สตรีที่เลือก
“จินเป่า เจ้าไม่เห็นรึว่ากีฎาพวกนี้มีมากขนาดไหน”
“บ่าวว่าพระองค์ควรเสด็จไปวังหลังบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ เห็นใจกระหม่อมเถอะ ไทหวงไทเฮาให้แม่นางเหิงซีมาย้ำเตือนกับกระหม่อมทุกช้าวเย็น”
“แล้วกีฎาพวกนี้ล่ะ เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร หรือจะให้ข้าละทิ้งราชกิจแล้วไปหาความสุขส่วนตัวงั้นรึ” ถามจินเป่าเสียงบึ้งตึง
“แต่ว่า...”
“เจ้าไม่ต้องพูดอันใดแล้ว ไว้ข้าสะสางราชกิจเสร็จข้าจะเลือกป้ายชื่อจากเหยียนซื่อจงเอง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เวลาล่วงเลยไปจนถึงยามโหยว่ ฮ่องเต้หนุ่มสะสางราชกิจจนหมดสิ้น จินกงกงเห็นดังนั้นจึงรีบไปเรียกเหยียนซื่อจง ขันทีที่ดูแลเรื่องป้ายชื่อพระสนมที่ต้องเข้ารับใช้องค์ฮ่องเต้บนเตียงมาที่ตำหนักแทบจะทันที
“ฝ่าบาท โปรดเลือกป้ายชื่อ”
“วันนี้ข้าเลือกหรงเฟย” เขาบอกเหยียนกงกง คืนนี้ที่เลือกนางก็เพราะว่าอยากอยู่เงียบ ๆ หรงเฟยนางต่างสนมนางอื่นที่เอาแต่ประจบ พูดมาก เขารำคาญเต็มทน
ทางฝั่งของตำหนักเสียนฝู เมื่อรู้ข่าวว่านายหญิงของตำหนักถูกเลือกให้ไปรับใช้องค์ฮ่องเต้ นางกำนัลส่วนตัวของสนมหรงเฟยก็ตื่นเต้นดีใจเป็นการใหญ่ เยว่ซินได้ยินเสียงดังคึกครื้นจึงถามสาวใช้ข้างกายว่าเกิดอันใดขึ้น
“มีเรื่องอันใดรึ ข้างนอกถึงเสียงดังเช่นนี้”
“ทูลพระสนม คืนนี้ฝ่าบาททรงเลือกป้ายชื่อของพระสนมหรงเฟยเพคะ”
“เช่นนั้นรึ อวี้หลาง เจ้าไปจัดเตรียมที่นอนให้ข้าที ข้าอยากพักผ่อนแล้ว”
“เพคะ” อวี้หลางรับคำ
เยว่ซินมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนผ่านหน้าต่าง เงยหน้าเหม่อลอยมองดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวอยู่นาน ก่อนจะได้สินเสียงของอวี้เซียวเรียกนางให้ไปนอนที่เตียง
“ฝ่าบาท หม่อมฉันแปลกใจยิ่งนักที่พระองค์ให้หม่อมฉันมารับใช้ที่แท่นบรรทมในคืนนี้” หรงเฟยถามอย่างแปลกใจ
“ข้าแค่ต้องการผ่อนคลายก็เท่านั้น” ฮ่องเต้ฟู่ชางตอบอย่างเย็นชา เขาไม่เคยมีความรัก และไม่เคยตกหลุมรักสตรีนางใด จึงไม่รู้ว่าความรู้สึกชอบพอสตรีเป็นเช่นไร ตั้งแต่ลืมตาดูโลกฮ่องเต้หนุ่มก็ต้องแบกรับหน้าที่อันหนักอึ้งนี้ ไม่ได้มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่นนอกจากร่ำเรียนและสะสางงานราชกิจที่อดีตฮ่องเต้มอบหมายให้ทำก็เท่านั้น
“ถึงจะเป็นเช่นนั้น หม่อมฉันก็รู้สึกดีใจยิ่งนักที่พระองค์ทรงคิดถึงหม่อมฉันก่อนสนมคนอื่น”
“หรงเฟย เหตุใดวันนี้เจ้าจึงพูดมากนัก ที่ข้าเลือกเจ้าก็เพราะเจ้าดูสงบปากสงบคำที่สุดในหมู่สนม” ฟู่ชางตอบอย่างหงุดหงิด เห็นทีตนคงคิดผิดที่เลือกนางมาในค่ำคืนนี้
“หม่อมฉันจะไม่พูดอันใดอีกแล้วเพคะ จินกงกงจุดกำยานที ข้ากับฝ่าบาทจะบรรทมแล้ว” นางหันไปบอกจินกงกงที่ยืนอยู่หน้าประตู
“เจ้าไปจุดกำยานให้พระองค์ที” จินกงกงสั่งขันทีหนุ่มแรกรุ่นที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากตนเองมากนัก
“ขอรับ”
เมื่อไฟทั้งห้องดับสนิท กลิ่นกำยานหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับร่างกายของทั้งสองที่เริ่มร้อนรุ่มพิศวาส ฟู่ชางรู้ได้ทันทีว่าตนเองโดนกำยานปลุกกำหนัดเข้าเสียแล้ว แม้จะเป็นเช่นนี้ตัวเขาเองก็ไม่สามารถถอยห่างจากร่างอรชรของนางได้ เพราะฤทธิ์ของกำยานนี้ช่างแรงนัก สุดท้ายฮ่องเต้หนุ่มก็พ่ายแพ้ต่อกำหนัด สติเลือนหาย เหลือเพียงค่ำคืนอันร้อนแรงกับสนมหรงเฟยก็เท่านั้น...
“จินเป่า!” ร้องเรียกคนทีคนสนิทเสียงดัง ด้วยอารมณ์คุกกรุ่น
“กระหม่อมอยู่นี่พะย่ะคะ” ขานรับ ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องบรรทม
“หากนางตื่นแล้ว ส่งนางกลับตำหนักทันที พร้อมกับปิ่นหยกยวนยาง” บอกเสียงเรียบ แต่ภายในใจกลับไม่ได้เป็นอย่างที่แสดงออกมาสักนิด กล้ามาก ที่กล้าวางยาปลุกกำหนัดเขา หากเดาไม่ผิดคงเป็นฝีมือเสด็จย่า แต่ก็ไม่วายสืบหาความจริงเรื่องนี้
“จิ้นจง เรื่องที่ข้าไปสืบ เจ้าได้เรื่องอะไรมาบ้างรึไม่”
“ฝ่าบาท เรื่องนี้เป็นฝีมือของไทหวงไทเฮาตามที่พระองค์คาดการณ์ไว้”
“งั้นรึ” เอ่ยขึ้น สีหน้าเรียบนิ่ง ฮ่องเต้อย่างเขาป้องกันตนเองมาโดยตลอดไม่เคยร่วมหอกับใคร แต่ในครั้งนี้เขาประมาทเกินไป จึงได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
