7
ร่างสูงเพรียวสุมเท้ามาใกล้หญิงสาวพร้อมกับคว้าแขนเล็กกระชากตัวเธอเข้ามาหาสุดแรง จนบุญนิสาเซเข้ามาชนกับแผงอกแกร่ง คนตัวเล็กมองหน้าเขาอย่างหวั่นๆบิดแขนไปมาเพื่อให้หลุดจากคนใจร้าย
“โกหก! เธอมันหน้าด้านที่สุด ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเจอใครน่ารังเกียจเท่าเธอมาก่อน” อัคราตะคอกสุดเสียง แววตาวาววับดั่งไฟเพลิงที่พร้อมแผดเผาหญิงสาวตรงหน้าให้เป็นจุณ
“ถ้าฉันหน้าด้าน คุณก็โง่ที่สุด คิดไปเองทุกเรื่อง โง่…คุณมันโง่”
กำปั้นเล็กทุบไปที่แผงอกของเขาอย่างแรง ในเมื่อพูดอะไรไปคนบ้าอย่างเขาก็ไม่ฟัง เธอก็จนปัญญาที่จะหาคำอธิบายแล้ว พูดไปคนโง่อย่างอัคราก็ไม่เชื่ออยู่ดี
บุญนิสาหวีดร้องออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ผลักจนล้มลงทับกับกระสอบหญ้า เธอมองเขาผ่านม่านน้ำตา ไอ้คนใจร้าย
“จำใส่หัวเธอเอาไว้ว่าชาตินี้อย่าได้หวังได้ออกไปจากไร่นี้”
กล้าดียังไงมาทำร้ายเขา ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างนี้ต้องปล่อยให้ตายคาไร่ ไม่มีทางที่ใครหน้าไหนจะมาช่วยเธอออกไปได้ ความตายเท่านั้นที่จะทำให้สาสมกับความเจ็บช้ำของเขา อัคราหันหลังเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
บุญนิสานั่งคุกเข่าลงกับพื้น เธอกอดขาตัวเองซบหน้าร้องไห้อย่างหนัก กรรมอะไรของเธอถึงได้มาเจอคนใจร้ายอย่างเขา คนที่ไม่แม้แต่จะรับฟังเหตุผลของคนอื่น
ฟากคนที่ไฟสุมทรวงก็ยกกำปั้นทุบที่พวงมาลัยรถอย่างแค้นใจ ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอกล้าดียังไงมากล่าวหาว่าเขาโง่ คนที่โง่คืออัทธ์กับภัทรต่างหาก พวกมันสองคนโง่ที่ไปหลงรักผู้หญิงชั่วๆคนนี้ โง่จนต้องสูญเสียทุกอย่างและจบที่ความตาย
ภัทรมองเจ้านายที่เดินลงมาจากรถเพียงลำพังอย่างสงสัย ทันทีที่เจ้านายเดินขึ้นบันไดบ้านพัก ลูกน้องหนุ่มก็อดที่ถามขึ้นมาไม่ได้
“นายกลับมาคนเดียวหรือครับ”
“เออ” อัคราพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงกับเก้าอี้ตัวโปรด หยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ ควันบุหรี่สีขาวลอยโขม่งตามอากาศ ภัทรเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆเจ้านาย ตะวันตกดินแล้ว หมอกกับน้ำค้างเริ่มปกคลุม อากาศเย็นๆก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไร้แสงพระอาทิตย์ ทำไมบุญนิสาถึงไม่กลับมาพร้อมอัครา เกิดอะไรขึ้นที่ท้ายไร่
“แล้วบุญนิสาล่ะครับ ทำไมถึงไม่กลับมาพร้อมนาย”
คนที่ถูกถามเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องอย่างช้าๆ แวบหนึ่งที่ได้สบสายตากับเจ้าของไร่ ภัทรรู้ได้เลยว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นที่ท้ายไร่อย่างแน่นอน
“มึงห่วงผู้หญิงคนนี้มากเหรอ?”
ภัทรพ่นลมหายใจพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตะวันตกดินแล้วนะครับนาย ที่ท้ายไร่ยุงก็ชุม ไหนจะอากาศที่หนาวเย็น ใครที่ไหนก็ทนไม่ได้หรอกครับ”
“ทนไม่ได้ก็ให้ตายอยู่ที่ท้ายไร่!”
เจ้าของไร่อัคราตวาดออกมาอย่างเหลืออด นอกจากเขาจะหมดความอดทนจากผู้หญิงคนนั้น เขาก็เกือบจะหมดความอดทนกับภัทรอีกคน จะห่วงอะไรนักหนาถึงได้กล้ามาต่อล้อต่อเถียงเขาแบบนี้
“แต่นายครับ…”
“ถ้าไม่มีคำสั่งจากกูห้ามใครไปที่ท้ายไร่เด็ดขาด”
ภัทรมองหน้าเจ้านายอย่างผิดหวัง ตลอดเวลาที่ทำงานกับอัครามา เขายินดีทำทุกอย่างตามที่เจ้านายสั่งมาโดยไม่เคยมีอิดออด แต่ครั้งนี้ภัทรรู้สึกว่าเจ้านายทำเกินไป เขาทิ้งผู้หญิงตัวเล็กๆไว้ท้ายไร่ ทั้งๆที่รู้ว่ามันอันตรายมากแต่อัคราก็ยังใจดำทำได้
“และถ้าครั้งนี้มึงขัดคำสั่งกู มึงไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้าอีก”
ภัทรเดินคอตกออกจากบ้านพักของนายไปอย่างสิ้นหวัง พรุ่งนี้เช้าเขาต้องเดินทางไปกรุงเทพฯแล้ว หวังว่าการไปเจอยายกับน้องของบุญนิสาจะทำให้รู้ความจริงมาบ้างสักนิดก็ยังดี
กระป๋องเบียร์กระป๋องที่ห้าถูกเขวี้ยงลงบนพื้นบ้านอย่างระเกะระกะ หลังจากที่ภัทรออกไปจากบ้าน อัคราก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขาใช้ความคิดวนเวียนไปมาเกี่ยวกับเรื่องของอัทธ์กับบุญนิสา เขายังจำได้ไม่ลืมว่าอัทธ์เคยบอกว่าถ้าเรียนจบเขาจะแต่งงานกับคนรักทันที
อัคราเองที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากแซวน้องชายว่ายังไม่ทันได้พามาให้ดูตัวก็พูดเรื่องแต่งงานแล้ว คำตอบที่อัทธ์พูดออกมาด้วยความมั่นใจคือว่าที่น้องสะใภ้เป็นคนสวยและเป็นคนดี อัทธ์รักเธอและผู้หญิงคนนั้นก็รักอัทธ์เช่นเดียวกัน
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนกันแน่
แสงไฟจากรถกระบะที่ส่องไปตามทางที่อยู่ภายใน สองข้างทางมืดทึบไม่มีแสงใดๆเล็ดลอดออกมา เสียงหมู่แมลงร้องดังแข่งกับเสียงรถ เป็นอย่างที่ภัทรพูดในไร่เวลากลางคืนช่างดูน่ากลัว นอกจากความมืดก็มีอากาศที่หนาวเหน็บที่เป็นภัย สารถีเร่งความเร็วรถ เดิมทีคิดเอาไว้ว่าจะทิ้งให้บุญนิสาอยู่ที่ท้ายไร่ทั้งคืน แต่จู่ๆไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเหลือบไปเห็นรูปคู่ของเธอกับอัทธ์ที่เขาขย้ำทิ้ง ความละอายใจก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
รถกระบะคันโตจอดนิ่งสนิท อัครากวาดสายตามองหาคนที่เป็นปัญหา เขาก้าวลงจากรถโดยที่ใช้แสงไฟรถช่วยส่องหาหญิงสาว ภายในโรงเก็บหญ้าทั้งมืดและเงียบสงัดจนคนตัวโตรู้สึกใจโหวงๆ ขนาดเขาเป็นผู้ชายยังรู้สึกหวาดๆแล้วนี่บุญนิสาตัวเล็กนิดเดียว คงไม่ต้องถามว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร
“บุญนิสา!”
อัคราส่งเสียงตะโกนเรียกชื่อของหญิงสาว แต่ทว่าก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา เจ้าของไร่เริ่มใจไม่ดี เขาสุมเท้าเดินไปที่โรงเก็บหญ้า ในระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าไปข้างในพลันสายตาก็สะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนที่นอนคุดคู้แทรกอยู่ตรงกลางกระสอบหญ้า
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหมดห่วงเมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนพื้นที่ชื้นแฉะไปด้วยหยาดน้ำค้างคือคนที่เขากำลังตามหา ร่างอรชรนอนขดตัวกอดที่ขาตัวเองเอาไว้ ดวงตาสองข้างปิดสนิทและมีคราบน้ำตาติดอยู่ อัครามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด ไม่คิดเลยว่าบุญนิสาจะโง่อยู่ที่นี่ไม่คิดหาทางเดินกลับเข้าไปที่บ้านพัก ถ้าเขาไม่มาผู้หญิงคนนี้คงได้นอนหนาวตายอยู่ที่นี่เป็นแน่
“บุญนิสา”
เขาแตะที่ตัวของหญิงสาวเบาๆก่อนจะสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงไอร้อนจากตัวของคนที่กำลังนอนหลับอยู่ กระสอบหญ้าถูกผลักให้พ้นทางทันทีก่อนที่อัคราจะเอาไปเขย่าตัวของหญิงสาว
“บุญนิสาตื่น เธอได้ยินฉันไหม?”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงแน่นิ่ง อัคราก็อุ้มคนป่วยขึ้นมาอย่างร้อนใจก็จะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่รถ ทันทีที่วางหญิงสาวไว้บนเบาะนั่งข้างๆเขาก็รีบกลับมาขึ้นนั่งประจำของคนขับก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
