ตอนที่ 2: ตรรกะพังๆ กับตาชั่งที่ไม่ได้มาตรฐาน - 1
เสียงนาฬิกาปลุกในโลกของต้นกล้าเคยเป็นเสียงนกร้องสังเคราะห์ที่ค่อย ๆ ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล แต่ในร้านซ่อมของพาย นาฬิกาปลุกของเขากลับเป็นเสียง "เคร้ง!" ของกระทะเหล็กที่กระทบกับเตาแก๊ส พร้อมกับกลิ่นฉุนของน้ำมันหมูและพริกขี้หนูที่ลอยข้ามฝาพับไม้อัดมาเตะจมูก
ต้นกล้าสะดุ้งตื่นบนโซฟาที่ยุบจนตัวเขาเกือบจะจมลงไปในเบาะ เขาไอคอกแคกเพราะควันไฟที่ลอยวนอยู่ในร้าน
"นวล... ปรับระบบระบายอากาศ... ระดับ 5..." เขาพึมพำด้วยความเคยชิน
"นวลไหนของนาย ที่นี่มีแต่นวลนิ่มที่เป็นแมวเป้าหน้าปากซอยน่ะสิ ลุกขึ้นได้แล้วพ่อหนุ่มไฮเทค ตะวันโด่งจนจะเผาหลังคาเล้าไก่แล้ว"
เสียงของพายตะโกนข้ามมา พร้อมกับเสียงสับกระเทียมที่รัวเร็วเหมือนจังหวะกลองชุด
ต้นกล้าพยายามยันตัวขึ้น ลูบหน้าที่ยังง่วงงุน ผิวของเขาที่เคยเนียนละเอียดเพราะครีมประทินผิวราคาแพง บัดนี้เริ่มมีความมันและฝุ่นจับ
"นี่กี่โมงแล้วครับ"
"เจ็ดโมงเช้า เวลาทำงานของคนปกติ"
พายเดินถือจานข้าวมาวางลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยน็อต เธอสวมเสื้อกล้ามสีดำโชว์แขนที่มีกล้ามเนื้อจาง ๆ จากการทำงานหนัก
"กินซะ ข้าวผัดรถไฟสูตรคุณยาย ถ้ากินไม่หมดห้ามไปแตะต้องก้อนเมฆเด็ดขาด"
ต้นกล้ามองจานข้าวผัดสีน้ำตาลคล้ำที่มีไข่ดาวขอบไหม้ ๆ วางทับอยู่ เขาขมวดคิ้วพลางขยับกำไลข้อมือ
"ขอผมสแกนหาค่าแคลอรี่กับสารปนเปื้อนหน่อยนะ..."
"หยุดเลย" พายใช้ตะหลิวในมือเคาะข้อมือเขาเบา ๆ
"ที่นี่กฎคือ 'ตาดู หูฟัง จมูกดม ปากชิม' ห้ามใช้ไอ้เครื่องมือนั่นสแกนของกินของฉัน ถ้ามันจะมีพยาธิหรือโซเดียมเยอะเกินไป ก็ให้ร่างกายใสนิ่มของนายได้รู้จักภูมิต้านทานซะบ้าง"
ต้นกล้าจำใจวางมือลง เขาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวเข้าปากด้วยความระแวง แต่ทันทีที่ลิ้มรส รสชาติเค็มมันหวานและกลิ่นหอมไหม้ของกระทะก็ระเบิดอยู่ในปาก มันต่างจากอาหารเจลประมวลผลที่เขากินทุกเช้าซึ่งรสชาติแม่นยำแต่ไร้วิญญาณ
"มัน... รสชาติไม่นิ่งนะครับ แต่... ก็ไม่เลว"
" 'ไม่เลว' แปลว่าอร่อยในภาษาคนบนฟ้าใช่ไหม ฉันจะถือว่าเป็นคำชมแล้วกัน"
พายยิ้มกวน ๆ ก่อนจะวางไขควงไฟฟ้าอันใหญ่ลงตรงหน้าเขา
"กินเสร็จแล้ว งานแรกของนายคือการแยกประเภทน็อตในถังนู่น มีประมาณห้าพันตัว แยกตามขนาดและชนิดห้ามผิดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว"
ต้นกล้ามองถังเหล็กสนิมเขรอะที่เต็มไปด้วยเศษเหล็ก
“ห้าพันตัวถ้าผมเขียนสคริปต์ให้โดรนแยกให้ มันจะเสร็จในสามวินาทีนะ"
"แต่ที่นี่ไม่มีโดรน และฉันต้องการให้นิ้วมือที่เอาแต่จิ้มคีย์บอร์ดของนายได้สัมผัสถึง 'น้ำหนัก' ของความจริง" พายยักคิ้วให้หนึ่งที
"เริ่มได้แล้วคุณโปรแกรมเมอร์ อย่าให้ฉันรู้ว่านายแอบใช้ AI แอบช่วยนะ ไม่งั้นฉันจะเอาชิปความจำของหมานายไปทำเป็นพวงกุญแจจริง ๆ ด้วย"
ผ่านไปสามชั่วโมง ต้นกล้านั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นปูน เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาเริ่มรู้สึกว่าการแยกน็อตมันยากกว่าการเขียน Algorithm ป้องกันไวรัสเสียอีก
"น็อตตัวนี้เกลียวซ้าย... หรือเกลียวขวานะ"
เขาพึมพำพลางยกน็อตขนาดจิ๋วขึ้นมาส่องกับแสงแดดที่ลอดผ่านหลังคา
"พาย ผมว่าอันนี้มันเสียหายทางกายภาพนะ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมันเกิน 0.05 มิลลิเมตร ควรทิ้งไปเลยดีไหม"
พายที่กำลังก้มหน้าก้มตาเชื่อมแผงวงจรหันมามอง
"ทิ้ง นายรู้ไหมว่าน็อตปี 2030 แบบนั้นมันหาไม่ได้แล้วนะต้นกล้า ของทุกชิ้นที่นี่มันมีที่ของมัน แค่มันเบี้ยวไปหน่อยไม่ได้แปลว่ามันไม่มีค่า นายแค่ต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับความเบี้ยวของมันให้ได้"
