
บทย่อ
‘หลี่ฟางหรง’ ถูกคนลอบทำร้ายจนสิ้นชีพด้วยฝีมือของอนุภรรยาตัวดีที่สามีของนางโปรดปรานนักหนา เมื่อนางมีโอกาสได้เกิดใหม่อีกครั้งในร่างของตนเอง ครานี้นางจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ไม่มีอีกแล้วสตรีที่แสนดีที่ยอมถูกตราหน้าว่าอ่อนแอ แถมยังโดนรังแกจากอนุไร้ยางอายผู้นั้น มีแต่หลี่ฟางหรงผู้นี้ ที่ไม่ยอมให้ผู้ใดมาข่มเหงอีกแล้ว ต่อแต่นี้ไปนางจะคิดบัญชีคนที่เคยทำร้ายนางให้หมด!
ถูกลอบทำร้าย
“ฮูหยิน ระวัง!” เสียงสาวใช้ข้างกายบอกนางเสียงดัง ทว่าทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้ตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ ปลายธนูแหลมคมพุ่งตรงปักเข้าที่ไหล่ซ้ายของหลี่ฟางหรงเข้าอย่างจัง เลือดสีแดงสดไหลอาบไปทั่วทั้งไหล่อันบอบบาง ในขณะที่พิษเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทำให้ใบหน้าของนางเริ่มซีดเผือด และหมดสติไปในที่สุด ซิวเยว่แผดเสียงร้องไห้เสียงดัง หลังจับชีพจรคุณหนูของตน หลี่ฟางหรงตายแล้ว...ไม่มีแม้แต่ลมหายใจอันโรยริน
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงทรงอำนาจถามขึ้น เมื่อเห็นสาวใช้นำร่างอันหมดสติของฮูหยินตนเองเข้ามาในจวน
“ท่านแม่ทัพ ฮะ...ฮึก” ซิวเยว่เอ่ยเรียก พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ซิวเยว่ เจ้าตอบข้า ฮูหยินเป็นอะไร เหตุใดนางจึงหมดสติเช่นนั้น แล้วเลือดนั่นใครเป็นคนทำ”
“ฮะ...ฮูหยินตายแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าว่ายังไงนะ! ลู่เสียน เจ้าไปตามหมอมาที่นี่เร็วเข้า” ถามขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวคนสนิทให้ไปตามหมอมา
“เจ้าอุ้มนางเข้าไปด้านในก่อน” เขาหันไปสั่งบ่าวรับใช้ผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
บ่าวคนนั้นอุ้มนางวางลงที่เตียงนอนอย่างเบามือ พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของหลี่ฟางหรง เขาเดินตรงลงนั่งข้างเตียงแล้วใช้มือขวาอังที่จมูกของนาง ก็พบว่าฮูหยินของตนไม่หายใจแล้ว ไม่นานนักลู่เสียนก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับท่านหมอ
“ท่านแม่ทัพข้าขอแสดงความเสียใจด้วย ฮูหยินของท่านนางสิ้นลมแล้ว”
“ท่านหมอ เหตุใดนางจึงสิ้นลมได้ นางถูกลูกธนูยิงที่ไหล่ไม่ใช่จุดสำคัญที่จะทำให้เสียชีวิตได้ หรือว่าธนูดอกนั้นอาบยาพิษ” ต้นประโยคถามท่านหมอ ท้ายประโยคพึมพำกับตัวเอง
“เป็นดั่งที่ท่านแม่ทัพกล่าว ธนูดอกนั้นมียาพิษ ไม่ทราบว่าฮูหยินของท่านไปมีศัตรูที่ไหนกัน นางถึงได้ถูกทำร้ายจนตายเช่นนี้ ช่างน่าสงสารนัก”
“คนอย่างนางน่ะหรือจะไปมีศัตรูที่ไหนได้ หากจะมีเห็นทีคงเป็นข้ามากกว่า”
“เช่นนั้นหรือ”
“ขอบคุณท่านหมอมาก ลู่เสียนเจ้าให้คนไปส่งท่านหมอกลับจวนด้วย”
“ขอรับ ท่านหมอเชิญทางนี้”
หลังจากที่ทุกคนออกไปหมดแล้ว เขาเพียงปรายตามองร่างอันไร้วิญญาณของหลี่ฟางหรงด้วยความรู้สึกใจหายเล็กน้อย แม้ว่าเขากับนางจะแต่งงานกันมาแล้วถึงสองปี
นับตั้งแต่ที่นางผ่านวัยปักปิ่นเพียงสี่เดือนเท่านั้น เขาอายุมากกว่านางถึงสี่ปี ทั้งความคิดและนิสัยล้วนแตกต่างกันสิ้นเชิง นิสัยอ่อนแอ ชอบคล้อยตามผู้คนของนาง เขาไม่ค่อยชอบใจนัก และเขาไม่เคยมีใจให้นาง ที่ตกลงตบแต่งนางมาเป็นฮูหยินก็เพราะมารดาที่อยู่เมืองหลวงอ้อนวอนขอร้องมา เขาจึงต้องจำใจแต่งกับนาง
ผิดกับหลันเหม่ยที่เขารู้สึกต้องตาต้องใจตั้งแต่แรกเจอ หากตระกูลของนางมียศศักดิ์และบารมีเทียบเท่าตระกูลหลี่ เห็นทีเขาคงได้แต่งหลันเหม่ยเป็นฮูหยินเอกแทนนางเป็นแน่ ถึงกระนั้นหลันเหม่ยก็ยินยอมพร้อมใจเป็นอนุภรรยาของเขา นางทั้งฉลาดจิตใจดีสามารถเป็นคู่คิดอยู่เคียงกายเขาได้ แม้หยางเฟยฉีจะยังไม่เคยเข้าหอกับสตรีทั้งสองก็เถอะ บัดนี้สิ้นวาสนาภพหน้าเขาหวังว่านางจะได้แต่งกับคนที่นางรักและชายผู้นั้นก็รักนาง
“พวกเจ้าออกไปกันก่อนเถิด” หลันเหม่ยบอกแกมสั่ง สาวใช้รวมทั้งบ่าวในเรือนของหลี่ฟางหรงทั้งหมด จึงต้องออกไปนอกห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฟางหรง เจ้าอย่าได้โทษข้าเลย ที่เจ้าต้องมีจุดจบเช่นนี้ก็เพราะตัวเจ้าเอง นอกจากเจ้าจะเป็นสตรีที่ไม่มีประโยชน์อันใดให้ท่านแม่ทัพแล้ว เจ้ายังเป็นขวากหนามทิ่มแทงข้า นับตั้งแต่นี้ไปข้าไม่ต้องเป็นอนุอีกแล้ว ตำแหน่งฮูหยินท่านแม่ทัพข้าจะต้องได้มันมาครอบครอง คนอ่อนแอเช่นเจ้าไม่คู่ควร!” หลันเหม่ยร่ายยาวบอกร่างไร้ชีวิตของหลี่ฟางหรงที่ตอนนี้นอนราบอยู่บนเตียงสวมชุดไว้ทุกข์อยู่ นัยน์ตาที่จ้องมองมีแต่ความคับแค้นริษยา แม้หยางเฟยฉีไม่เคยมีใจให้หลี่ฟางหรง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยร่วมหอกับนางเช่นกัน แม้ว่าเขาจะชอบพอนางอยู่มากก็ตาม
