บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3. ขอแยกบ้าน

“แม่คิดแบบนี้มาตลอดเลยหรือ ที่บ้านนี้มีกินมีใช้ล้วนเพราะพี่เฮ่า สร้างบ้านหลังนี้ได้เพราะเงินเดือนทำงานของพี่เฮ่า แม่บอกว่าแค่ลงแรงไม่จำเป็นต้องกินของดี ๆ แต่ลูกชายรองของแม่กับลูกเมียก็เป็นคน พี่ใหญ่ใช้เงินพี่เฮ่าไปเรียนในเมือง พี่สะใภ้เอาเงินพี่เฮ่าไปซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ มาใส่ น้องสามเอาเงินพี่เฮ่าไปซื้อจักรยานใหม่และซื้อของกินเข้าบ้านให้ต้าเป่ากับพ่อแม่ทุกวัน เงินทุกหยวนมาจากพี่เฮ่าทั้งนั้น

เขาป่วยจนแทบจะไม่ไหวแล้ว สองเดือนมานี้มีแค่ต้มผักป่าบรรเทาท้องยามหิว ลูกสะใภ้ทนเห็นเขาตายไม่ได้เลยมาหยิบไข่ที่ลูกสะใภ้หามาเองไปต้มบำรุง แม่กลับตีลูกจนเกือบตาย ยังไม่พูดถึงว่าพี่สะใภ้ใหญ่เอาเงินจากพวกเราไปหมด พอต้องการขอไปซื้อยามารักษาพี่เฮ่า พี่สะใภ้ใหญ่กลับไม่เคยให้สักหยวนเดียว”

“เอ๋! น้องสะใภ้รองพูดไม่ถูกนะ เจ้ารองแค่ไอ ต้มยาสมุนไพรดื่มก็จะดีขึ้นเอง สมุนไพรบนเขาต้องอาศัยความขยันของน้องสะใภ้รองขึ้นไปหา ไม่ใช่เอะอะก็จะมาเบิกเงินกับพี่สะใภ้อย่างเดียว” หยวนซิ่วหว่านไม่รับข้อกล่าวหานี้เด็ดขาด

“มันขี้เกียจมันเลยพูดไปเรื่อย เจ้ารองมันมีหน้าที่ทำงาน ถ้าให้พี่ใหญ่มันทำแล้วใครจะเรียนหนังสือได้อีก แกลองว่ามา ให้เจ้ารองไปเรียนแทนมันจะทำได้ไหม ถ้ามันทำได้ฉันจะให้พี่ใหญ่ของมันลงไร่ทำนาหาเงินเอง”

เฉียวเป่าหลินกำลังจะพูดวกกลับมาประเด็นเดิมเพราะแม่สามีเริ่มออกนอกเรื่องอีกแล้ว แต่เธอยังไม่ทันอ้าปาก จู่ ๆ ก็มีเสียงคนพูดขึ้นก่อน เสียงนั้นลอยมาจากฝั่งทางด้านหนึ่งของลานบ้าน ผู้ชายใบหน้าเค้าโครงหล่อเหลาแต่ซูบซีดไร้ชีวิตชีวาราวกับศพเดินได้ยืนค้ำประตูผุพยุงกายอยู่ เขามีเส้นผมสีดำดั่งสีหมึก ผิวพรรณกร้านแดดสีน้ำตาลอ่อน สภาพคนทั้งคนอิดโรยผ่ายผอม แต่แววตาคู่นั้นยังคงหนักแน่นเข้มแข็ง ดึงดันจะไม่จำนนแม้ดาบพาดลงบนคอแล้วก็ตาม

เรื่องราวของหวังเฮ่าไม่ได้ดำเนินไปจนถึงตอนจบ เหตุเนื่องมาจากว่าเขาป่วยตาย สะใภ้รองตัวร้ายเห็นหวังต้าหูพี่ใหญ่ของบ้านได้ดิบได้ดีก็คิดเกาะขาให้ถึงที่สุด ยินยอมเป็นแม่ม่ายไม่หย่าร้างแต่งงานใหม่ คอยแต่จะฉกฉวยผลประโยชน์ราวีคนในครอบครัวหวัง เธอจำได้ว่าไม่นานหลังหวังเฮ่าเสีย ลูกชายลูกสาวของเฉียวเป่าหลินก็ตายตามไป

พวกเขาสามคนไม่อยู่ตัวเธอจะเป็นยังไง หย่าแล้วออกไปใช้ชีวิตข้างนอกได้แล้วใช่ไหม…

[ระบบขอตอบว่า ไม่ได้!!! เนื่องจากสามีและลูกของเฉียวเป่าหลินสามารถเพิ่มคะแนนความสุขปลดล็อกสิ่งของที่ท่านผู้ใช้งานต้องการ หากพวกเขาตายหรืออารมณ์ติดลบ ผู้ใช้จะโดนหักคะแนน การหย่าร้างจะทำให้บัญชีของท่านถูกลบถาวร เพราะเส้นเรื่องเดิมเฉียวเป่าหลินไม่หย่าร้างจนวาระสุดท้าย หากฝ่าฝืนมีผลให้ตัวท่านจบชีวิตลงเช่นกัน]

หา!!! ก่อนหน้าไม่ใช่แบบนี้นี่ แค่บอกให้ฉันล็อกอินมีชีวิตรอดจนครบสามร้อยหกสิบห้าวันไม่ใช่เรอะ

[เรียนท่านผู้ใช้งาน นอกจากสามคนนี้ก็ไม่มีใครเพิ่มคะแนนปลดล็อกของให้ท่านได้ ขอให้โชคดี]

ระบบโผล่มาตอบข้อสงสัยของเฉียวเป่าหลินจบก็เงียบหายราวกับไม่เคยมีอยู่ แต่ก็พอจะช่วยให้เธอกระจ่างแล้วว่าการล็อกอิน 365 วันนับจากนี้จะต้องอาศัยหวังเฮ่าแล้วก็ลูก ๆ ด้วย พวกเขาตายเธอก็ตายเหมือนกัน

ระหว่างที่ทุกคนตกตะลึงกับสภาพของหวังเฮ่า เฉียวเป่าหลินก็ได้ยินเขากล่าว เธอรั้งลูกสองคนที่หน้าตามอมแมมไว้ไม่ให้พวกเขาวิ่งไปหาบิดา ถึงจะมีข้อมูลเกี่ยวกับหวังเฮ่าน้อยนิด แม้แต่เจ้าของร่างอย่างเฉียวเป่าหลินคนนี้ก็ยังไม่มักคุ้นกระจ่างแจ้งในตัวสามี ทว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เพื่อนของเธอเคยบอกไว้ว่า บทของหวังเฮ่าป่วยเป็นวัณโรคตาย ฉะนั้นจะเข้าใกล้เขาไม่ได้

“แม่พูดจริงหรือ ที่ว่าจะให้พี่ใหญ่ทำงานแล้วให้ผมไปเรียน”

ซูหมิ่นชักสีหน้าแข็งกระด้างขึ้นทันที ราวกับกลัวว่าลูกชายคนรองจะทำให้เสียเรื่อง “แกไม่ต้องพูดมาก ดูเมียแกสิ ขโมยของไม่ยอมรับ ยังจะพยายามแก้ตัว ถ้าวันนี้มันไม่สำนึกฉันจะให้แกหย่ากับมันซะ”

หย่า คำนี้เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวเฉียวเป่าหลิน ชีวิตชาติก่อนไม่ทันได้ใช้ ลำบากตรากตรำทำงานหามรุ่งหามค่ำสุดท้ายก็ตายเปล่า มาตอนนี้ฟ้าให้โอกาสครั้งที่สองกับเธอ จะยอมโดนหญิงเฒ่าปากจัดนี้ทำลายได้อย่างไร

“พี่เฮ่า ฉันแค่มาหยิบไข่ที่ตัวเองขึ้นเขาไปหามาได้เพื่อจะต้มใส่ข้าวฟ่างให้พี่กับลูก ๆ แต่แม่ตีฉันจนเป็นแบบนี้ ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว แต่พวกเราทำงานหนักก็ควรได้กินของดี ๆ บ้าง อีกอย่างโรคที่พี่เป็นต้องรักษาให้ดี ไม่งั้นจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม”

“ดูมันสิ มันไม่สำนึกจริง ๆ เลี้ยงไม่ได้แล้วสะใภ้แบบนี้ ต้องหย่าเท่านั้น ผู้ใหญ่บ้านเป็นพยานให้พวกเราด้วย วัน ๆ รู้จักแต่จะเอาเงินไปใช้เปล่าประโยชน์ โรคของเจ้ารองใช้แค่ยาสมุนไพรก็พอ แต่มันขี้เกียจจะเอาเงินไปทำอย่างอื่น ไข่นี่ก็ไม่ใช่จะเอาไปต้มบำรุงเจ้ารองกับลูก แต่จะเก็บไว้แอบกินเองมากกว่า”

“แม่! แม่ดูพวกเราสี่คนสิ มีใครตัวอวบอ้วนอิ่มเอิบเหมือนต้าเป่า เหมือนน้องสาม เหมือนพี่สะใภ้ใหญ่บ้าง ไม่ต้องพูดถึงลูก ๆ แค่ตัวลูกสะใภ้ที่แม่บอกว่าลักกินขโมยกินอยู่ตลอดยังแทบจะไม่มีแรงจับไก่ด้วยซ้ำ ลูกสะใภ้ทุกครั้งก็แค่อยากขอแบ่งส่วนที่ลูกหามาไปเลี้ยงดูเสี่ยวเป่ากับเสี่ยวจู และช่วยพี่เฮ่า

แต่แม่กับพี่สะใภ้ใหญ่เอาแต่ว่าลูกขโมย ลูกหยิบของที่ตัวเองหามาลูกกลายเป็นขโมยแล้วหรือ ถ้าจะโดนใส่ร้ายให้เสียชื่อแบบนี้ ลูกขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยตัดสิน ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมลูกจะลากสังขารไปหาทางการ ถามกับพวกเขาว่าใครถูกใครผิด อีกทั้งโรคของพี่เฮ่ากินยาสมุนไพรไม่หายหรอก พี่เฮ่าป่วยเป็นวัณโรคแล้ว ต้องใช้เงินค่ายา 30 ถึง 50 หยวนไปซื้อจากโรงพยาบาลในเมือง ที่ลูกขอกับพี่สะใภ้เพราะแบบนี้”

วัณโรคเป็นโรคที่ยังใหม่สำหรับคนยุคนี้ ยาที่คิดค้นรักษามีทว่าราคาก็แพงตามไปด้วย เป็นดังคาดพอชาวบ้านได้ยินก็ถอยหลังไปคนละก้าว พวกซูหมิ่นปิดจมูกราวกับได้กลิ่นของเน่า ทั้งที่หวังเฮ่ายืนอยู่ตั้งไกล แถมตัวเขาก็ไม่มีกลิ่นด้วย

“เป็นความจริงหรือหวังเฮ่า ไม่ใช่ว่าหมอในหมู่บ้านเราบอกว่าแค่ไอหรอกรึ” ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้แสดงทีท่ารังเกียจ

กลับกันแววตายิ่งมีความเวทนา ฉงกั่งเซิงเป็นผู้ใหญ่บ้านมาสิบปีย่อมเห็นอยู่ตลอดว่าหวังเฮ่าลูกคนรองของตระกูลหวังเป็นคนยังไง ทั้งบ้านหวังตั้งตัวเป็นเจ้านายใช้เขาเป็นม้าเป็นลา แต่งสะใภ้เข้ามาก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน สุดท้ายโชคร้ายทับถม ยังหนุ่มแน่นอายุพึ่งจะ 22 ปี กลับติดโรคที่รักษาไม่หายเสียอย่างนั้น

หวังเฮ่ามองเฉียวเป่าหลิน แปลกใจที่เธอรู้เรื่องโรคของเขา ตั้งแต่ตรวจพบว่าตนติดวัณโรคเขาก็เลือกจะไปนอนในโรงเก็บฟืนเก่า ยกห้องให้ภรรยากับลูกนอน ไม่ให้ใครเข้าใกล้เกรงจะติดต่อ ตนไม่เคยเล่าเรื่องนี้เลย ไฉนหญิงน่าชังถึงรู้ได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังประกาศให้คนอื่นรู้ด้วย จะทำให้เขาเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์เพียงใด

ชายหนุ่มตอบอย่างอับจนหนทาง ใจหนึ่งก็แค้นเคืองภรรยาที่เขาไม่เคยต้องการผู้นี้เสียจนอยากบีบคอให้ตาย

“ใช่แล้ว ผมติดวัณโรคจริง ๆ”

ชาวบ้านที่ได้ยินยิ่งหวาดผวาถอยห่างอีกก้าว ส่วนซูหมิ่นกับพวกหยวนซิ่วหว่านตรงไปล้างมือที่ได้จับตัวเฉียวเป่าหลิน

“ทุกคนอย่าเข้าใจผิด ตั้งแต่เจ้ารองกลับมาจากในเมืองพวกเราก็ไม่เคยไปเข้าใกล้เขา ไม่ให้สะใภ้รองเข้าออกบ้านใหญ่ตามใจ เด็กสองคนนี้ก็เหมือนกัน พวกเราสะอาดไม่มีทางติดโรคจากเจ้ารองแน่นอน อีกอย่างเขาอยู่ในนั้นมาตลอดสองเดือน ไกลขนาดนี้เชื้อโรคลามมาไม่ถึงแน่” ซูหมิ่นรีบชี้แจงด้วยเกรงว่าจะโดนรังเกียจ

“แม่ พี่เฮ่าเป็นลูกชายของแม่นะ ในเมื่อแม่รู้แล้วว่ายาสมุนไพรรักษาพี่เฮ่าไม่ได้ ลูกสะใภ้ขอร้องให้แม่กับพี่สะใภ้ใหญ่มอบเงินค่ารักษาเพื่อยื้อชีวิตพี่เฮ่า ให้พวกเราได้กินไข่บ้าง ขอร้องแม่ล่ะ ขอร้องแม่แล้ว”

“ใช่ ยาสมุนไพรรักษาไม่ได้ ต้องใช้ยาจากโรงพยาบาลยื้อชีวิต ไม่งั้นจะอายุสั้น ตั้งแต่เด็กหวังเฮ่าทำงานส่งพี่ส่งน้องเรียน จุนเจือครอบครัวหวังเต็มที่ พ่อแม่ก็ควรจะแสดงความเมตตาบ้าง แม่เฒ่าเอ๊ย! ลูกชายคนนี้กตัญญูมาก เอาเงินให้สะใภ้รองไปซื้อยามาบรรเทาอาการหน่อยเถอะ ยื้อได้เท่าไรก็ถือว่าเป็นวาสนาของหวังเฮ่ามันแล้ว”

หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านที่พูดขึ้นคือหมอยาสมุนไพรประจำหมู่บ้าน ครั้นซูหมิ่นได้ยิน ไม่เพียงไม่มีความสงสารเห็นใจ กลับตวาดลั่นอย่างร้อนรน “ค่ายาสามสิบหยวนนี่จ่ายไปแล้วรักษาก็ไม่หาย ยังจะต้องจ่ายทำไม เจ้าสามอีกปีเดียวก็ต้องเรียนมหาวิทยาลัย เงินนี่ยังช่วยให้เกิดประโยชน์กว่าอีก”

ซูหมิ่นกล่าวมาก็มีเหตุผล พวกคนที่ป่วยแล้วไม่มีวี่แววจะหายดี เลี้ยงไปก็ล่มจม เพียงแต่เป็นคนต้องมีคุณธรรมบ้าง จะให้มากให้น้อยก็ควรแสดงน้ำใจ แต่เพราะแม่แท้ ๆ ยืนกรานจะทอดทิ้ง ชาวบ้านจึงเริ่มช่วยกันพูด

“แม่ไม่เหลือทางรอดให้พวกเราจริง ๆ ไข่ไม่ให้กิน ยาไม่ให้ซื้อ ถ้าไม่แยกบ้านเสียพวกเราก็ต้องตายแล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel