6
ร่างสูงเพรียวเดินมาที่รถก่อนจะเปิดประตูแล้วหยิบขวดน้ำออกมา เขายื่นขวดน้ำให้หญิงสาวก่อนจะเดินกลับมาที่รถแล้วขับออกไป บุญนิสามองตามรถกระบะจนลับตา ใบหน้าสวยแหงนขึ้นก่อนที่น้ำสีใสจะไหลลงมาจากหางตา เธอก้มหน้าลง ปาดเช็ดหยดน้ำตา
“ต่อให้ลำบากแค่ไหนบุญก็จะทน บุญจะกลับไปหายายกับน้องให้ได้”
บุญนิสาหันไปมองกองหญ้าที่อยู่ข้างหน้า เธอเดินไปหยิบถุงมือผ้าเก่าๆเอามาใส่ก่อนจะลงมือทำงานตามที่คนใจร้ายสั่งมา
เศษหญ้ากระสอบแล้วกระสอบเล่าที่ถูกมัดเอาไว้อย่างเรียบร้อย หญิงสาวหายใจหอบเหนื่อยเมื่องานที่กองอยู่ตรงหน้าถูกทำจนเสร็จ ใบหน้าของบุญนิสาชื้นไปด้วยเหงื่อ อากาศในช่วงกลางวันช่างร้อนอบอ้าวเสียจริง ผิดกับกลางคืนที่หนาวเหน็บจนปวดร้าวไปจนถึงกระดูก ร่างระหงเปิดขวดน้ำที่ภัทรให้ไว้ดื่ม ทันทีที่น้ำลงไปถึงกระเพาะ ความปั่นป่วนข้างในนั้นก็เริ่มก่อตัวขึ้นทันที เสียงโครกครากที่ดังออกมาทำให้เธอยกมือลูบที่หน้าท้อง
หิวอีกแล้ว…
หญิงสาวยกขวดน้ำกระดกขึ้นดื่มอีกครั้ง หวังว่าน้ำจะพอทำให้เธอคลายความหิวลงไปได้บ้างก่อนที่จะเดินไปหยิบเคียวเดินไปยังดงหญ้ารกๆเพื่อทำงานต่อไป
แสงแดดที่สาดแสงเข้ามาผ่านหน้าต่างทำให้อัคราหรี่ตาลง วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวขนาดว่าเขาอยู่ในตัวบ้านยังรับรู้ถึงไอแดดที่แผ่เข้ามาโดนผิวหนัง จู่ๆก็คิดถึงใบหน้าอ่อนเยาว์ที่แสนเกลียดขึ้นมา ป่านนี้ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอาจจะสลบคากองหญ้าไปแล้ว อัคราแสยะยิ้ม ขอให้เป็นแบบนั้นทีเถอะ การล้างแค้นจะได้จบลงสักที ร่างสมส่วนหยิบแว่นตากันแดดขึ้นมาใส่ก่อนจะหยิบกุญแจที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างบ้านแล้วขับออกไป
เสียงรถกระบะที่ดังมาไกลๆทำให้ภัทรเงยหน้ามาจากกองเอกสารที่ดูอยู่ เขาปิดแฟ้มงานลง ลุกจากเก้าอี้เดินออกมาจากห้องทำงาน ยืนรอเจ้านายอยู่ที่หน้าห้องทำงาน อัคราก้าวลงมาจากรถ เดินผ่านลูกน้องคนสนิทแล้วเดินไปยังห้องทำงานของตัวเอง
“ผมขอเอาข้าวไปส่งให้บุญนิสาได้ไหมครับนาย”
อัคราช้อนตาขึ้นมองลูกน้องคนสนิท แววตาของเขาวาวโรจน์ ภัทรเป็นอะไรนักหนาถึงอยากจะขัดคำสั่งของเขา หรือว่าเขาเป็นเจ้านายที่ใจดีจนเกินไป ถึงไม่มีลูกน้องยำเกรง
“มึงไม่อยากทำงานกับกูแล้วใช่ไหม?”
“เปล่าครับนาย”
ภัทรก้มหน้า คร่อมไหล่ลง คิดเอาไว้แล้วไม่มีผิด ไม่มีทางที่คนอย่างอัคราจะใจอ่อนยอมให้เขาช่วยเหลือบุญนิสา ดีหน่อยที่ก่อนกลับมาจากท้ายไร่ ภัทรได้ไหว้วานให้ลุงจอมซื้อข้าวกลางวันให้กับหญิงสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเขายังกำชับลุงจอมให้ปิดเป็นความลับอย่าให้เรื่องรู้ไปถึงหูเจ้าของไร่ได้
ภัทรเดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างเงียบๆ คนที่ตกอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวกำหมัดแน่นก่อนจะทุบลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรง ความเคียดแค้นชิงขังต่อบุญนิสาถูกถ่ายทอดออกมาทางสีหน้าและอารมณ์
เขาโกรธ…เกลียดผู้หญิงคนนี้เหลือหลาย
โกรธที่เธอทำลายความรักที่อัทธ์มีให้
เกลียดที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้อัทธ์ฆ่าตัวตาย
น้องชายกำลังจะมีอนาคตที่ดีแต่กลับมาคิดสั้นจบชีวิตตัวเองเพราะผู้หญิงชั่วๆคนนี้ ความแค้นใจเรื่องน้องชายยังไม่ทันได้สะสาง ไอ้ลูกน้องที่เขารักเหมือนน้องยังมีท่าทีจะหลงเสน่ห์แม่นี่เข้าอีก เขาต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้พวกโง่นี้ตาสว่าง รับรู้ถึงมารยาของผู้หญิงคนนี้เสียที
เกือบห้าโมงเย็นแล้ว อากาศที่ร้อนอบอ้าวเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเย็นขึ้นตามเวลา แสงตะวันเริ่มจะลาลับขอบฟ้า เป็นปกติของฤดูหนาวที่ดวงอาทิตย์จะตกเร็วกว่าฤดูอื่นๆ ภัทรหลุบตามองนาฬิกาข้อมือ จวนถึงเวลาเลิกงานของคนงานแล้ว เท่ากับว่าก็ถึงเวลาที่เขาต้องไปรับบุญนิสา
ลูกน้องหนุ่มเก็บเอกสารเข้าที่ก่อนจะลุกขึ้น เขาเปิดประตูขณะที่กำลังจะก้าวออกจากห้องพลันประตูห้องทำงานของเจ้าของไร่ก็เปิดออก อัคราเหยียดตามองลูกน้องคนสนิท ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไม่ทันที่ภัทรจะได้เอ่ยคำใด น้ำเสียงเฉยชาก็พูดมาเสียก่อน
“กูจะไปท้ายไร่”
“ครับนาย”
ภัทรมองตามหลังเจ้านายจนเขาขึ้นรถแล้วขับออกไปจากออฟฟิช ใจก็นึกเป็นห่วงคนที่อยู่ท้ายไร่ หวังว่าเจ้านายของเขาคงไม่คิดทำอะไรบ้าๆกับผู้หญิงตัวเล็กอย่างบุญนิสา
หญ้ากองสุดท้ายถูกยัดลงในกระสอบและมัดปากถุงอย่างเรียบร้อย ดวงหน้าอ่อนเยาว์ฉาบไปด้วยหยาดเหงื่อ หญิงสาวถอดถุงมือออกแล้วใช้มือเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้าแล้วทรุดนั่งลงบนกระสอบหญ้าอย่างหมดแรง ไม่คิดเลยว่าจะผ่านวันนี้มาได้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของชีวิตเลยก็ได้ที่ได้มาทำงานกลางแดดจ้า บุญนิสาไม่กล้าแม้แต่จะนั่งพักเอาแรง กลัวว่าถ้างานไม่เสร็จเดี๋ยวจะทำให้อัคราพานมาโกรธและเกลียดเธอมากกว่าเดิม แล้วเธอก็จะไม่มีโอกาสได้กลับไปเจอหน้ายายกับน้องอีก
เสียงรถกระบะที่กำลังขับเข้ามาทำให้หญิงสาวคลี่ยิ้มเพราะคิดว่าคนที่ขับมาเป็นภัทร แต่เธอก็ต้องหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่ก้าวลงมาจากรถเป็นเขา ผู้ชายที่ไร้เหตุผลคนนั้น ใบหน้าคมขึงตึงเมื่อทันได้เห็นว่าบุญนิสาหุบยิ้มเมื่อได้เห็นเขา คงคิดว่าเป็นเจ้าภัทรละสิท่าถึงได้ทำท่าทีดีอกดีใจจนออกนอกหน้าอย่างนี้
“ผิดหวังเหรอที่เป็นฉัน” อัคราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยพร้อมกับรอยยิ้มเวทนา
“ค่ะ ฉันนึกว่าคนที่ขับรถมาเป็นคุณภัทร”
หญิงสาวพูดออกไปตามที่คิด ใครจะไปคิดว่าเจ้าของไร่จะขับรถมาถึงท้ายไร่ได้ โดยเฉพาะที่ตอนนี้มีเธอทำงานอยู่ที่นี่
ทันทีที่ได้ยินที่เธอพูด ใบหน้าของอัคราก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม แววตาฉายแววไม่พอใจสุดขีด คิดไว้แล้วไม่มีผิด บุญนิสาหมายตาภัทรไว้จริงๆและดูท่าไอ้ลูกน้องหน้าโง่ก็ดูเหมือนจะติดกับมารยาของผู้หญิงคนนี้เข้าแล้วจริงๆ
“คิดจะมาหลอกลูกน้องฉันเหมือนที่ทำกับอัทธ์อย่างนั้นเหรอ?” สุ้มเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเคียดแค้น อัทธ์ตายไปไม่ทันไรก็หาผู้ชายคนใหม่มาแก้เหงา หัวใจของผู้หญิงคนนี้ทำด้วยอะไรกัน ทำไมถึงใจร้ายลืมคนที่รักเธอได้อย่างง่ายดาย
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น ต้องให้ฉันบอกคุณกี่ครั้งว่าฉันไม่ใช่คนรักของอัทธ์”
บุญนิสาจ้องตาคนที่ยืนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ ใช่อยู่ว่าที่เธอนิ่งเงียบไม่โต้ตอบเพราะอยากกลับบ้าน แต่ไม่ใช่ว่าอัคราจะมายัดเยียดหรือดูถูกได้
