บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5. เจ้าแม่การค้าไม่ยอมขาดทุน

“แล้วมีอยู่เท่าไรตอนนี้ สะใภ้ใหญ่หวังก็อย่าอิดออดอีกเลย” ผู้ใหญ่บ้านเริ่มหมดความอดทน หาทางออกให้แล้วก็ยังจะติดขัดไม่ยอม บ้านตระกูลหวังสำหรับหวังเฮ่าก็คือรังหมาป่า โชคดีมีสะใภ้รองช่วยออกปาก ไม่อย่างนั้นตนคงหลงเชื่อว่าคนพวกนี้จะยินดีดูแลหวังเฮ่าจริง ๆ สัญญาไม่ยอมทำ นั่นก็แสดงเจตนาแล้วว่าภายหลังจะปล่อยปละละเลย

“มีอยู่แค่สองร้อยหยวน บ้านหวังมีคนมากต้องกินต้องใช้ จะมีเงินขนาดนั้นได้ยังไง”

“หา! บ้านเราเหลือเงินแค่สองร้อยหยวนเองหรือนี่” หวังลู่อันอุทานแตกตื่นออกมาโดยไม่รู้ตัว

สองร้อยหยวนถ้าเดือนนี้ให้พี่ใหญ่ต่อไปที่บ้านก็จะไม่มีอะไรแล้วน่ะสิ

“หืม? พี่สะใภ้ใหญ่ สองเดือนก่อนพี่พึ่งเอาเงินเดือนของพี่เฮ่าไปเกือบสองร้อยหยวน ที่ผ่านมาก็เป็นพี่สะใภ้ใหญ่บริหารเงิน เสื้อตัวนี้ของพี่ขายอยู่ในเมืองราคายี่สิบหยวนได้ล่ะมั้ง ยังมีต่างหูไข่มุกคู่นั้นราคาคงประมาณหลายสิบหยวน กางเกง รองเท้า ยังไม่พูดว่าแต่ละวันพี่ไม่เคยใส่ชุดซ้ำกันเลย เสื้อผ้าทั้งหมดซื้อมาจากในเมือง เครื่องสำอางก็ของดี ในบ้านค่าอาหารรวม ๆ ต่อเดือนคงสามสิบสี่สิบหยวน เงินของพี่เฮ่าอย่าบอกว่าหมดไปกับเสื้อผ้าของพี่สะใภ้ใหญ่นะ สินสอดติดตัวพี่ ปีนั้นพี่บอกว่ายกให้พี่ใหญ่ไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย พี่ไม่ได้ทำงานแล้วเอาเงินจากไหนซื้อเสื้อผ้าล่ะ”

ชาวบ้านวิจารณ์ไปพลางชี้นิ้วไล่ดูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหยวนซิ่วหว่าน หนึ่งในจำนวนขามุงมีหญิงสาวร่างอวบคนหนึ่งทำงานร้านขายเสื้อผ้าในตัวอำเภอ ก็ก้าวออกมาให้ความเห็นว่าราคาชุดทั้งตัวของหยวนซิ่วหว่านมีค่าประมาณร้อยหยวนได้ สร้างเสียงตำหนิจนสะใภ้ใหญ่หน้าชา

“หุบปากให้หมด ไม่กลัวว่าพูดใส่ร้ายแล้วจะติดคุกหรือ พ่อของฉันเป็นหัวหน้าทหาร จับพวกแกได้ไม่ยากเลยนะ”

“งั้นพี่สะใภ้แจกแจงมาว่าเงินหายไปไหนหมด ถ้าบอกว่าส่งให้พี่ใหญ่ ก็ไม่น่าจะใช่ พี่ใหญ่ได้ทุนสนับสนุนบ้านพักนักศึกษาคะแนนสอบเข้าดีเยี่ยมไม่ใช่หรือ ค่ากินมหาวิทยาลัยก็มีให้ ทุนการศึกษาต่อเดือนก็มีให้ เรื่องนี้ทุกคนรู้ดี”

ก็ซูหมิ่นเจอหน้าใครไม่พ้นเล่าเรื่องลูกชายคนโตรวมถึงสวัสดิการที่มหาวิทยาลัยให้เขาอยู่ตลอด พอพูดขึ้นมาเลยปฏิเสธไม่ได้ หยวนซิ่วหว่านถูกต้อนจนมุมอีกครั้ง เจ็บแค้นจนลมออกหู นางอัปลักษณ์หน้าดำนี่ไปฉีดเลือดไก่ที่ไหนมาถึงพูดจาคล่องแคล่วดักขวางตนได้ทุกทาง

เมื่อก่อนแค่ตวาดมันก็คอหดหลบตา ไม่ได้! เรื่องนี้ไม่อาจให้ไปถึงหวังต้าหู แต่ก็ไม่อาจให้ชาวบ้านจดจำว่าตนเป็นสะใภ้บริหารเงินบ้านแล้วยักยอกเอาไปซื้อของใช้ส่วนตัวฟุ่มเฟือย

ในเมื่ออยากได้เงินตนก็จะให้ แต่เฉียวเป่าหลินนางสารเลวฝันไปเถอะว่าจะได้ตามที่มันเรียกร้อง

“พี่สะใภ้ลืมไปว่าแบ่งเงินสำรองเก็บไว้อยู่ แต่มีแค่ห้าร้อยหยวนเท่านั้น น้องสะใภ้ดูคนบ้านเราเยอะขนาดนี้ เอาไปมากถึงพันหกร้อยแปดสิบหยวน ต่อไปพวกเราจะอยู่ยังไง”

เฉียวเป่าหลินสะอื้นตาแดงกอดบุตรชายบุตรสาว ระทมตรมใจราวกับไม่อยากมีชีวิตอยู่ “พี่สะใภ้ดูลูกชายลูกสาวของน้องสะใภ้ ยังมีสามีที่ป่วยหนัก ร่างกายของน้องสะใภ้ไม่อิ่มเอิบมีน้ำมีนวลเท่าพี่สะใภ้ บนหัวมีบาดแผลไม่รู้กระทบกระเทือนถึงสมองหรือเปล่า พี่สะใภ้ลดค่าขนมต้าเป่าลงสักหน่อย ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่สักเดือน ไม่ให้เงินน้องสามไปเที่ยวเล่นในเมืองกับเพื่อน ๆ ระหว่างครึ่งปีรอพี่ใหญ่เรียนจบก็ยังอยู่ได้ แต่ว่าพวกเราไม่มีเงินจำนวนนี้ไม่ได้จริง ๆ”

“นางสารเลวเฉียว อย่าบีบคั้นให้มากเกินไปนะ” ซูหมิ่นตักเตือนด้วยแววตาอาฆาต เสียที่ว่าเฉียวเป่าหลินไม่สลด

“แม่ แม่เป็นคนมีเมตตา ทางนี้ทำให้พวกเราอยู่รอดทั้งสองฝ่าย แม่ยังไม่ยอมละเว้นพี่เฮ่าหรือ ก่อนหน้าแม่บอกว่าจะดูแลพี่เฮ่า เช่นนั้นเงินนี่ไม่เอาก็ได้ แต่แม่ทำหนังสือสัญญาให้ลูกสะใภ้รองวางใจด้วย”

“แก! อกตัญญู อกตัญญู” ซูหมิ่นเตรียมจะทิ้งตัวลงไปกลิ้งกับพื้นสร้างความวุ่นวาย แต่ยังไม่ทันจะได้ทำฝั่งตรงข้ามอย่างเฉียวเป่าหลินก็ชิงลงมือคร่ำครวญนอนเกลือกดินเสียก่อน เลือดที่ไหลอาบหน้ายิ่งทำให้คนทั้งคนดูย่ำแย่ชวนเวทนามาก

ถ้อยคำวิจารณ์มาตกใส่กระหม่อมหยวนซิ่วหว่านอีกหน สร้างความขมขื่นอัดอั้นจนยากจะกล่าว กระนั้นหล่อนยังไม่ละความพยายาม ไต่ระดับจากห้าร้อยหยวนเป็นหนึ่งพันหยวน เฉียวเป่าหลินก็ยังไม่ตกลง สุดท้ายจึงจำใจเอ่ย

“ได้น้องสะใภ้รอง หนึ่งพันหกร้อยแปดสิบหยวน พี่จะไปรวบรวมมาให้” ว่าแล้วก็หันหลังเข้าไปในบ้าน

ประมาณหนึ่งจึงออกมาพร้อมเงิน ตอนส่งมอบหยวนซิ่วหว่านพูดจาถึงความลำบากที่จะได้รับอีกสองสามประโยค แต่เฉียวเป่าหลินฟังไม่เข้าหู ได้รับเงินมาแล้วก็นับดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน ขาดไปแม้สักหยวนเดียวก็ไม่ได้

สายตาซูหมิ่นกับหยวนซิ่วหว่านที่ใช้มองเธอขณะนับเงินเรียกว่าอาฆาตคับแค้นแทบลุกเป็นไฟ พอเฉียวเป่าหลินบอกว่าขาดไปยี่สิบหยวน สะใภ้ใหญ่ก็ลองหน้าหนาตอบว่าไม่มีแล้ว ให้ไปมากขนาดนั้นยังจะเอาให้ครบก็ออกจะเกินไป

“ได้ พี่สะใภ้ใหญ่ไม่มีเงินจำนวนนี้แล้วก็ไม่เป็นไร ต่างหูคู่นั้นของพี่ถอดมาแทนได้ ราคาคงประมาณสิบหยวน”

“ไม่ได้ ราคามันสูงกว่านั้น” หยวนซิ่วหว่านแตะต่างหูอย่างหวงแหน พลันโดนแม่สามีจับจ้องด้วยความสงสัย

“ซิ่วหว่าน ต่างหูนี่ราคาสิบหยวนก็ถือว่าเป็นของดีแล้ว ราคาของมันมากกว่านั้นอีกหรือ”

หยวนซิ่วหว่านจัดการบ้านก็จริง แต่แม่สามีคนนี้ก็ยังคงตรวจการใช้จ่ายเงินของเธอ ขืนให้รู้ว่าราคาของมันคือร้อยหยวน มีหวังได้เกิดเรื่องอย่างการยึดอำนาจกลับไปเป็นแน่ เธอจะต้องมั่นคงอยู่ในบ้านหวัง ไม่อาจให้แม่สามีคอยควบคุม

“แม่ มันราคาสิบห้าหยวน”

“เฮอะ! สิบห้าหยวนเชียว งั้นก็ถอดให้มันไปเถอะ ยังสามารถรักษาไว้ได้อีกห้าหยวน ดีกว่าเสียเปรียบไปหมด”

“ไม่ได้แม่ นี่เป็นของที่ต้าหูซื้อให้ลูก”

“สิบห้าหยวนเท่านั้นซื้อใหม่ก็ได้ แม่เห็นลูกมีต่างหูตั้งหลายคู่ ของนี่ซื้อมาแล้วราคาไม่เหมือนเดิม ขายคืนยังได้ราคาลดลง อย่าพูดมากอีก”

ถ้าไม่ให้แม่สามีคงสงสัยจนรู้ราคาที่แท้จริง ในหมู่ชาวบ้านมีหญิงสาวที่ทำงานในเมือง ก่อนที่จะโดนสังเกตเห็นไปมากกว่านี้ หยวนซิ่วหว่านจึงกัดฟันแน่นจำใจถอดต่างหูไข่มุกร้อยหยวนส่งให้เฉียวเป่าหลิน

“ราคาสิบห้าหยวนก็พอแล้ว ส่วนอีกห้าหยวนลูกไม่เอาแล้ว ขอบคุณแม่ที่เมตตา ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่ที่ช่วยจัดการ”

คนอย่างเธอไม่ทำการค้าที่ขาดทุน แบ่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งของสามีไว้ให้พวกบ้านหวังก็เสียดายจะแย่ แต่เพื่อภาพลักษณ์ป้องกันอุปสรรคในวันข้างหน้า เงินจำนวนนี้จะถือว่าเป็นค่ากำจัดโชคร้ายแล้วกัน อย่างน้อยก็ได้คืนมาอีก ต่างหูไข่มุกนี้ราคาน่าจะราว ๆ ร้อยหยวน สุรามงคลไม่ดื่ม อยากดื่มสุราพิษ ยี่สิบหยวนไม่ให้ รั้นจะเล่นไม่ซื่อเอง สมน้ำหน้า!

เรื่องราวไข่สองฟองจบลงที่เสียเงินอีกพันหกร้อยหกสิบหยวนพร้อมต่างหูไข่มุกเพื่อแยกบ้าน ให้ตายซูหมิ่นก็ไม่อยากเชื่อว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ เพราะเฉียวเป่าหลินคนเดียว ถ้าไม่ใช่มันจู่ ๆ ก็พูดมาก เงินพันหกร้อยหกสิบหยวนคงเก็บไว้เป็นสินสอดให้เจ้าสามแต่งภรรยาคุณหนูในเมืองได้สบาย

ผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านแยกย้ายกันไปทำมาหากิน ต่างก็คุยเรื่องครอบครัวหวังกันอย่างสนุกสนานออกรส

ส่วนทางด้านนี้เฉียวเป่าหลินให้ลูกสองคนเก็บข้าวของ เธอเปิดระบบดูว่ามีความคืบหน้าบ้างหรือเปล่า ปรากฏคะแนนความสุขเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ครั้นตรวจดูว่าคะแนนอันน้อยนิดนี้พอจะแลกของจำพวกยารักษาวัณโรคได้หรือไม่ เฉียวเป่าหลินก็ต้องอึ้งไปเพราะต้องใช้ถึงหนึ่งพันคะแนนในการซื้อหา

ทว่าก่อนหน้าตนได้มาแค่ห้าสิบคะแนนอันกระจ้อยร่อยเท่านั้น

“หนทางยังอีกยาวไกลสินะ” ห้าสิบคะแนนนี้มาจากสองเด็กน้อยที่รู้สึกดีกับพลังต่อสู้ของมารดา

ส่วนคะแนนที่มาจากหวังเฮ่าไม่กระเตื้องแม้แต่นิดเดียว เขาไม่รู้สึกขอบคุณเธอเลยหรือที่ช่วยให้เขาออกจากรังหมาป่า หรือหวังเฮ่าเป็นพวกคลั่งกตัญญู คนที่ไม่เคยไยดีพวกนั้นยังสำคัญกว่าชีวิต

เฮอะ! โง่งมเสียจริง ห้าสิบคะแนนนี้แลกหน้ากากอนามัยมาก่อนแล้วกัน ผ้าปิดปากธรรมดาคงเอาเชื้อวัณโรคไม่อยู่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel