ตอนที่ 1: รอยร้าวในภาพโฮโลแกรม - 3
“ตกลง งั้นเริ่มจาก... ไปหลังร้าน แล้วขัดหม้อที่ฉันทำแกงไหม้ไว้เมื่อเย็นนี้ให้สะอาดซะ นั่นคือค่ามัดจำขั้นแรก ส่วนเรื่องการซ่อม... เราคงต้องคุยกันยาว เพราะเคสของเจ้านี่ มันไม่ได้พังที่โค้ด แต่มันพังที่ 'หัวใจ' ของระบบ”
ต้นกล้ามองมือตัวเองที่ขาวสะอาดสะอาดสะอ้านมาตลอดชีวิต แล้วมองไปที่หม้อดินดำปี๋ที่วางอยู่หลังร้าน เขาเพิ่งตระหนักว่า ชีวิตที่แสนสมบูรณ์แบบของเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว และการผจญภัยที่ไร้อัลกอริทึมควบคุมกำลังเริ่มต้นขึ้น
ค่ำคืนในเขตพื้นดินไม่ได้เงียบสงัดเหมือนบนคอนโดชั้น 192 แต่มันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงตะหลิวกระทบกระทะ และเสียงดนตรีสดที่ลอยมาจากบาร์เล็ก ๆ แถวนั้น ต้นกล้านั่งยอง ๆ อยู่หน้ากะละมังน้ำใบใหญ่หลังร้านของพาย ในมือถือฝอยขัดหม้อที่เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต
“ขัดแรง ๆ หน่อยสิพ่อหนุ่ม ถ้าหม้อไม่เงา ฉันก็ไม่มีสมาธิไปกู้ข้อมูลหมาให้นายหรอกนะ” พายตะโกนบอกมาจากโต๊ะทำงานของเธอ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
ต้นกล้าถอนหายใจ ก้มหน้าก้มตาขัดคราบเขม่าสีดำออกจากหม้อดินอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “ผมชื่อต้นกล้า ไม่ใช่พ่อหนุ่ม”
“จ้า ต้นกล้า... ฉันชื่อพาย ยินดีที่ได้รู้จักนะ ถึงแม้นายจะดูเหมือนพวกหุ่นยนต์เดินได้มากกว่ามนุษย์ก็เถอะ”
พายตอบโดยไม่ละสายตาจากแว่นขยายที่เธอกำลังใช้ตรวจเช็คแผงวงจรในกล่องของก้อนเมฆ
“รู้ไหมว่าทำไมหมาของนายถึงพังได้ขนาดนี้ ทั้งที่ระบบป้องกันของพวกคนรวยมันควรจะแน่นหนา”
“ไฟฟ้าลัดวงจรระดับควอนตัมครับ นวลบอกว่าเป็นอุบัติเหตุจากสถานีจ่ายไฟ”
“หึ... อุบัติเหตุหรือความตั้งใจของระบบกันแน่” พายพึมพำ
“พวกนั้นไม่อยากให้พวกนายผูกพันกับอะไรนานเกินไปหรอก ความผูกพันมันทำให้คนเราควบคุมยาก นายว่าจริงไหม ถ้าหมานายตาย นายก็แค่ซื้อใหม่ บริษัทก็ได้เงินเพิ่ม อัลกอริทึมก็ทำงานต่อได้โดยไม่มีความเศร้ามาปนเปื้อน”
ต้นกล้าชะงักมือที่ขัดหม้อ เขาไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อน สำหรับเขา ระบบคือพระเจ้าที่คอยจัดการให้ทุกอย่างราบรื่น
“แต่ระบบถูกออกแบบมาเพื่อความสุขของมนุษย์นะ”
“ความสุขที่ถูกป้อนให้ทางสายน้ำเกลือเนี่ยนะ” พายวางเครื่องมือลง แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาจริงจัง
“ความสุขจริงมันต้องมีความทุกข์ผสมอยู่ด้วยต้นกล้า เหมือนหม้อนั่นแหละ ถ้ามันไม่เคยผ่านการไหม้ มันก็ไม่เคยผ่านการทำอาหารอร่อย ๆ มาหรอก”
ต้นกล้ามองหม้อในมือที่เริ่มเห็นผิวเนื้อดินเผาสีส้มรำไร เขาเริ่มเข้าใจสิ่งที่พายสื่อสารได้เล็กน้อย
“แล้วคุณ... จะซ่อมก้อนเมฆยังไง ในเมื่อไฟล์หลักมันหายไปหมดแล้ว”
พายลุกขึ้นเดินมาหาเขา เธอขยับเข้าไปใกล้จนต้นกล้าได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิที่ติดมากับผ้ากันเปื้อนของเธอ (ซึ่งน่าจะเป็นกลิ่นจากน้ำยาปรับผ้านุ่มแบบโบราณ)
เธอเอื้อมมือไปหยิบก้อนเมฆที่ตอนนี้มีสภาพเป็นกลุ่มก้อนแสงสีฟ้าสลัว ๆ ขึ้นมาไว้ในอุ้งมือ
“ฉันจะไม่ซ่อมไฟล์เดิม แต่ฉันจะสร้าง ‘สะพานความรู้สึก’ ขึ้นมาใหม่ ฉันมีฐานข้อมูลความทรงจำเก่า ๆ ของหมาจริง ๆ ในยุคก่อนที่มันจะกลายเป็นโฮโลแกรม ฉันจะค่อย ๆ ฝังมันลงไป แล้วให้นาย... เป็นคนกระตุ้นให้มันจำนายได้เอง”
“ผมต้องทำยังไง?”
“นายต้องอยู่ที่นี่... อย่างน้อยก็จนกว่ากระบวนการปลูกถ่ายความรู้สึกจะเสร็จ และระหว่างนั้น นายต้องเรียนรู้ที่จะเป็น ‘มนุษย์’ จริง ๆ ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ที่ทำตามคำสั่งนวลไปวัน ๆ” พายยิ้มอย่างมีเลศนัย
“กฎข้อแรก ห้ามใช้กำไลข้อมือเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กเกินวันละ 10 นาที กฎข้อสอง นายต้องช่วยงานที่ร้านทุกอย่างที่ฉันสั่ง และกฎข้อสาม... นายต้องเล่าเรื่องตลกให้ฉันฟังวันละเรื่อง”
“เรื่องตลก ผมไม่รู้จักเรื่องตลก ผมรู้จักแต่โลจิก”
“งั้นก็นั่นแหละ งานที่ยากที่สุดของนาย” พายตบไหล่เขาเบา ๆ
“ยินดีต้อนรับสู่โลกที่ช้าที่สุดในกรุงเทพฯ นะต้นกล้า คืนนี้นอนที่โซฟาหลังร้านไปก่อน พรุ่งนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำ”
ต้นกล้ามองดูพายที่เดินกลับไปปิดไฟหน้าร้าน ทิ้งให้เขาอยู่กับความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัว ๆ ลอดผ่านหลังคาที่รั่วเป็นรู เขานั่งลงบนโซฟาที่ยุบตัวและมีกลิ่นอับ แต่น่าแปลกที่เขากลับรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในห้องนอนราคาหลายล้านของเขา
เขามองดูฐานข้อมูลของก้อนเมฆที่วางอยู่ข้างๆ แล้วพึมพำเบา ๆ
“อดทนหน่อยนะก้อนเมฆ เรากำลังจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ด้วยกันแล้ว”
คืนนั้น ต้นกล้าหลับไปโดยไม่ต้องให้ ‘นวล’ มากล่อม และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาฝัน... ฝันถึงทุ่งหญ้าสีเขียวที่ไม่มีโดมแก้วกั้น และเสียงเห่าที่ไม่ได้เกิดจากรหัสคำสั่ง แต่เกิดจากความดีใจที่ได้พบกันจริง ๆ
