ตอกหน้า
“ชุดที่เจ้าสวมมาวันนี้สวยดี แต่เจ้าสวมอาภรณ์สีแดงเช่นนี้เห็นทีคงจะทำให้ท่านแม่ทัพอับอายยามกลับไปเมืองหลวงเป็นแน่ อยู่ที่นี่เจ้าจะสวมอาภรณ์สีอะไรข้าย่อมไม่ถือสา แต่จงจำไว้ว่าที่เมืองหลวงย่อมไม่เหมือนกับเมืองเป่ยโจวที่อยู่ติดชายแดนเช่นนี้” นางบอกสตรีตรงหน้าตามตรง เมืองหลวงมีขนบธรรมเนียมมากมายต่างจากที่นี่
หยางเฟยฉีแปลกใจอีกครา เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนฉลาดรู้จักใช้ถ้อยคำยอกย้อน โดยที่ไม่ทำให้ตนเองถูกตำหนิได้ เขาจึงแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ เห็นทีเขาคงต้องเรียนรู้นิสัยใจคอของนางใหม่เสียแล้วกระมัง
“อาภรณ์ชุดนี้เจ้าอย่าได้สวมมันให้ข้าเห็นอีก เอาไปเผาทิ้งเสีย” เขาหันไปสั่งหลันเหม่ยสีหน้าเรียบเฉย จริงอยู่ที่เขาชอบความฉลาดเฉลียวของนาง แต่ถึงกระนั้นนางจะต้องรู้ขนบธรรมเนียมบ้างว่าอนุไม่มีสิทธิ์ใส่ชุดสีแดง สีดำ และสีทอง!
นับแต่วันนั้นหลี่ฟางหรงก็ดูแลเรื่องทุกอย่างภายในจวนแทนที่หลันเหม่ยทุกอย่าง ก็บอกแล้วอย่างไรเล่าว่านางจะทวงทุกอย่างที่เป็นของนางคืนจากอนุไร้ยางอายผู้นั้น!
“หลันเหม่ย เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” เขาถามเสียงนุ่มเป็นห่วง ก่อนจะจับแขนของนางให้ค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าคิดว่าข้อเท้าข้าพลิก” นางว่า เมื่อได้ยินคำตอบ หยางเฟยฉีจึงช้อนอุ้มนางเข้าไว้ในอ้อมแขน แล้วพานางไปนั่งที่ศาลาใกล้ ๆ
ภาพตรงหน้าทำให้นางอยากจะเบือนหน้าหนีเต็มทน แต่ก็ต้องทนมองภาพบาดตา เพราะหากต้องการตัดใจเลิกรักเขา นางยิ่งต้องมองเพื่อที่จะได้หมดอาลัยตายจากลบเขาจากใจได้ง่ายขึ้น
“เสแสร้งสิ้นดี!” นางสบถ
“เจ้าว่าใครเสแสร้งงั้นรึ” หลังจากที่หยางเฟยฉีออกจากจวนไป หลันเหม่ยก็เดินตรงดิ่งมาที่ลานยิงธนูที่นางยืนอยู่ เดินปร๋อเชียว สมกับเป็นนางจิ้งจอก!
“เจ้ายังต้องถามอีกหรือ” ว่าพลางจ้องหน้าด้วยรอยยิ้มยียวน
“แม้ข้าจะเสแสร้งแล้วอย่างไรเล่า อย่างน้อยท่านแม่ทัพก็โปรดปรานข้า ไม่เหมือนกับเจ้า เชิญเจ้ายึดมั่นถือมั่นกับตำแหน่งฮูหยินจอมปลอมนั่นเถิด”
“หึ ตำแหน่งฮูหยินจอมปลอมงั้นรึ แล้วสตรีไร้ยางอายผู้ใดเล่าที่อยากได้ตำแหน่งนี้จนตัวสั่น ถึงกลับสั่งให้คนลอบฆ่าข้ากัน” เอ่ยตอบ พร้อมกับเดินออกห่างประมาณสองจั้ง หยิบคันธนูที่ติดตัวขึ้นมาตั้งท่ายิงธนู ก่อนที่ลูกธนูจะพุ่งหลาวเฉียดปลายหูหลันเหม่ยเข้าอย่างจัง
“หลี่ฟางหรง นี่เจ้ากล้าทำร้ายข้ารึ ข้าจะฟ้องท่านแม่ทัพ!”
“ตามสบายเถิด อยากฟ้องก็ฟ้องไป ซิวเยว่ เราไปกันเถิด”
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” สองนายบ่าวเดินหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจเดินกลับเรือนของตนไป สมน้ำหน้าอยากอวดดีต่อหน้าคุณหนูของนางเอง
ลู่เสียนที่เดินกลับมาเอาของบางอย่างที่จวนบังเอิญเห็นเหตุการณ์นี้เข้าก็รู้สึกชอบใจยิ่งนัก เห็นทีเร็ว ๆ นี้คงมีคนคลั่งรักฮูหยินเป็นแน่ เขาย่อมรู้นิสัยของนายตนเองดีว่าสตรีเช่นใดถึงจะเอาท่านแม่ทัพของตนอยู่ แน่นอนว่าคงไม่พ้นฮูหยินที่หยางเฟยฉีเฉยชาใส่ทุกเมื่อเชื่อวันที่ต้องพบเจอกันอย่างหลี่ฟางหรง
“ท่านแม่ทัพ” หลันเหม่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดูน่าสงสาร ยามเห็นเขากลับเรือนมา ทว่าเขากลับไม่ได้ใส่ใจมากนัก เหตุเพราะหลี่ฟางหรงก็ยืนอยู่ที่นี่ด้วย
“เกิดอันใดขึ้นรึ พวกเจ้าทั้งสองถึงได้มารอข้าถึงที่เรือน”
“ตัวข้าไม่มีเรื่องอะไร เพียงแต่อนุหลันมีเรื่องอยากฟ้องร้องท่าน ข้าจึงต้องมยืนรอท่านถึงที่นี่”
“หลันเหม่ย เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ”
“ก็ฮูหยินน่ะสิเจ้าคะ นางยิงธนูใส่ข้า”
“ฮูหยินน่ะหรือยิงธนูใส่เจ้า หลันเหม่ย เจ้าพูดเพ้อเจ้ออันใดกัน นางน่ะหรือจะยิงธนูเป็น”
“ฮะ ฮ่าฮ่าฮ่า” นางถึงกลับหลุดขำออกมา หลังจากที่ได้ยินคำตอบของเขา หากเขารู้จักใส่ใจสักนิดคงจะทราบว่านางมีเก่งกาจด้านการยิงธนู เนื่องจากได้ผู้เชี่ยวชาญสอนมาตั้งแต่เยาว์วัย
