บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 หัวใจที่เริ่มหลอมละลาย - 1

ยามบ่ายคล้อย แสงแดดสีทองเริ่มทอดตัวยาวพาดผ่านลานบ้านตระกูลเฉิง หลังจากพายุอารมณ์เมื่อช่วงเช้าสงบลง สมาชิกคนอื่นๆ ต่างแยกย้ายกันไปทำงานในคอมมูนเพื่อแลกแต้มงาน ทิ้งให้บ้านตกอยู่ในความเงียบสงบ

ลู่จิ้งเฟยส่งเสี่ยวเป่าเข้านอนกลางวันบนเตียงเตาที่เริ่มเย็นชืด ก่อนจะรวบผมยาวสลวยที่เคยดัดลอนตามแฟชั่นเมืองหลวงขึ้นเป็นมวยหลวมๆ ปักด้วยตะเกียบไม้เก่าๆ แล้วก้าวเท้าเดินเข้าสู่ห้องครัวดินที่ตั้งอยู่แยกออกไปจากตัวบ้านหลัก

ทันทีที่ผลักประตูไม้บานเก่าเข้าไป กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเขม่าควันก็ลอยมาเตะจมูก สภาพครัวของบ้านตระกูลเฉิงนั้นเรียกได้ว่าย่ำแย่จนแทบดูไม่ได้ ผนังดินเหนียวถูกรมควันจนดำเมี่ยม เขียงไม้มีรอยคราบฝังลึก ถ้วยชามกระเบื้องบิ่นๆ วางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ สะใภ้รองที่รับหน้าที่ทำครัวเมื่อวานหมกความมักง่ายเอาไว้จนลู่จิ้งเฟยต้องส่ายหน้า

ในชาติก่อน เธอเกลียดการเข้าครัวที่สุด เพราะกลัวว่าควันไฟจะทำให้ผิวพรรณที่อุตส่าห์บำรุงมาอย่างดีต้องหมองคล้ำ แต่ในชาตินี้ ลู่จิ้งเฟยไม่สนใจเรื่องความสวยความงามจอมปลอมเหล่านั้นอีกแล้ว เธอหยิบผ้ากันเปื้อนสีเทาที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนมาผูกเอว ม้วนแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่อง ก่อนจะลงมือทำความสะอาดครัวขนานใหญ่

เธอตักน้ำจากโอ่งมาขัดถูเขียงไม้จนสะอาดเอี่ยม จัดเรียงถ้วยชามและเครื่องปรุงที่มีเพียงเกลือเม็ดหยาบๆ ซีอิ๊วเก่าๆ และน้ำส้มสายชูให้เข้าที่เข้าทาง เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ครัวดินที่เคยซอมซ่อก็ดูสะอาดตาราวกับถูกเนรมิตใหม่

ลู่จิ้งเฟยเดินไปเปิดตู้กับข้าวเพื่อสำรวจวัตถุดิบ ทว่าสิ่งที่พบกลับมีเพียงแป้งข้าวโพดเนื้อหยาบสีเหลืองหม่นครึ่งกระสอบ และผักป่าเหี่ยวๆ ที่ถูกทิ้งไว้ในตะกร้าสานมุมห้องเท่านั้น ส่วนเนื้อหมูหรือไข่ไก่นั้นอย่าได้หวังว่าจะหลงเหลือมาถึงมือเธอ

หากเป็นลู่จิ้งเฟยคนเก่าคงได้แต่นั่งก่นด่าโชคชะตา ทว่าสำหรับหญิงสาวที่เคยผ่านความตายและเคยเป็นถึงลูกมือแม่ครัวในภัตตาคารใหญ่ในชาติก่อน วัตถุดิบเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างสรรค์อาหารมื้ออร่อย

"เอาล่ะ วันนี้แม่จะโชว์ฝีมือให้เสี่ยวเป่ากับพ่อของลูกได้กินของอร่อยเอง" ลู่จิ้งเฟยพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม

เธอเริ่มต้นด้วยการนำแป้งข้าวโพดหยาบๆ มาเทลงในกะละมังไม้ ในยุคนี้แป้งข้าวโพดถือเป็นธัญพืชหยาบที่ฝืดคอและกลืนยากที่สุด แต่ลู่จิ้งเฟยมีเคล็ดลับ เธอต้มน้ำจนอุ่นจัด ผสมเบกกิ้งโซดาลงไปเล็กน้อยเพื่อลดความกระด้าง ก่อนจะค่อยๆ เทน้ำลงในแป้ง มือเรียวเล็กออกแรงนวดแป้งอย่างเป็นจังหวะ นวดแล้วนวดเล่าจนเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามกรอบหน้า จากแป้งที่ร่วนซุยและหยาบกระด้าง กลับกลายเป็นก้อนแป้งที่เนียนนุ่มและยืดหยุ่นติดมืออย่างน่าอัศจรรย์

ต่อมาคือการเตรียมไส้ ลู่จิ้งเฟยนำผักป่าเหี่ยวๆ ไปล้างน้ำจนสะอาด ลวกในน้ำเดือดจัดเพียงครู่เดียวเพื่อลดความขมปร่า แล้วนำขึ้นมาแช่น้ำเย็นจัดเพื่อรักษาสีเขียวสดใส จากนั้นเธอก็วางผักลงบนเขียง

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงมีดอีโต้เล่มใหญ่กระทบเขียงไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอและหนักแน่น ท่วงท่าการหั่นผักของเธอพริ้วไหวและเชี่ยวชาญราวกับเชฟยอดฝีมือ ผักป่าถูกสับจนละเอียดในพริบตา เธอคั้นน้ำทิ้งจนแห้งหมาด ก่อนจะหยิบเอาของล้ำค่าที่สุดในครัวออกมา มันคือไหดินเผาใบเล็กที่บรรจุน้ำมันหมูสีขาวขุ่นเอาไว้ก้นไห

ลู่จิ้งเฟยใช้ปลายช้อนตักน้ำมันหมูออกมาเพียงปลายก้อย นำไปตั้งกระทะจนร้อนจัด กลิ่นหอมระเหยของไขมันสัตว์ที่หาได้ยากยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงพลันส่งกลิ่นหอมฉุย เธอใส่ต้นหอมซอยลงไปเจียวจนเหลืองกรอบ แล้วนำผักป่าสับลงไปผัด ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วเพียงหยิบมือ ความร้อนจากกระทะดึงเอาความหวานตามธรรมชาติของผักป่าออกมาผสมผสานกับความหอมมันของน้ำมันหมู กลายเป็นไส้ผักที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนท้องร้องประท้วง

เธอแบ่งก้อนแป้งข้าวโพดออกเป็นก้อนกลมๆ เท่าๆ กัน แผ่ให้เป็นแผ่นบางตรงขอบและหนาตรงกลาง ตักไส้ผักใส่ลงไปเต็มๆ ช้อน แล้วค่อยๆ จับจีบปิดผนึกอย่างประณีตงดงาม เพียงไม่นาน ซาลาเปาแป้งข้าวโพดลูกอวบอ้วนหน้าตาน่าทานนับสิบลูกก็วางเรียงรายอยู่ในซึ้งนึ่งไม้ไผ่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel