1980s หวนคืนรักร้าง

74.0K · จบแล้ว
หลิ่งฟาง/หยุ่นไฮ่ /ฉินมอร์
67
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ชาติก่อนลู่จิ้งเฟยตาบอดหลงเชื่อคำลวงของชายชู้หน้าขาว ทอดทิ้งสามีผู้ซื่อสัตย์ดุจขุนเขาและลูกน้อยจนต้องไปตายอย่างอนาถในตรอกมืด ทว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับหวนคืนมาในยุค 80 ในวินาทีที่กำลังจะเซ็นหนังสือหย่า! ในเมื่อได้ชีวิตใหม่มา... สิ่งแรกที่เธอจะทำคือฉีกหนังสือหย่าใบนั้นทิ้งซะ! แล้วหันมาซบแผงอกกว้างของสามีร่างยักษ์ที่รักเธอสุดหัวใจ ใครที่เคยร่วมมือกันเหยียบย่ำเธอ ชาตินี้เตรียมตัวถูกตลบหลังจนจมดิน ส่วนความยากจนแร้นแค้นน่ะหรือ? ด้วยสมองล้ำยุคและสองมือนี้ เธอจะเปลี่ยนเศษผลไม้ป่าเน่าเสียให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจหมื่นหยวน ขยายกิจการระดับมณฑลให้พวกคนโง่ต้องแหงนคอตั้งบ่ามอง!

นิยายจีนโบราณนิยายย้อนยุคผู้ชายอบอุ่นข้ามมิติพลิกชีวิตนางเอกเก่งยุค80โรแมนติกพึ่งพาตัวเอง

บทนำ หยดน้ำตาที่ชะล้างความผิด - 1

ความหนาวเหน็บทะลุทะลวงเข้าไปถึงกระดูกดำ มันคือความรู้สึกสุดท้ายที่ฝังรากลึกอยู่ในโสตประสาทของลู่จิ้งเฟย หิมะแรกของฤดูหนาวในเมืองหลวงปีนั้นโปรยปรายลงมาอย่างเหี้ยมโหดและไร้ความปรานี เกล็ดน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นลงมาปกปิดความโสมมของเมืองใหญ่ ทว่ากลับไม่อาจปกปิดความน่าสมเพชของชีวิตเธอได้

ร่างที่ผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกของเธอขดเกร็งอยู่มุมหนึ่งของตรอกที่ทั้งมืดมิดและสกปรก กลิ่นเหม็นเน่าของขยะเปียกที่กองสุมอยู่ใกล้ๆ ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดอุ่นๆ ที่ไหลรินจากบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะ ความเจ็บปวดจากการถูกทุบตีอย่างทารุณยังคงเต้นตุบๆ อยู่ในทุกจังหวะชีพจร เงินก้อนสุดท้ายที่เธอหามาได้จากการล้างจานจนมือเปื่อยยุ่ย ถูกแย่งชิงไปจนหมดสิ้นโดยผู้ชายหน้าขาวที่เธอเคยรักสุดหัวใจ หลิวจื้อหมิง!

ภาพแผ่นหลังของชายชู้ที่เดินควงแขนคุณนายเศรษฐินีจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอที่นอนจมกองเลือด ยังคงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีที่แล้ว

‘นี่สินะ จุดจบของหญิงแพศยาที่ทิ้งสามีและลูกมาตายอย่างหมาข้างถนน…’

ลู่จิ้งเฟยแค่นยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตนเอง ลมหายใจของเธอรวยรินลงทุกขณะ หยดน้ำตาอุ่นๆ สายสุดท้ายไหลรินออกจากหางตา ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบลง ดำดิ่งสู่ความมืดมิด...

ทว่าความหนาวเหน็บที่ควรจะพรากวิญญาณของเธอไปสู่ปรโลก กลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกปวดระบมตามร่างกายอย่างประหลาด เสียงลมหวีดหวิวที่พัดลอดช่องรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้ขนอ่อนบนร่างลุกซัน กลิ่นอายของดินเหนียวชื้นๆ ผสมกับกลิ่นควันไฟจากฟืนไม้สนที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ลอยเตะจมูกจนเธอต้องเผลอสำลักไอออกมาเสียงดัง

"แค่กๆ"

ลู่จิ้งเฟยค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ท้องฟ้าสีเทาหม่นของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกสูงตระหง่านและสายไฟระโยงระยาง แต่กลับเป็นเพดานที่ทำจากคานไม้ผุพังและหลังคามุงจากที่เต็มไปด้วยหยากไย่เกาะเป็นหย่อมๆ

เธอเบิกตากว้างขึ้น กวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความตื่นตะลึงและสับสนระคนกัน

ห้องพักแคบๆ ขนาดไม่ถึงสิบตารางเมตรนี้ช่างคุ้นตาเหลือเกิน ผนังดินเหนียวสีหม่นมีรอยแตกร้าวเป็นทางยาวราวกับรอยแผลเป็น แสงแดดสลัวๆ ยามสายส่องผ่านหน้าต่างไม้ที่กระดาษกรุหน้าต่างเริ่มขาดวิ่นและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด

เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ล่องลอยเริงระบำอยู่ในอากาศ มุมห้องมีตู้ไม้เก่าๆ ที่สีหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้ ถัดไปคือโต๊ะไม้สามขาที่โยกเยกจนต้องเอาเศษกระดาษมารองขาโต๊ะไว้ บนนั้นมีกระติกน้ำร้อนสีแดงสกรีนลายดอกโบตั๋นสีจางๆ ซึ่งเป็นของขวัญแต่งงานเพียงชิ้นเดียวที่ดูมีราคาในบ้านหลังนี้

ที่นี่มัน… บ้านตระกูลเฉิงในหมู่บ้านต้าเฉียว บ้านซอมซ่อที่เธอเคยรังเกียจและเกลียดชังเข้ากระดูกดำ

ลู่จิ้งเฟยผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว อาการวิงเวียนศีรษะจู่โจมจนเธอต้องยกมือขึ้นนวดขมับ ทว่าเมื่อเธอก้มมองมือของตนเอง ดวงตากลมโตก็พลันเบิกกว้างจนแทบถลน

มือคู่นี้... ยังไม่ได้หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการตรากตรำล้างจานในร้านอาหารหลังถูกชู้รักหลอกจนหมดตัว ผิวพรรณของเธอยังคงขาวซีดและนุ่มนวลอย่างที่หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ควรจะเป็น

‘ฉัน… ฉันยังไม่ตาย? ไม่สิ… ฉันย้อนเวลากลับมางั้นหรือ!’

ความคิดนี้พุ่งชนเข้ามาในสมองราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ลู่จิ้งเฟยสะบัดผ้าห่มผืนบางทิ้ง แล้วพุ่งตัวไปที่ปฏิทินแบบฉีกรายวันที่แขวนอยู่บนผนังดินเหนียว มือที่สั่นเทาของเธอลูบไล้ไปบนแผ่นกระดาษสากๆ ตัวเลขสีแดงสดที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำให้น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

วันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 1984