3
‘ร้อยตำรวจเอกไพรสัณฑ์ วลัยพร’ นายตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ชายหนุ่มรูปงามวัยสามสิบห้าปี เจ้าของเรือนกายกำยำสูงใหญ่สมชายชาตรี ใบหน้าหล่อคม จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วหนาดกดำ รูปปากเป็นกระจับ
“พรุ่งนี้ผมจะให้ดาบจรูญไปรับครูอาสา ฝากลุงคำบอกคนที่จะไปด้วยไปเจอที่ฐานเจ็ดโมงเช้านะครับ”
“ได้ แล้วนี่กินข้าวมากันหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับลุงคำ” ไพรสัณฑ์ยิ้มในหน้านิด แม้จะคุ้นเคยกับลุงคำ แต่กระนั้นก็ยังไว้เชิงไม่ได้ทำตัวสนิทสนมจนเกินพอดี บ่อยครั้งที่ถูกเชื้อเชิญให้อยู่กินข้าวร่วมกัน แต่เขาก็ยังปฏิเสธด้วยความนอบน้อม เพราะการทำตัวสนิทชิดเชื้อกับคนในหมู่บ้านมากเกินไปอาจจะส่งทั้งผลดีและผลเสีย
“บัวทำหมกปลาซิว ผู้กองกับดาบอยากลองชิมไหมจ๊ะ” บัวเสนอด้วยอาการตื่นเต้น นายตำรวจสองคนนี้เป็นคนดีมีน้ำใจและยังเป็นครูสอนลูกของเธออีกด้วย
“ไม่เป็นไรจะบัว พวกผมกินมาแล้ว” ดาบจรูญเป็นฝ่ายพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มส่งให้หญิงสาว
“ยังออกลาดตระเวนทุกวันอยู่ไหมล่ะผู้กอง” ลุงคำหยิบมวนบุหรี่ที่ทำจากใบตองแห้งออกมาจากกระเป๋าย่ามแล้วจุดไฟจากไฟตะเกียงเจ้าพายุ
“ครับ” ไพรสัณฑ์ขานตอบด้วยใบหน้านิ่ง ๆมองชายชราพ่นควันบุหรี่ลอยออกมาคละคลุ้งบดบังใบหน้าจนเห็นราง ๆ
“ช่วงนี้หมอกลงจัด เดินเข้าป่าก็ระวังตัวกันด้วยล่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าออกไปลาดตระเวนช่วงกลางคืน” คีบบุหรี่เข้าปากพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผู้กองหนุ่ม ลุงคำรู้ดีว่าไพรสัณฑ์เป็นคนดี เขาเป็นตำรวจน้ำดี ถ้าไม่เช่นนั้นก็คงไม่เลือกมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้
“ปีนี่หมอกลงจัดจริง ๆนะครับ ปีที่แล้วยังไม่ขนาดนี้เลย นอกจากจะหมอกเยอะแล้วอากาศก็ดูเหมือนจะหนาวกว่าปีก่อน ๆเยอะ” ดาบจรูญพูดพลางยกแขนขึ้นมากอดที่อก ขนาดใส่เสื้อกันหนาวซ้อนทับไปตั้งหลายชั้น เวลาที่ลมพัดมาแต่ละทีก็ยังหนาวไปถึงข้างในได้อยู่ดี
“ขอบคุณมากครับ พวกผมจะระวังตัวครับ”
“ข้าให้ เอาไว้พกติดตัวเวลาที่เข้าไปในป่า”
หยิบใบไม้แห้งใบเล็กออกมาจากย่ามแล้วยื่นให้นายตำรวจหนุ่ม ไพรสัณฑ์หลุบตามองสิ่งของที่อยู่ในอุ้งมือของชายชรา ชั่งใจครู่หนึ่งก็ยื่นมือไปรับ
“แล้วของผมละครับลุงคำ”
“เอ็งไม่ต้องเอาหรอก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวผู้กองก็ช่วยเอ็งเองแหละ”
ไพรสัณฑ์กับดาบจรูญเหลียวหน้ามามองกันแล้วจึงมองไปยังลุงคำที่ยังคงทำสีหน้าเรียบเฉย ผู้กองหนุ่มหลุบตามองใบไม้แห้งที่อยู่ในมืออีกครั้ง เขาไม่ใช่คนงมงายแต่ก็ไม่ได้คิดที่จะลบหลู่ ชีวิตการทำงานที่ผ่านมามีบ้างที่เจอกับเรื่องเร้นลับ แต่ก็เพียงผิวเผินจนไม่อาจมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เจอมามันคืออะไรกันแน่
“เก็บไว้ให้ดีล่ะผู้กอง ยามคับขัน ผู้กองอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน”
“ขอบคุณครับลุงคำ ถ้าอย่างนั้นผมลากลับฐานก่อนนะครับ” ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณชายสูงวัยแล้วเก็บสิ่งที่ได้มาใส่ในกระเป๋าเสื้อที่อยู่ตรงหน้าอก ไพรสัณฑ์ลุกขึ้นยืน ก่อนที่ดาบจรูญจะพูดลาสองพ่อลูกแล้วเดินตามผู้กองหนุ่มออกไป
