บทที่ 1 เสี่ยวเป่าของแม่ - 3
"ในขณะที่น้องรองเอาแต่อู้งานนอนกลางวัน ส่วนหลานชายคนโปรดของแม่ก็เอาแต่วิ่งเล่นผลาญข้าวสุก! ในเมื่อเจี้ยนกั๋วหาเงินเข้าบ้านมากที่สุด ลูกของเขาก็ควรได้กินอิ่มที่สุด! ไข่ใบนี้ซื้อมาด้วยเงินของสามีฉัน เสี่ยวเป่าคือสายเลือดสายตรงของเขา ทำไมลูกฉันจะกินไม่ได้!"
"แหม พี่สะใภ้ใหญ่ พูดแบบนี้ก็เกินไปนะ พวกเราก็ครอบครัวเดียวกัน..." สะใภ้รองพยายามเถียงเสียงอ่อย แต่ใบหน้ากลับซีดเผือดเพราะถูกแทงใจดำ
"ครอบครัวเดียวกัน? งั้นถ้าฉันเอาแต้มงานของเจี้ยนกั๋วไปแลกเนื้อหมูมากินคนเดียว เธอจะยอมเรียกว่าครอบครัวเดียวกันไหมล่ะ!" ลู่จิ้งเฟยตอกกลับอย่างเผ็ดร้อนจนสะใภ้รองอ้าปากค้าง ไร้คำโต้แย้ง
ลู่จิ้งเฟยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางหวังที่เริ่มมีแววหวาดหวั่น "ฟังฉันให้ดีนะ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากใครกล้าแตะต้องของกินของเสี่ยวเป่า หรือกล้ารังแกลูกฉันอีกล่ะก็..."
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ประกาศก้องด้วยเสียงที่ดังพอจะให้เพื่อนบ้านข้างเคียงได้ยิน
"ฉันจะอุ้มลูกไปคุกเข่าร้องเรียนที่หน้าบ้านหัวหน้าหมู่บ้านและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำตำบล! ฉันจะป่าวประกาศให้ทั่วว่าตระกูลเฉิงหน้าไหว้หลังหลอก สูบเลือดสูบเนื้อลูกชายคนโต แต่กลับปล่อยให้หลานชายแท้ๆ อดอยากจนตัวผอมเป็นไม้เสียบผี ดูสิว่าทางการจะว่ายังไง! ข่าวลือเรื่องรุมรังแกแม่ลูกอ่อนและกดขี่แรงงานในยุคนี้ โทษทัณฑ์มันไม่ใช่น้อยๆ นะแม่ อยากจะลองดูไหมล่ะ!"
คำขู่ที่งัดเอากฎหมาย และหน้าตาของตระกูลมาอ้าง ทำเอานางหวังถึงกับหน้าถอดสี ในยุค 80ที่การรักษาภาพลักษณ์และนโยบายของรัฐเข้มงวด หากเรื่องอื้อฉาวนี้หลุดออกไป มีหวังครอบครัวเฉิงได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และอาจถูกตัดแต้มงานจนอดตายแน่!
สะใภ้รองที่คอยยุยงอยู่เมื่อครู่ถึงกับหดหัวเต่า หุบปากสนิท ไม่กล้าส่งเสียงแมวร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว เธอรู้ดีว่าหากเรื่องใหญ่โตไป ตัวเองที่ชอบอู้งานนั่นแหละที่จะซวยเป็นคนแรก
"แก... แกมัน... นังงูพิษ" นางหวังชี้หน้าด่าด้วยเสียงสั่นๆ แต่ก็ไม่กล้าก้าวเข้ามาแย่งไข่อีก นางกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ฟาดงวงฟาดงากับถ้วยชามเพื่อระบายอารมณ์
ลู่จิ้งเฟยพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างผู้ชนะ เธอหมุนตัวกลับมาหาลูกชายและสามี รังสีความดุดันเมื่อครู่พลันจางหายไป กลายเป็นความอ่อนโยนของมารดา เธอหยิบไข่ต้มใบเดิมยื่นให้เสี่ยวเป่าอีกครั้ง
"กินเถอะลูก ไม่มีใครกล้าแย่งของลูกอีกแล้ว"
เสี่ยวเป่ารับไข่ต้มมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เขามองไข่ต้มในมือ สลับกับใบหน้าของมารดาที่วันนี้ดูแปลกไปจากทุกวัน แม่ของเขาวันนี้ช่างเท่และแข็งแกร่งเหลือเกิน! เด็กน้อยค่อยๆ กัดไข่ต้มคำโต รสชาติหอมมันของไข่แดงแผ่ซ่านไปทั่วปาก เป็นรสชาติที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยกินมาในชีวิต
ทางด้านเฉิงเจี้ยนกั๋ว ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปสลัก ทว่าภายในใจกลับเกิดคลื่นพายุลูกใหญ่พัดกระหน่ำ เขาจ้องมองแผ่นหลังบอบบางของภรรยาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ภรรยาที่เคยเอาแต่อ่อนแอ ร้องไห้ และโทษโชคชะตา ภรรยาที่เคยรังเกียจลูกชายและยอมให้คนอื่นข่มเหง บัดนี้กลับยืนหยัดราวกับแม่ไก่ที่กางปีกปกป้องลูกเจี๊ยบจากเหยี่ยวร้าย ฝีปากที่เฉียบคมและเหตุผลที่หนักแน่นของเธอ ทำให้เขาทั้งตกตะลึงและชื่นชมอย่างประหลาด
เฉิงเจี้ยนกั๋วมองลู่จิ้งเฟยที่กำลังยิ้มละมุนให้ลูกชาย มุมปากของชายหนุ่มที่แห้งผากค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น
บางทีการที่เธอฉีกหนังสือหย่าทิ้งเมื่อเช้านี้ อาจจะไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ แต่เป็นเพราะเธอตื่นรู้ และพร้อมที่จะกลับมาเป็นหัวใจของครอบครัวนี้จริงๆ
‘หากเธอพร้อมจะสู้ ฉันเฉิงเจี้ยนกั๋วผู้นี้ ก็พร้อมจะเป็นกำแพงเหล็กกล้าให้เธอพิงหลังตลอดไป’
ชายหนุ่มให้คำมั่นสัญญากับตนเองในใจอย่างเงียบๆ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่เริ่มสาดส่องลงมาขับไล่ความหนาวเหน็บในลานบ้านตระกูลเฉิง
