ตอนที่ 4
ตอนที่ 4
คืนนั้นทั้งคืนมีสุขเป็นฝ่ายนอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้งเพราะเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนข้างกาย
เธอกับปารเมศนอนบนเตียงเดียวกันในรอบห้าปี มีหมอนข้างหนึ่งใบกันกลางระหว่างเรา แต่ผ้าห่มดันเป็นผืนเดียวกัน
“นอนไม่หลับเหรอ” เสียงอู้อี้ของคนข้างกายเอ่ยถาม และเธอรู้ว่าเขาผงะศีรษะขึ้นมามองกัน
“ไม่ชิน มีคนนอนด้วย” เธอตอบตามความจริง แต่พักเดียวหมอนข้างตรงกลางที่กางกันอาณาเขตก็หายไป
แรงสวบสาบของเนื้อผ้าขยับมาใกล้พร้อมกับกระไอร้อนผ่าวและอ้อมแขนที่พาดลงมาบนหน้าท้องเธอ
“สุขว่าตัวผมร้อนไหม?” วิธีการเรียกร้องให้เธอวัดไข้ให้ช่างเกินไปไหม
แต่สำหรับปารเมศ ทุกทางที่ทำได้เขาก็จะทำ คงไม่มีใครรู้จักมีสุขดีเท่าเขาอีกแล้ว
“มะ ไม่ร้อน คุณเอามือออกไปฉันร้อน”
“ขอนอนกอดหน่อยนะ ผมหนาว...”
เหมือนว่าเราคุยกันคนละเรื่อง แต่ปารเมศไม่สนใจว่ามีสุขจะร้อนจริงหรือไม่ แต่เขาเริ่มหนาวแล้ว
เธอรู้ว่าเขาไม่ได้หนาวจริง ปารเมศชั้นเชิงรอบบินสูงแค่ไหนทำไมเธอจะรู้ไม่ทันเขา
แต่เพราะปารเมศยังไม่ข้ามเส้น แค่นอนกอดวางมืออยู่บนเอวเธอนิ่ง ๆ แบบนี้ แต่นั่นมันก็เพียงพอจะทำให้กำแพงที่เธอสร้างไว้เริ่มสั่นคลอน
แต่แล้วมีสุขสะดุ้งตื่นกลางดึก เพราะความร้อนที่แผ่ออกมาจากคนข้างกาย เธอพลิกตัวกลับไปเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เพียงแค่เขาตัวร้อน แต่ร่างกายของปารเมศเหมือนจะสั่นเทา
“คุณปาล์ม...คุณตัวร้อน” เธอวางมือไปที่แก้มเขาแล้วพูดขึ้น
“คุณปาล์ม” ปารเมศได้ยินเสียงนั้นแม้จะเบาแสนเบา แต่ก็พยายามปรือมาขึ้นมาแม้จะยากลำบากก็ตามที
มีสุขกดเปิดไฟสีเหลืองนวลที่หัวเตียง ก่อนจะใช้หลังมือแตะหน้าผากสลับกับลำคอที่เอาแต่ซุกผ้าห่มนั่นด้วย
ปารเมศตัวร้อนราวกับไฟ ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอกลับเดี๋ยวแรงเดี๋ยวเบา
“แล้วทำไมต้องมาไข้ขึ้นที่นี่…” เธอบ่นเสียงเบา แต่ร่างกายกลับผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทันที
เพราะอุณหภูมิในร่างกายของปารเมศนั้นทำให้มีสุขใจหาย เธอจึงรีบเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบแผ่นเจลลดไข้ที่ซื้อติดไว้เผื่อวันไหนไม่สบาย แต่วันนี้ก็ต้องเอามาใช้กับ...ผัวเก่า
เดินกลับมายังไม่ก้าวพ้นประตูด้วยซ้ำแค่มองไปที่เตียงก็เห็นร่างสูงนั่งพิงหัวเตียงมองมาทางเธอด้วยใบหน้าซีดเซียวริมฝีปากแห้งผาก ร่อแร่เหลือทน
“ไปไหนมา” เธอไม่ได้ตอบแต่จับเขาประคองให้นั่งดี ๆ
“ไปเอาแผ่นลดไข้มา ไหวไหมคุณ...” มีสุขใช้นิ้วมือสัมผัสเส้นผมและผิวแก้มร้อนผ่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งเห็นลมหายใจเขาร้อนมาก กับดวงตาที่แดงเพราะพิษไข้ หัวใจเธอสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
แผ่นเจลเย็นถูกติดลงบนหน้าผากเขาแผ่วเบา “สุข...ผมดีใจที่ได้อยู่ที่นี่...”
“ไข้จะ 40 อยู่แล้วยังมีดีจงดีใจอะไร” เธอบ่นเบาในลำคอ ก่อนจะนั่งมองเขาที่หลับตาลงและลำตัวก็เอียงไปเล็กน้อย
มีสุขถอนหายใจ เจอเขาหนึ่งวันถอนหายใจไปไม่รู้กี่ร้อยครั้ง ซวยยับแน่เธอ!
การเป็นเซลล์นอกจากความสามารถ สายมู เธอก็เชื่อเรื่องกฎของแรงดึงดูด ถ้าวันไหนถอนหายใจเยอะเกินกว่าปกตินั่นเท่ากับมีเรื่องหนักใจ
และเมื่อมีเรื่องหนักใจ เรื่องมันก็จะเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างแรก ยอดขายอาจจะตก!
“พรุ่งนี้ผมจะซื้อประกันคุณ ใส่ชื่อคุณเป็นผู้รับผลประโยชน์ ถ้าผมตายคุณก็จะได้สมบัติ”
“ทำพรุ่งนี้อีกวันตายฉันจะได้เงินยังไง คงได้เข้าคุกแทนน่ะสิ”
ถ้าเขาจะทำประกันเพิ่ม มีสุขมีบัตรนายหน้าขายประกัน แต่เธอไม่สามารถตั้งตัวเองผู้รับผลประโยชน์ของลูกค้าได้
เพราะอาจจะเกิดปัญหาทางจริยธรรม และถูกมองว่าอาจเป็นการชักจูงให้ลูกค้าทำประกันโดยไม่เป็นธรรมได้
“นอนดี ๆ ค่ะ เดี๋ยวถ้าไข้ไม่ลดค่อยเช็ดตัว”
ปารเมศขยับตัวเล็กน้อย คล้ายรับรู้ถึงการดูแลนั้น แม้จะยังไม่ลืมตา มือเขาเผลอขยับมาแตะข้อมือเธอและรั้งเข้ามาใกล้
“คืนนี้ถือว่าเป็นคืนที่ดีที่สุดในรอบหลายปีเลย”
ประโยคแสนเบาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากนั้น นั่นทำให้หัวใจมีสุขเต้นแรงอย่างไม่สมเหตุสมผล
มีสุขเดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่น เพราะกังวลกลัวว่าคนข้างกายมีไข้สูงหนักกว่าเดิม
และก็จริง ๆ ทั้งที่กินยาลดไข้เพิ่มไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าปารเมศจะยังไม่ดีขึ้น
ปารเมศไข้ยังคงขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องแม้จะแปะแผ่นลดไข้มาเป็นชั่วโมงแล้วก็ตาม
สุดท้ายมีสุขก็ต้องเอากะละมังและผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดตัวให้เขาเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ดีแน่
“คุณปาล์มยกแขนขึ้นหน่อยค่ะ ฉันจะเช็ดตัวให้”
ชุดนอนของเขาก็คือเสื้อตัวใหญ่ที่สุดในตู้ของเธอ เสื้อที่เธอเอาไว้ใส่นอนเช่นกัน
“สุขผมปวดหัวจัง” เขามันเป็นพวกกระหม่อมบางมาแต่ไหนแต่ไร ลูกคุณหนูแบบเต็มขั้น
ตากแดดนิดหน่อยก็เป็นไข้แดด ตากฝนนิดหน่อยก็เป็นไข้ฝน ส่วนเธอไม่ว่าจะสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกก็ไม่เป็นอะไรง่าย!
“คุณไหวไหมถ้าอีกครึ่งชั่วโมงไข้ไม่ลง ฉันว่าเราต้องแอดมิท”
ดวงตาคมเข้มลืมตามองเธอก่อนจะส่ายหน้า และแทนที่เขาจะห่มผ้าอะไรให้เรียบร้อยกลับสะบัดผ้าห่มออกและเลื้อยมากอดเอวเธอไว้แทน
“ปล่อยค่ะ แบบนี้ฉันจะเช็ดตัวคุณได้ยังไง” เธอบ่นเขา ก่อนจะเอาหลังมือแตะต้นคอด้านหลัง
มันก็ยังร้อนระอุไม่หาย มีสุขจับร่างหนาพลิกตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี และเมื่อเขาทิ้งตัวนอนหงาย ก็จ้องหน้าเธออยู่แบบนั้น
เมื่อตาเราสบกันมือหนาก็ยกขึ้นมาจับลำคอเธอให้โน้มลงไป
เรียวลิ้นชื้นที่แทรกเข้ามาในโพรงปากอ่อนนุ่มมันสัมผัสได้ถึงความร้อนของพิษไข้
มีสุขอยากผลักไสแต่เนื้อตัวหนั่นแน่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายวัยสามสิบกว่า เธอยอมรับว่า...มันยากที่จะปฏิเสธ
มีสุขอยากขัดขืนใจจะขาดแต่...สุดท้ายก็จูบตอบ
“ฉันจะติดไข้คุณ...”
“สุขไม่ติดไข้ผมง่ายหรอก...”
