตรงนั้นแต่แรก ชายหนุ่มยังคงยืนกอดอกตนเหมือนเดิมดั่งเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น
“รีรอการใดอีก จับตัวมันมานั่งดูกูเสพสมกับน้องหน้าสวยเสีย”
ทหารญี่ปุ่นผู้ไม่รู้ชะตากรรมตนเอ่ยบอกเพื่อนที่เดินทางเส้นนี้มาด้วยกัน แต่ท่าทีของคนที่ได้รับคำสั่งเหมือนจะไม่กล้าพอเท่าไรกับท่าทีน่าเกรงขามไม่น้อยของคนผู้นี้
“พวกมึงไม่มีตาหรือ กูกำลังคุยกันอยู่”
“มึงรู้หรือไม่ว่าพวกกูคือใคร”
แม้แต่คุยภาษาไทยยังไม่ชัดแล้วทำไมสิงห์คำต้องใส่ใจคนพวกนี้ เข้ามาก่อความไม่สงบต่อประเทศแล้วยังไม่รู้บุญคุณของแผ่นดินที่ให้ที่ซุกหัวนอนแก่พวกมันอีก
“ขนาดปัญญาจะจำชื่อตัวเองยังไม่มีแล้วเสือกมาถามกูงั้นหรือ?”
“มึง!!!”
“ช่วยฉันก่อนเถอะหนา ฉันยอมคุณทุกอย่างแล้วก็ได้”
จากที่ไม่ได้สนใจคำของทหารพวกนั้นอยู่แล้วพออินธาราพูดขอความช่วยเหลือออกมาแบบนั้นอีกทำเอาสิงห์คำรู้สึกให้ความสนใจคนตัวเล็กตรงกลางมากขึ้นไปอีก
แขนแกร่งปล่อยวางข้างกายไปยืนตรงก่อนยกมือหนาไปรั้งเอาสปาตาอาวุธคู่กายที่อยู่ด้านหลังมาถือไว้ให้มั่น ทหารที่รู้ตัวว่ากำลังมีเรื่องก็ปล่อยตัวอินธาราไว้ก่อนจนร่างเล็กล้มไปกองกับพื้นดินในทันที
“เพราะฉันเห็นแก่ข้อเสนอของเธอหรอกหนา”
สิงห์คำปรายตามองร่างเล็กที่ล้มฟุบลงไปกองกับพื้นนั่งอิงกำแพงพร้อมกับแขนเล็กที่กอดรอบท้องตนอยู่ สำหรับอันธพาลแบบเขา มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรกับการโดนรุมสองต่อหนึ่งแบบนี้ แม้จะเป็นทหารญี่ปุ่นก็ใช่ว่าจะไม่เคยประชันมือประชันเท้ากันเลยเสียหน่อย
“กูจะฆ่ามึง!!”
“ตามสบาย”
สิงห์พูดตอบไปเท่านั้นก่อนที่ชายทหารรูปร่างพอ ๆ กับเขาจะกรูกันเข้ามารุมล้อมอยู่ทั้งสองทาง เหตุการณ์ทุกอย่างตรงนั้นอินธาราที่นั่งอยู่ไม่ไกลเห็นมันทั้งหมด
เขาไม่ใช่ชาวบ้านหรืออันธพาลไร้ฝีมืออย่างที่อินคิด นอกจากความคล่องตัวที่ต้องโยกหลบคนสองผู้จะดีมาก ๆ แล้ว สปาตาคู่กายที่ถือก็ฟันเข้าตามลำตัวของคู่ต่อสู้ตนไปหลายแผลด้วยเหมือนกัน
ทุกอย่างถูกจัดการโดยสิงห์คำเพียงผู้เดียวอย่างรวดเร็ว ทหารที่คิดจะลองดีกับเขาในตอนแรกต่างล้มลงไปกองกับพื้นดินไม่เป็นท่ากับช่วงเวลาที่อินธาราเองก็เริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกันกับความเจ็บและจุกที่ท้อง มันไม่หายไปเสียที นับเวลาเข้าไปยิ่งเจ็บและทรมานมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ขาแกร่งของสิงห์คำที่กำลังยกขึ้นหวังกระแทกเท้าหนัก ๆ ลงอัดท้องคนที่บอกจะฆ่าเขาเมื่อครู่หวังสั่งสอน แต่ไม่ทันได้ทำแบบนั้น คนที่กำลังถูกกระทำก็ร้องขอเอาไว้เสียก่อนที่ตนจะสลบไปเหมือนเพื่อนอีกคนที่มาด้วยกัน
“พอแล้ว ฉันยอมแล้ว ยอมแล้วครับ!!!”
“...”
มันช่างเป็นคำพูดที่ต่างไปจากเมื่อครู่ดั่งฟ้ากับเหว เท้าหนาที่ยกชูค้างกลางอากาศกระแทกลงที่ข้างลำตัวของอีกฝ่ายอย่างแรงจนคนที่นอนกองกับพื้นเผลอตัวจวนลืมหายใจ แต่พอได้สติก็เห็นว่าตอนนี้ตนยังมีลมหายใจอยู่ สิงห์คำไม่ได้ต้องการจะฆ่าคนพวกนี้แต่แรก
“กลับที่ของพวกมึงไปก่อนสปาตาของกูมันจะฟันหัวพวกมึง”
“ขอบคุณครับพี่ พวกฉันขอบคุณ”
คนที่ยังมีสติรีบลนลานลุกจากพื้นที่นอนคลุกไปพยุงเอาตัวเพื่อนที่นอนหมดสติอยู่ไม่ไกล ระหว่างนั้นที่สิงห์คำเริ่มหันมาสนใจอินธาราที่น่าจะหมดสติลงไปแล้ว
พวกทหารที่กำลังหนีออกไปกลับไม่ได้รู้สึกสำนึกตัวจริง ๆ ต่อสิ่งที่ตนทำ ใช้จังหวะที่คู่ต่อสู้เมื่อครู่หันมาสนใจคนตัวเล็กที่เข้ามาช่วยเหลือขยับตัวเอื้อมไปหยิบเอากระเป๋าเงินของอินธาราที่ตกหล่นอยู่แถวนั้นจากการฉุดกระชากกันแต่แรก พอสิงห์หันกลับมาอีกทีกระเป๋าของอินก็อยู่ในมือของพวกนั้นไปเสียแล้ว
ปึก!
เสียงกระแทกเท้าหนักของสิงห์คำดังขึ้นอีกครั้งต่อสิ่งที่เห็น เขาไม่ได้เป็นกังวลอะไรต่อเงินเยอะ ๆ พวกนั้นอยู่แล้ว เงินจะถูกขโมยไปก็ไม่ใช่ตนที่เดือดร้อนเสียหน่อย แต่คนที่น่าจะลำบากเข้าเต็มเปาก็คงจะเป็นคนตัวเล็กที่นอนสลบอยู่ตรงนี้มากกว่า
“อ๊ากกก!!!”
คนที่ได้รับผลกระทบจากเสียงกระแทกเท้าเมื่อครู่ตกใจจนสะดุ้งตัวโยน ทำท่าว่าจะหนีออกไปลูกเดียวจวนจะทิ้งเพื่อนที่หมดสติไว้ที่นี่อย่างไรอย่างนั้น นอกจากเงินในมือที่ขโมยไปได้และตัวก็คงไม่เป็นห่วงอะไรอีกแล้ว
“พี่สิงห์ไปขโมยลูกหลานบ้านใดมาหรือพี่!”
“นั่นปากมึงหรือไอ้เข้ม”
เข้มมีศักดิ์เป็นน้องชายแท้ ๆ ของขามที่อยู่ร่วมแก๊งเดียวกันกับที่สิงห์คำดูแลอยู่เอ่ยถามน้ำเสียงตกใจเหมือนว่าลูกพี่ของตนไปขโมยลูกหลานบ้านไหนมาจริง ๆ ทุกคนภายใต้การดูแลนับสิบกว่าชีวิตกรูเข้ามาหาลูกพี่ตนที่เดินเข้ามาในที่พักรังโจรอย่างให้ความสนใจต่อร่างเล็กที่สิงห์คำอุ้มพาดไหล่มาวางกลางห้องโถงที่มีโซฟาเซตยุโรปนำเข้า
“ใครหรือจ๊ะพี่สิงห์?”
เทียนที่ก็ให้ความสนใจมากไปไม่แพ้กันเอ่ยถามบ้าง คนที่ถูกวางลงตรงนั้นมันช่างคุ้นตาเสียไม่มี แต่เพราะหน้าตาของคนผู้นี้มากกว่าที่ทำให้เทียนรู้สึกอารมณ์ไม่ดีเหมือนเช่นทุกวันที่สิงห์คำกลับมา
“พี่สิงห์หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นคนที่ฉันมีเรื่องด้วยหรือ?”
“อือ คนนั้น”
เป็นขามที่ถามต่อจากเทียนในทันทีและสิงห์คำก็พูดต่อในทันทีเลยเหมือนกัน พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ลูกน้องของตนทั้งหมดได้รับรู้ แม้แต่เรื่องที่อินธาราเป็นชายท้องได้ สิงห์ก็ไม่ได้เห็นปิดพี่น้องของตนแต่อย่างใด แม้จะบอกว่าเป็นลูกน้องลูกพี่กัน แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ก็เป็นพี่น้องกันทั้งหมดอยู่ดี
“หน้าสวยเพียงนี้เลยหรือเนี่ยคนผู้นั้น หากรู้ ไอ้ขามผู้นี้คงไม่ปากดีด้วยเป็นแน่”
“ก็งั้น ๆ ไม่เห็นมีอะไรต้องตื่นเต้นเกินจริงไปเลยนี่พี่ขาม”
เทียนที่แม้จะเป็นชายตัวเล็กบางเพรียวเข้าตำราแต่ก็หาได้เป็นเหมือนบุรุษท้องได้ไม่ เพราะแบบนี้คนที่เป็นบุรุษท้องได้แล้วร่างโตก็พบเห็นได้เหมือนกันแต่จัดอยู่ในจำนวนที่น้อยนัก
นัยน์ตานิ่งคมก้มมองใบหน้าเรียวที่นอนหลับตาพริ้มขนตาเรียงแพจับตัวสวยอยู่ด้านล่าง กว่าที่คนผู้นี้จะสลบไป สิงห์จำได้ราง ๆ ว่าอินธาราได้รับบาดเจ็บที่ช่วงท้อง แต่จากอะไรเขาก็พอเดาได้แม้ตนจะมาไม่ทันช่วงเหตุการณ์นั้นก็ตาม
“พี่สิงห์! จะทำอะไรหรือจ๊ะ?”
“อย่ายุ่งให้มากนะเทียน”
เพราะทั้งเข้มและขามต่างรู้ความคิดและนิสัยของเด็กคนนี้ดี ที่ออกตัวแรงยามที่สิงห์คำกำลังรั้งชายเสื้อของคนที่นอนหมดสติขึ้นดูรอยช้ำก็เพราะอาการหวงของเท่านั้น รอยจ้ำใหญ่ช้ำเป็นวงกลมตรงหน้าท้องราบทำเอาสิงห์คำขมวดปมคิ้วขึ้นบนใบหน้าได้ไม่ยาก
“โดนมันต่อยแรงมากเพียงนี้เลยหรือ? เทียน เอ็งไปเอาลูกประคบมาประคบให้คนผู้นี้ที”
“ทำไมฉันต้องทำด้วยจ๊ะ?”
“เอ็งไม่ทำแล้วจะให้ข้าทำหรือ?”
เทียนเริ่มชักสีหน้าอีกครั้งแต่ก็ยอมไปทำตามที่สิงห์คำบอกแต่โดยดีเพราะไม่อยากให้อีกคนต้องลงมาทำเองตามที่บอกไว้เมื่อครู่ ไม่รู้ว่ามันผู้นั้นเป็นใคร แต่หากจะเข้ามาชุบมือเปิบคาบพี่สิงห์ของตนไปอย่าหวังว่าไอ้เทียนผู้นี้จะยอมง่าย ๆ
“แล้วแบบนี้ พี่สิงห์จะเอาอย่างไรต่อหรือจ๊ะ?”
“กูยังไม่รู้ รอตื่นก่อนค่อยคุยกันอีกที”
หลังจากที่ผู้คนเริ่มแยกย้ายกันออกไปแล้ว แต่เข้มและขามก็ยังอยู่ที่เดิม มันมีหลายจุดนักที่น่าสนใจ นอกจากคนที่เคยต่อล้อต่อเถียงกันเมื่อเที่ยงจะเป็นชายท้องได้ที่ใบหน้าสะสวยมากขนาดนี้แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่สิงห์คำให้ความสนใจมากจนออกหน้าออกตาแบบนี้
ปกติไม่รังเห็นพี่สิงห์จะสนใจใครมากเหมือนคนผู้นี้?
หรือพี่สิงห์คำอยากจะมีลูกมีเมียเข้าเต็มทีแล้ว
“พวกมึงรอดูเทียนมันมาประคบร้อนให้คนผู้นี้ก่อน กูจะไปอาบน้ำ”
“ได้จ้ะพี่สิงห์”
ทั้งคู่ตอบกลับพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีท่าทีอิดออด ดีเสียอีกจะได้เห็นชายท้องได้ตัวเป็น ๆ อยู่ตรงหน้า เคยได้ยินเพียงชื่อเสียงว่างามนัก แต่ก็ไม่เคยได้เห็นเสียที พอมาทีนี้ พี่สิงห์คนหล่อก็หิ้วกลับรังโจรมาให้นั่งเชยชม มันช่างเป็นวันที่ดีนัก
“เอานี่ไปลับคมให้กูด้วย”
“ได้จ้ะพี่สิงห์”
ขามรับสปาตาคู่กายของสิงห์คำมาไว้ในมือ ไม่ว่าสิงห์จะพูดอะไร สองพี่น้องขามเข้มก็เออออตามไปด้วยทั้งหมด อย่างที่เคยเอ่ยบอกไปก่อนหน้า หากวันนั้นไม่มีสิงห์คำที่เข้ามาช่วยเหลือจากพวกมีอำนาจที่พยายามฆ่าสองพี่น้องไร้บ้านที่พันตัวเป็นโจรวิ่งราว ไม่ว่าเข้มหรือขามก็ไม่มีสิทธิ์มายืนอยู่ตรงนี้ได้
ทุกวันนี้สิงห์คำเหมือนเป็นทุกอย่างในชีวิตของสองพี่น้องคู่นี้ ร่วมถึงทุกคนในแก๊งด้วยที่สิงห์คำรับเลี้ยงและดูแลมาเป็นอย่างดี ไม่มีวันไหนต้องอด ไม่มีวันไหนต้องนอนหลับไม่เต็มอิ่ม
“เฮ้อ~”
สิงห์คำภายใต้ผ้าขาวม้าผืนเดียวหลังจากที่อาบน้ำเสร็จก็มายืนคิดอะไรอยู่ห้องนอนของตน แม้ที่นี่จะไม่ได้ใหญ่มากหรือใครหลายคนจะว่าเป็นรังหนู แต่พวกเขาร่วมสิบกว่าชีวิตก็อยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุข แม้บนเส้นทางอันธพาลมันจะต้องต่อยตีกับผู้อื่นแทบทุกวันไปหน่อยก็ตาม
แก๊งอันธพาลของพวกเขาเป็นหนึ่งในหัวพระนครทางเหนือที่มีเงินเข้ามากที่สุด แต่ถามว่าต้นตอเงินทั้งหมดหายไปไหน มันก็ต้องมีที่ไปอยู่แล้ว แต่หากอธิบายทั้งหมดก็เห็นทีว่าคงจะข้ามคืน
“เหนื่อยหรือจ๊ะพี่สิงห์?”
“เอ็งเข้ามาห้องข้ามีอะไรงั้นหรือเทียน?”
