บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3

ตอนที่ 3

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกเบา ๆ ไออุ่นจากภายในลอยตามร่างสูงของปารเมศออกมา

ผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่มีสุขใช้มันไปตอนเช้า แต่ตอนนี้ผ้าผืนนั้นมันอยู่บนเอวของเขา เธอมั่นใจว่าเขาจงใจผูกมันอย่างหมิ่นเหม่

“สุขอาบต่อเลยไหม ผมเปิดน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”

มีสุขเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารมองเขาด้วยสายตากึ่งงุนงง ปารเมศทำเหมือนว่าเรากลับมาสนิทสนมกันดังเดิม

มีสุขคิด ๆ ดูแล้ว เธอก็สับสนกับตัวเองเหมือนกัน ที่อยู่ ๆ ก็ให้เขาเข้ามายุ่มย่ามในห้อง แต่สายตาที่สบกันเพียงชั่ววินาที กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนต้องรีบหลบตา

หยดน้ำพร่างพราวที่เกาะกับแผงอกกว้าง เส้นผมเปียกหมาด น้ำหยดจากปลายผมลงบนต้นคอของเขาอย่างไม่ตั้งใจ

มีสุขยอมรับว่าในอกมันมีอะไรเต้นโครมคราม และมันก็มีบางอย่างที่เต้นแรงกว่านั้น!

ไม่ใช่ว่าหลังจากเลิกรากับเขาเธอไม่เจอผู้ชายหล่อ หรือเดทกับใคร แต่ต่อให้มีสุขเดทกับผู้ชายทั้งโลก มันก็คงไม่ดีเท่าคนตรงหน้า...ผัวเก่าคนนี้

คิดถึงตรงนี้เธอก็ถอนหายใจกับความรู้สึกปนเปในใจของตัวเอง ปารเมศดูดี...ดูแบบฉิบหาย และ...น่ากิน!

“ยังทำงานอยู่เหรอ” เขาถามซ้ำก่อนจะย่างเท้าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยกรุ่นออกมาจากเนื้อตัวของเขา

ลมหายใจที่เป็นกลิ่นสะอาดของผู้ชายที่อาบน้ำมาใหม่ ๆ คิดดูว่าจิตของเธอจะไม่เตลิดเปิดเปิงได้ยังไง!

ยุบหนอ อย่าสั่นระริก แรดขนาดนั้นหนอ...

มีสุขหัวใจเต้นระรัวก่อนจะปิดแฟ้มเอกสารแสร้งหยัดกายลุกขึ้นจะเดินไปเข้าห้องน้ำ หนีสิ! รอไร!

“ผมขอพาราสักสองเม็ดได้ไหม เหมือนจะมีไข้ สุขมาวัดไข้ให้หน่อยสิ ผมมึนหัวนิด ๆ แล้ว”

ปารเมศเดินเข้ามาใกล้...ใกล้จนเหมือนเขามาหายใจรดต้นคอ บอกว่าให้ไปไกล ๆ ไง...

“ก็คุณตากฝน” คิดอีกอย่างพูดออกมาอีกอย่าง ก่อนจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่ก่อนไปก็หยิบเสื้อตัวหนึ่งส่งให้เขา

“สุข” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ ขณะสวมเสื้อเสร็จแล้ว

อย่าเรียก ๆ นั่นคือสิ่งที่เธออ้อนวอนกับสมองตัวเองในใจ

“คะ” แล้วเสียงหัวใจก็ตอบรับออกไป จะบ้า!

เขาหยุดยืนขวางหน้าเธอทั้งที่บอกว่าอยากจะได้ยาลดไข้ มีสุขมองหน้าเขาและยกมือขึ้นเกาจมูก

ท่าเกาจมูกของเธอทำให้ปารเมศอมยิ้ม เขารู้ทัน!

มันเป็นท่าประจำตัวที่โคตรจะเสียบุคคลิกและทำให้คนที่สนิทสนมกับมีสุขจับไต๋ได้

เธออยากจะเลิกนิสัยเกาจมูกเพราะเกิดอาการแก้เก้อ แต่มันเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายสักที

“สุขวัดไข้ให้หน่อยได้ไหม ผมมึนหัวมากจริง ๆ” แล้วมือหนาก็คว้าเอวเธอเข้าไปใกล้

วัดไข้? นี่คือการขอวัดไข้ หรือต้องการให้เธอมุดต่ำลงไปวัดอย่างอื่นกันแน่!

ความอุ่นร้อนที่แนบชิดขาท่อนขาอย่างจงใจ คือมีสุขรู้สึกว่าไอ้นั่นของเขามันน่าจะพองตัวแบบหนึ่งในสาม

และยังเต่งไม่เต็มที่...แต่ไม่เต่งไม่เต็มที่ก็เท่าแขนเธอแล้วไหม?

ทว่าเพียงขยับตัวหนีเล็กน้อย กลับยิ่งทำให้ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันมากกว่าเดิม

ผิวแก้มของเขาซบลงตรงลำคอพอดิบพอดี แขนที่พาดอยู่ข้างหลังราวกับเผลอรัดเข้ามาอีกนิด

ความหนักของร่างกายเขากดทับลงมาไม่ถึงกับอึดอัด แต่ก็ใกล้ชิดเสียจนเธอรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่ไหลซึมผ่านผิวเนื้อ

ลมหายใจร้อนผ่าวที่สัมผัสลงบนต้นคออย่างจงใจ มันทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่

แล้วนี่ตัวหอมอะไรขนาดนั้นอ่ะ...

กลิ่นกายของเขาช่างชวนให้คนคิดฟุ้งซ่าน ปารเมศไม่ได้แค่ตัวหอมเฉพาะน้ำหอมที่เขาใช้ แต่มันเป็นฟีโรโมนจากเรือนกายกำยำ

ต่อให้ไม่ได้อาบน้ำสองวัน เขาก็ยังคงสะอาดหอม เราเคยขลุกกันอยู่บนเตียงสองวันสองคืน แม้แต่ซอกขาของเขาก็ยังไม่เหม็น

และภาพในอดีตก็ฉายชัดในห้วงความคิด มันเหมือนภาพลวงตาที่ล่อลวงให้เธอเผลอไผลเข้าใกล้ อย่างห้ามตัวเองไม่ได้

“...คุณไม่เป็นอะไรหรอก ปล่อยก่อนค่ะอึดอัด”

“อึดอัดหรือเกลียดผมกันแน่”

ปารเมศถามพร้อมกับซบกับซอกคอเธอ ลมหายใจของเขาทำเอาเธอร้อนหนาวอย่างไรไม่รู้

เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามข่มความรู้สึกวูบไหวในอก มือที่วางทาบอยู่บนอกแกร่งของเขาเผลอเกร็งขึ้น

เมื่อเขาขยับตัวใช้ฝ่ามือประคองใบหน้าเธอ สัมผัสปลายนิ้วที่ปัดผ่านริมฝีปากล่างแม้เพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่กลับเหมือนกระแสไฟอ่อน ๆ วิ่งพร่านไปทั้งร่างเธอ

“สุขจะทิ้งผมลงเหรอ”

“คุณคิดว่าตัวเองใจร้ายเป็นคนเดียวเหรอ”

ปารเมศอึ้งเพราะไม่คิดจะโดนย้อนศร มีสุขในตอนนี้ไม่ใช่สาวน้อยที่เอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จาอีกแล้ว

“ผมรู้ว่าผมใจร้ายกับคุณมาก ขอโทษจริง ๆ นะ”

“ถ้าขอโทษจบก็ปล่อยค่ะ คุณมากอดมาลูบฉันแบบนี้ มันจะไม่จบแค่นี้คุณก็รู้”

มีสุขอยู่กับปารเมศมานานปี เธอรู้จักเขาดีพอ ๆ กับที่เขารู้จักเธอดีนั่นแหละ

และเรื่องที่เราเข้ากันได้โคตรดีเลยคือเรื่องเซ็กซ์

“ผมแค่อยากกอดคุณให้หายคิดถึง และจะพยายามหยุดตัวเองแค่นี้ ไม่มากไปกว่านี้...”

เงียบงัน...มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและลมหายใจหอบกระชันสลับถี่ของคนสองคนที่อยู่ในท่ายืนกอดกัน

“ผมจะไม่แตะต้องคุณ ถ้าคุณไม่อนุญาต”

เสียงเขาจริงจัง แต่มีสุขกรอกตาใส่เขาแทน นี่มันไม่แตะต้องตรงไหน และเหมือนว่าปารเมศจะรู้ว่าเธอคิดอะไร

“ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้กลับมาเล่น ๆ”

มีสุขเงยหน้าขึ้น สบตาเขาเต็ม ๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาออกจากห้องน้ำมา

“กลับมาเล่นหรือกลับมาจริงฉันก็ไม่ได้สนใจ อย่างที่บอกคุณตั้งแต่แรก ความตั้งใจจริงของฉันคือไม่ต้องการมีพันธะวุ่นวายกับผู้ชายคนไหน” เธอบอกแล้วเชิดหน้าขึ้น

“แต่ที่ผ่านมา...สุขก็ไม่เคยคบใคร” ดวงตากลมกรอกขึ้นข้างบนก่อนจะวกกลับมามองหน้าเขา

“เพราะฉันไม่มีสถานะให้ ไม่ใช่ไม่มีใคร และที่สำคัญเลยนะคะ ไม่มีใครก็ใช่ว่าจะรอคุณ” เธอพูดตรง ๆ ทำเอาใจเขาเจ็บ

“ถูก...คุณจะมารอผู้ชายที่ไม่มีไรดีอย่างผมทำไม วันนี้ที่ได้เข้ามาห้องคุณก็เพราะผมบอกจะซื้อประกัน”

สีหน้าของเขาดูไม่ดี มีสุขจึงเบี่ยงใบหน้าหันไปอีกทางหนึ่ง เพราะจะหลุดขำ

“ก็ซื้อด้วยนะคะ อย่าทำตัวเป็นพวกโจรใจบาป”

ความใกล้ชิด แลสายตาเว้าวอนที่จ้องกันตาไม่กะพริบ ทุกอย่างกดดันหัวใจเธอจนแทบหายใจไม่ทัน

“ผมไม่ควรกลับมาให้คุณหนักใจ ผมควรจะปล่อยวางไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก เราเดินหน้าไปคนละทิศละทางนั่นก็ถูกแล้ว”

มีสุขก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า…เธอจะควบคุมจักรวาลของตัวเองได้นานแค่ไหน “คุณคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกนิยายหรือไง”

ใจหนึ่งอยากขยับหนีให้พ้น ปากอาจไม่ยอมรับ แต่ร่างกายซื่อสัตย์จนยากจะปฏิเสธว่า...หากเขาแนบชิดเข้ามาอีกเพียงนิดเดียว เธออาจไม่เหลือแรงใจจะผลักไสเขาออกไปเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel