บท
ตั้งค่า

บุรุษผู้นั้นใคร

“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ” หลี่ฟางหรงตอบพร้อมส่งยิ้มหวานให้จางหมิ่นเช่นเคย

จางหมิ่นรู้สึกเอ็นดูนางจึงใช้มือข้างขวาขึ้นลูบหัวนางเบา ๆ แต่ไหนแต่ไรมาเขากับนางสนิทสนมกันมาตั้งแต่เยาว์วัย กระทั่งนางแต่งงานออกเรือนไปกับหยางเฟยฉี และย้ายมาอยู่เป่ยโจว จึงทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันนับตั้งแต่นั้นมา

“บุรุษผู้นี้ใครกัน” เสียงเข้มถามขึ้นจากทางด้านหลัง พลางดึงตัวหลี่ฟางหรงออกห่างจากบุรุษตรงหน้า กอดเอวนางไว้หลวม ๆ แสดงความเป็นเจ้าของ

“ทะ...ท่านแม่ทัพ” นางเอ่ยอย่างตกใจ เขามาตั้งแต่เมื่อ

“ท่านคือ แม่ทัพหยางใช่หรือไม่ ข้าชื่อจางหมิ่น”

“ว่าแต่ ท่านมาทำอะไรที่นี่”

“ข้าได้รับมอบหมายให้มามอบพระราชโองการขององค์ฮ่องเต้ให้แก่ท่านอย่างไรเล่า ในจดหมายมีรายละเอียดอยู่มิใช่รึ”

“ใครจะไปรู้เล่า ในจดหมายบอกเพียงว่าจะมีคนจากวังหลวงมามอบพระราชโองการ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นผู้ใด”

“เช่นนั้นเอง”

สองสายตาต่างจ้องปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร กระทั่งจางหมิ่นยอมถอย เขาสั่งคนติดตามให้นำพระราชโองการที่อยู่บนรถม้าลงมา ก่อนจะเปิดอ่านเสียงดังฟังชัด

“แม่ทัพหยางเฟยฉี เชิญมารับพระราชโองการ” จางหมิ่นเอ่ย ก่อนที่หยางเฟยจะคุกเข่านั่งลง พร้อมกับนาง และบ่าวในจวนที่อยู่ในละแวกนั้น

“ด้วยโองการแห่งฟ้า แม่ทัพหยางเฟยฉีมีความสามารถสู้รบชนะทั่วทุกทิศ ผลงานโดดเด่น บัดนี้ข้าเห็นสมควรให้กลับมาช่วยข้าดูแลบ้านเมือง ให้กลับเมืองหลวงโดยเร็ว จบพระราชโองการ”

“กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา” ว่าพลางยื่นมือออกไปรับพระราชโองการมาถือไว้

“นอกจากที่พระองค์ทรงรับสั่งให้ท่านกลับเมืองหลวงแล้ว ยังทรงมอบเรือนหลังใหญ่ให้ท่านด้วย พร้อมกับเงินหมึ่นตำลึงเงิน”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” เขากล่าวขอบคุณฮ่องเต้

“ท่านแม่ทัพขอรับ”

“มีอันใดรึ” เขาถามลู่เสียน

“ที่ค่ายเกิดเรื่องแล้วขอรับ”

“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” พูดจบก็ขอตัวทันทีด้วยความเร่งรีบ

“ท่านพี่ ท่านยังมีเรื่องอะไรที่ต้องไปจัดการหรือไม่” นางถามจางหมิ่น

“ไม่มี ตอนนี้ข้าว่างมาก” เขาว่า

“เช่นนั้น เชิญท่านมาดื่มชาที่เรือนของข้าก่อน ข้ามีเรื่องมากมายที่อยากถามท่าน”

“ด้วยความยินดีขอรับ แม่นาง” เขาเอ่ยอย่างล้อเลียนตามนิสัยของตน ยามอยู่ด้วยกันสองคนจางหมิ่นนิสัยขี้เล่นนัก ตั้งแต่เด็กจนถึงวันนี้เขาไม่เปลี่ยนไปเลย...คนในใจเขาก็เช่นกันยังคงเป็นนางเสมอ

“ซิวเยว่ เจ้าไปยกชามาให้ข้ากับพี่จางหมิ่นที”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

“ฟางหรง เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ยินว่าเจ้าถูกธนูอาบยาพิษจนสิ้นชีพไปแล้ว เหตุใดเจ้าถึงฟื้นขึ้นมาได้”

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกันเจ้าค่ะ ฟื้นมาอีกทีก็เห็นที่จวนจัดเตรียมงานศพให้ข้าแล้ว”

“ดีแล้วที่เจ้าไม่เป็นอะไร ตอนนั้นข้าใจหายมากที่ได้ยินข่าวเช่นนั้น”

“ที่ท่านมามอบพระราชโองการถึงเมืองเป่ยโจวก็เพราะอยากมาให้เห็นกับตาใช่ไหมเจ้าคะ” นางตอบอย่างรู้ทัน

“ใช่แล้ว เดิมทีฝ่าบาททรงมอบหมายให้บิดาข้าเป็นคนมา แต่ข้าขออาสามาที่นี่ด้วยตัวเอง เพราะคิดถึงเจ้า”

“ข้าก็คิดถึงท่านเช่นกัน”

หยางเฟยฉีมาได้ยินตอนที่ทั้งคู่บอกคิดถึงกันพอดี ด้วยความรู้สึกขุ่นมัว นี่นางจะสวมหมวกเขียวให้เขาหรืออย่างไรกัน

“คุณชายจาง นี่ท่านอยู่จิบชากับฮูหยินของผู้อื่นนานจนตะวันตกดินเช่นนี้ ไม่คิดว่ามันไร้ยางอายไปหน่อยหรือ”

“ไร้ยางอายงั้นรึ ท่านแม่ทัพพูดเกินไปหรือไม่ ข้ากับแม่นาง หลี่รู้จักกันมานาน ข้ารู้จักกับนาง ก่อนที่ท่านกับนางจะแต่งงานกันเสียอีก”

“ชายหญิงควรมีระยะห่าง อีกอย่างนางมีสามีแล้วและสามีของนางกำลังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ บุรุษที่ยังไม่แต่งงานเช่นท่านไม่ควรเข้าใกล้สตรีที่แต่งงานแล้วเช่นนาง”

“นี่ท่านหึงงั้นรึ” จางหมิ่นพูดกับเขาท่าทางไม่จริงจังนัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel