บท
ตั้งค่า

บทที่ 3: วิวาห์สีเลือดและน้ำตาแห่งความลวง

เสียงเพลงแจ๊สที่บรรเลงโดยวงดนตรีฝรั่งดังกระหึ่มไปทั่วห้องบอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเขตเช่าเซี่ยงไฮ้ แสงระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายสะท้อนแก้วแชมเปญทรงสูงที่บรรดาแขกเหรื่อชนชั้นสูงถืออยู่ในมือ ค่ำคืนนี้คืองานฉลองมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ระหว่างทายาทตระกูลลู่ผู้มั่งคั่งและคุณหนูตระกูลไป๋ที่เพิ่งประสบภาวะล้มละลาย

ไป๋อวี้หลานยืนอยู่กลางวงล้อมของเศรษฐีนีและภรรยานักการทหาร เรือนร่างอรชรของเธอสวมทับด้วยชุดกี่เพ้าเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์ด้วยดิ้นทอง เส้นผมสีหมึกถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตประดับด้วยมุกเม็ดงาม ข้อมือและลำคอระหงเต็มไปด้วยเครื่องเพชรน้ำเอกที่ลู่เหวินปินประโคมใส่ให้เพื่ออวดบารมี แต่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมที่ฉาบไว้บนใบหน้า หัวใจของเธอกลับตายด้านและเย็นเยียบราวกับศพ

ทุกครั้งที่ลู่เหวินปินโอบเอวเธอและลูบไล้บั้นเอวอย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไป๋อวี้หลานต้องข่มความสะอิดสะเอียนจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ถูกซื้อมาประดับบารมี เป็นเพียงสินค้าชิ้นงามที่ช่วยต่อลมหายใจให้บิดา

ทันใดนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายจากทางเข้าห้องบอลรูมก็ดังแทรกเสียงดนตรีขึ้นมา แขกเหรื่อต่างพากันหันไปมองด้วยความแตกตื่น ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรงพร้อมกับร่างของยามรักษาความปลอดภัยสองคนที่กระเด็นล้มลงไปกับพื้น

ร่างสูงใหญ่ของหวังอี้เฉินก้าวเข้ามาในงาน เครื่องแบบทหารชั้นผู้น้อยของเขาเปื้อนฝุ่นและมีรอยยับย่น ใบหน้าหล่อเหลามีรอยช้ำจากการปะทะกับยามหน้าประตู ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วห้องจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร่างในชุดกี่เพ้าสีแดงสดกลางฟลอร์เต้นรำ

“อวี้หลาน” เสียงทุ้มตะโกนก้อง ฝ่าความเงียบงันของแขกทั้งงาน

ชายหนุ่มสาวเท้าฝ่าวงล้อมของผู้คนตรงดิ่งเข้ามาหาเธอ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวังอันริบหรี่ หลังจากคืนที่ฝนตกหนัก เขาพยายามหลอกตัวเองว่าทุกอย่างเป็นเพียงการเข้าใจผิด เธอต้องถูกบังคับแน่ๆ ผู้หญิงที่ยอมมอบความบริสุทธิ์ให้เขาในห้องเช่าซอมซ่อคนนั้น ไม่มีทางเป็นผู้หญิงหน้าเงินไปได้

ลู่เหวินปินหรี่ตาลง มองผู้บุกรุกด้วยสายตาเหยียดหยาม เขากระดิกนิ้วเพียงครั้งเดียว ชายชุดดำนับสิบคนก็ชักปืนพกออกมาจากเสื้อสูท ปลดเซฟตี้เสียงดังแกรก เล็งตรงไปยังแผ่นหลังของหวังอี้เฉิน

ดวงตาของไป๋อวี้หลานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณร้องเตือนว่าหากเธอแสดงความห่วงใยแม้เพียงเศษเสี้ยว หวังอี้เฉินจะถูกยิงพรุนเป็นรังผึ้งต่อหน้าเธอทันที

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด รวบรวมความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวทั้งหมดที่มี สวมหน้ากากของคุณหนูผู้เลือดเย็นและเย่อหยิ่ง เธอเชิดคางขึ้น เดินก้าวออกมาขวางหน้าลู่เหวินปินไว้

“ใครปล่อยให้ขอทานนี่เข้ามาในงานแต่งงานของฉัน” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่ดังกังวานและเฉียบขาด

หวังอี้เฉินชะงักฝีเท้า ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เคยทอดมองเขาด้วยความรัก แต่บัดนี้มันกลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความรำคาญใจ

“อวี้หลาน... กลับไปกับผมเถอะ ผมรู้ว่าคุณถูกบังคับ พ่อของคุณเป็นหนี้ใช่ไหม ผมจะหาทางช่วยเอง เราหนีไปจากที่นี่ด้วยกันเถอะ” เขาอ้อนวอน น้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเวทนา ชายชาติติหารผู้หยิ่งทะนงยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างเพื่อผู้หญิงตรงหน้า ขอเพียงเธอยื่นมือมา เขาพร้อมจะพาเธอฝ่าดงปืนออกไป

ไป๋อวี้หลานแค่นหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่บาดหูและเย้ยหยันที่สุด

“หนีงั้นหรือ” เธอปรายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอจะเอาอะไรมาช่วยฉัน หวังอี้เฉิน เงินเดือนของเธอทั้งปียังซื้อเพชรบนคอฉันไม่ได้สักเม็ดด้วยซ้ำ ลืมตาดูโลกความเป็นจริงบ้างเถอะ ฉันคือคุณหนูตระกูลไป๋ ฉันเกิดมาเพื่อเสวยสุขบนกองเงินกองทอง ไม่ใช่ไปมุดหัวอยู่ในสลัมกับทหารยศกระจอกอย่างเธอ”

คำพูดนั้นเหมือนหอกแหลมที่พุ่งทะลุอกของชายหนุ่ม แต่เขายังคงดื้อรั้น ไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ไม่จริง คุณไม่ได้เป็นคนแบบนี้ แล้วคืนนั้น... คืนที่เราอยู่ด้วยกัน คุณบอกว่าคุณรักผม คุณมอบทุกอย่างให้ผม!” เขาเผลอหลุดปากพูดถึงความลับที่ซ่อนเร้นออกมาด้วยความปวดร้าว

แขกในงานเริ่มซุบซิบนินทา ลู่เหวินปินหน้าตึงทันทีที่ได้ยิน ชายหนุ่มเศรษฐีขบกรามแน่น เตรียมจะสั่งลูกน้องให้ลั่นไก

เพียะ!

ฝ่ามือเรียวบางของไป๋อวี้หลานฟาดลงบนแก้มของหวังอี้เฉินสุดแรงจนใบหน้าคมหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือสีแดงปรากฏชัดบนผิวสีทองแดง ความเจ็บปวดทางกายไม่เทียบเท่าความร้าวรานทางใจที่ถูกคนที่รักที่สุดตบหน้ากลางงานสังคม

“หุบปากสกปรกของเธอเดี๋ยวนี้นะ” เธอตวาดเสียงกร้าว นัยน์ตาแสร้งทำเป็นโกรธจัด แต่ซ่อนความสั่นไหวไว้อย่างมิดชิด “อย่ามาเห่าหอนสร้างความร้าวฉานให้ฉันกับสามี เธอมันก็แค่ของเล่นแก้ขัดตอนที่ฉันเบื่อๆ เป็นแค่หมาจรจัดที่ฉันโยนเศษเนื้อให้กินก็เลยเชื่อง คิดจริงๆ หรือว่าคนอย่างฉันจะลดตัวลงไปรักทหารไพร่ๆ อย่างเธอ สัมผัสของเธอมันมีแต่กลิ่นเหม็นสาบคนจน ฉันขยะแขยงจนแทบจะอ้วกทุกครั้งที่เธอแตะต้องตัวฉัน”

ทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากเคลือบชาดสีสด ล้วนเป็นยาพิษร้ายแรงที่กัดกร่อนจิตวิญญาณของหวังอี้เฉิน

ชายหนุ่มยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง โลกทั้งใบถล่มทลายลงมาตรงหน้า ความรัก ความเชื่อใจ และความทรงจำอันแสนหวานที่เคยหล่อเลี้ยงหัวใจ บัดนี้กลายเป็นเพียงเรื่องตลกที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิต เขาโง่เขลาเหลือเกินที่หลงเชื่อรอยยิ้มและคำหวานของสตรีแพศยาคนนี้ เธอหลอกลวงเขา ปั่นหัวเขา และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายของเขาจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี

ความรักที่เปี่ยมล้นในอกค่อยๆ เหือดแห้งลง แปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นที่ดำมืดและหนาวเหน็บ ดวงตาที่เคยเว้าวอนของเขากลับกลายเป็นแข็งกร้าว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจากการขบกรามแน่น

“ที่แท้... คุณก็เป็นแค่ผู้หญิงแพศยาที่เห็นแก่เงิน” หวังอี้เฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันเยือกเย็นและแฝงไปด้วยจิตสังหารจนคนฟังต้องขนลุก

ไป๋อวี้หลานจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองจนเลือดซึม เธออยากจะกรีดร้องและโผเข้ากอดเขา แต่สิ่งที่ทำได้คือการเชิดหน้าขึ้นและเอ่ยคำสั่งสุดท้าย

“เอาตัวหมาบ้าตัวนี้ออกไปให้พ้นหน้าฉัน อย่าให้มันเข้ามาเหยียบที่นี่ได้อีก”

สิ้นคำสั่ง ชายชุดดำร่างยักษ์สี่คนก็พุ่งเข้ามารวบตัวหวังอี้เฉิน ชายหนุ่มไม่ได้ขัดขืนหรือต่อสู้ เขาเพียงแค่ปรายตามองใบหน้างดงามของหญิงสาวเป็นครั้งสุดท้าย สายตาคู่นั้นไม่มีความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความรังเกียจและแรงอาฆาตที่สลักลึกลงไปในกระดูกดำ

เขาถูกลากออกไปจากห้องบอลรูม ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและสายตาสมเพชของชนชั้นสูง ลู่เหวินปินเดินเข้ามาโอบเอวไป๋อวี้หลานพลางหัวเราะในลำคอ

“ทำได้ดีมาก ภรรยาของฉัน คืนนี้ฉันจะให้รางวัลเธออย่างสาสมเลยทีเดียว”

ไป๋อวี้หลานฝืนยิ้มตอบรับ แต่ภายในใจของเธอหลั่งเลือดจนหมดสิ้น เธอเหม่อมองประตูที่ถูกปิดลง รู้ดีว่าตนเองเพิ่งฆ่าผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่งให้ตายทั้งเป็น และได้สร้างปีศาจร้ายที่จะกลับมาแผดเผาทุกสิ่งในอนาคต

ภายนอกโรงแรม สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง ราวกับเป็นฉากซ้ำรอยของคืนแห่งการเลิกรา หวังอี้เฉินถูกโยนออกมาที่ฟุตบาทอย่างแรง ร่างของเขากลิ้งคลุกฝุ่นโคลนและแอ่งน้ำสกปรก ชายชุดดำเตะอัดเข้าที่ชายโครงของเขาอีกสองสามครั้งเป็นการสั่งสอนก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน

ชายหนุ่มนอนขดตัวอยู่บนพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทางกายเทียบไม่ได้กับรอยแผลเหวอะหวะในหัวใจ น้ำตาของลูกผู้ชายที่ร่วงหล่นผสมกับน้ำฝน ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจอีกต่อไป แต่มันคือน้ำตาแห่งความแค้น

เขาพยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล เงยหน้าขึ้นมองแสงไฟสว่างไสวจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของโรงแรม ภาพเงาของชายหญิงที่กำลังเต้นรำกันอย่างมีความสุขบาดลึกลงไปในความรู้สึก

'หมาจรจัด... ทหารยศกระจอก... ขยะแขยง...'

คำพูดเหล่านั้นดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือไฟแค้นในอกให้ลุกโชน หวังอี้เฉินกำหมัดแน่นจนข้อขาว เลือดจากฝ่ามือหยดลงผสมกับน้ำฝนบนพื้น

“ไป๋อวี้หลาน” เขาสบถชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านไปด้วยความโกรธเกลี้ยว “เธอคิดว่าเงินและอำนาจของไอ้สวะนั่นจะคุ้มครองเธอได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ จงจำความสุขจอมปลอมของเธอในวันนี้ไว้ให้ดี เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หวังอี้เฉินคนโง่ที่ยอมสยบแทบเท้าเธอได้ตายไปแล้ว”

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก รับเอากลิ่นคาวเลือดและควันบุหรี่ของเมืองเซี่ยงไฮ้เข้าสู่ปอด อุดมการณ์ทหารที่เคยมีเพื่อปกป้องประเทศชาติ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความทะเยอทะยานอันทะลุปรอท เขาจะเหยียบย่ำทุกศพ ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของกองทัพ จะช่วงชิงอำนาจทั้งหมดมาไว้ในมือ

“ฉันจะกลับมา ฉันจะถีบตัวเองขึ้นไปให้สูงกว่าพวกแกทุกคน จะทำให้มาเฟียและเศรษฐีหน้าโง่ในเซี่ยงไฮ้ต้องคุกเข่าแทบเท้าฉัน และเมื่อวันนั้นมาถึง... ฉันจะขยี้ตระกูลลู่ให้แหลกเป็นผุยผง จะดึงเธอลงมาจากหอคอยงาช้าง ลากคอเธอมาเป็นทาสรับใช้ และทำให้เธอต้องหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด ยิ่งกว่าที่ฉันต้องเผชิญในวันนี้!”

คำสาบานนั้นถูกเปล่งออกมาท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำราม ราวกับสวรรค์ได้รับรู้ถึงการกำเนิดของมัจจุราชแห่งเซี่ยงไฮ้ หวังอี้เฉินหันหลังเดินจากไปในความมืดมิด ทิ้งความอ่อนโยนและความรักทั้งหมดไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความเย็นชาและหัวใจที่ถูกปิดตาย

ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องน้ำหรูหราของโรงแรม ไป๋อวี้หลานปิดประตูลงกลอน ทรุดร่างลงนั่งกองกับพื้นกระเบื้องอย่างหมดเรี่ยวแรง มือเรียวยกขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่ดังปริ่มจะขาดใจ เธอปลดปล่อยน้ำตาแห่งความทุกข์ทรมานออกมาอย่างเงียบงัน มืออีกข้างหนึ่งเลื่อนลงมากุมหน้าท้องของตนเองไว้แน่น

“อี้เฉิน... เกลียดฉันให้มาก จงเกลียดฉันให้ฝังใจ ถีบตัวเองขึ้นไปให้สูง อย่าได้หันกลับมามองผู้หญิงเลวๆ คนนี้อีก” เธอกระซิบกับตัวเองเสียงพร่า ท่ามกลางหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงเปรอะเปื้อนชุดเจ้าสาวราคาแพง

ชะตากรรมของเส้นขนานสองสายได้ถูกขีดขึ้นแล้วด้วยความเจ็บปวดและการเสียสละที่ไม่มีใครล่วงรู้ รอเพียงเวลาที่กงล้อแห่งโชคชะตาจะหมุนวนกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง ในวันที่ใครคนหนึ่งยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ ในขณะที่อีกคนตกลงสู่ห้วงเหวแห่งความอัปยศที่ลึกที่สุด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel